สรุป ! บรรยากาศศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีสำคัญ 2 คดี
โพสต์เมื่อ : 24 มี.ค 2568 เวลา 8:17 น.
สรุป ! บรรยากาศศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีสำคัญ 2 คดี
วันที่ 24 มี.ค. 2568 ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ผู้สื่อข่าวได้ติดตามบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี 704 พบว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้สงวน 5 แถวแรกฝั่งขวาของห้องเอาไว้สำหรับเป็นที่นั่งของจำเลย
ส่วนที่นั่งที่เหลือ พบว่า เต็มไปด้วยบรรดาแม่ทีมและผู้ให้การสนับสนุน The Icon Group ที่มาให้กำลังใจจำเลย ซึ่งแถวนั่งเต็มทุกแถว และบางส่วนถึงขนาดต้องยืนอยู่ข้างห้อง จากการประมาณคาดว่ามีจำนวนเกือบ 200 คน
ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ทยอยนำตัวจำเลยที่ถูกคุมขังจำนวนทั้งสิ้น 17 คน แบ่งเป็นจำเลยหญิงในคดีฉ้อโกง The Icon Group 6 คน , จำเลยชายในคดีฉ้อโกง The Icon Group 10 คน , และนายสามารถ ขึ้นมายังห้องพิจารณาคดี ซึ่งในระหว่างนั้น บรรดาผู้ให้การสนับสนุน The Icon Group ได้ลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้กล่าวทักทายบรรดาจำเลย พร้อมทั้งน้ำตา บางส่วนได้พยายามเข้ามาจับมือจับไม้จำเลย จนทำให้จำเลยผู้หญิงทั้ง 6 คนต่างร่ำให้ออกมา ส่วนจำเลยผู้ชายนั้น จากการสังเกตของผู้สื่อข่าว พบว่าส่วนใหญ่ รวมทั้งบอสกันต์ กันตถาวร ต่างมีสีหน้ารีบเฉยค่อนข้างไปทางเคร่งเครียด ส่วนบอสพอล พบว่ามีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและได้พยายามจับมือจับไม้ทักทายบรรดาแฟนคลับ
นอกจากนี้ จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวทีม พบว่า ก่อนที่ผู้พิพากษาจะขึ้นบัลลังก์ ได้มีเครือญาติบางส่วนของจำเลยมาเยี่ยมและเข้าไปพูดคุย ตัวอย่างเช่น นายสามารถซึ่งแฟนได้มาพูดคุยด้วย ซึ่งในระหว่างที่ทั้งสองคนพูดคุยต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและมีการกอดหอมแก้มกัน ขณะที่พูดคุยกันทั้งสองคนก็ได้กุมมือกันตลอดเวลา บางจังหวะนายสามารถได้ลุกขึ้นเดินไปหาแม่ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด โดยแม่ได้โอบกอดนายสามารถด้วย ส่วนญาติฝั่งบอสกันต์นั้น พบว่าได้พูดคุยกับบอสกันต์ บางจังหวะมีการลูบหลังและกอดปลอบใจบอสกันต์ ถึงขนาดซบที่ไหล่ของบอสกันต์และร่ำไห้ออกมา
สำหรับบรรยากาศการนัดตรวจพยานในคดีฉ้อโกงของ The Icon Group บรรยากาศเป็นไปด้วยการถกเถียงกันของพนักงานอัยการและทนายฝ่ายจำเลย เนื่องจากพนักงานอัยการฝั่งโจทก์นั้นแถลงต่อศาลว่า มีพยานบุคคลจำนวน 7,991 ปาก แต่เสนอให้ดำเนินการสืบพยานเบื้องต้นก่อนจำนวน 109 ปาก ประมาณ 27 นัด ซึ่งในระหว่างนั้น จะให้ฝั่งจำเลยอ่านคำให้การของพยานบุคคลทั้ง 7,000 กว่าปาก หากมีข้อสงสัยในพยานบุคคลรายใด ก็จะได้ดำเนินการนัดหมายสืบพยานเพิ่มเติมต่อไป โดยพนักงานอัยการให้เหตุผลว่า เพื่อให้การสืบพยานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ทนายความฝั่งจำเลยไม่เห็นด้วย เพราะเนื่องจากอยากจะให้สืบพยานทั้ง 7,000 กว่าปากให้แล้วเสร็จทีเดียว แม้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า แต่อย่างน้อยก็เพื่อที่จะสามารถทำบัญชีพยานให้ชัดเจนและจะได้ไม่กระทบต่อสิทธิ์การยื่นประกันของจำเลยในระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งในประเด็นส่วนนี้นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปและอยู่ในระหว่างการพิจารณาพูดคุยกันของทั้งสองฝ่าย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงบ่ายวันนี้
ทั้งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกระหว่างที่พนักงานอัยการและทนายความฝ่ายจำเลยได้พูดคุยกัน พบว่าขณะนั้นได้หารือว่าอาจจะต้องเลื่อนนัดตรวจพยาน อยู่ดี ๆ ผู้สนับสนุน The Icon Group เกิดความไม่พอใจ จึงได้ตะโกนโห่ร้องเสียงดังลั่นห้องขึ้นมาพร้อมกันหนึ่งครั้ง สร้างความตกใจให้กับบุคคลที่อยู่ในห้องเป็นอย่างมาก จนศาลได้สั่งเตือนว่าห้ามทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้อีก บรรยากาศจึงกลับเข้าสู่ความสงบ
ส่วนคดีการฟอกเงินของ The Icon Group ที่มีนายสามารถและแม่เป็นจำเลยด้วยนั้น สามารถได้ข้อสรุป ดังต่อไปนี้คือ พยานฝ่ายโจทก์จะประกอบไปด้วยเอกสารจำนวน 41 ฉบับ และพยานบุคคลจำนวน 24 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ , เจ้าหน้าที่ DSI ที่รับผิดชอบคดี , เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่รับจดทะเบียนบริษัท , เจ้าหน้าที่ธนาคาร , บุคคลใกล้ชิดของจำเลย โดยโจทก์ขอสืบพยานจำนวนทั้งสิ้น 6 นัด ศาลพิจารณาอนุญาตให้นัดหมายสืบพยานฝ่ายโจทก์ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2569 และ 10-12 มีนาคม 2569
ขณะที่พยานบุคคลฝ่ายจำเลยเสนอจำนวน 11 ปาก ได้แก่ จำเลยในคดีนี้ทั้ง 3 ราย , บอสปีเตอร์ , ทนายตั้ม ษิทรา , นักการเมืองที่เป็นอดีต สส. (พยม พรหมเพชร: ใช้เป็นข้อมูล ห้ามนำเสนอชื่อ) , ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน , และตัวแทนของวัดที่ได้รับเงินบริจาคจากแม่นายสามารถ โดยจำเลยขอสืบพยานจำนวนทั้งสิ้น 3 นัด ศาลพิจารณาอนุญาตให้นัดหมายสืบพยานฝ่ายจำเลยระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2569 และ 2-3 เมษายน 2569
z-z1603487247937.jpg)