กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์อ่าวไทย - อันดามัน บุกสภาฯ ร้องเร่งตรวจสอบนายทุนบุกพื้นที่ป่าไม้ อ.สิชล
กลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์อ่าวไทย - อันดามัน อ.ขนอม เมืองคอน บุกสภาฯยื่นหนังสือร้องเรียน “กมธ.การที่ดินฯ สภาฯ” หวด กระทรวงทรัพย์ฯ เร่งตรวจสอบนายทุนบุกพื้นที่ป่าไม้ที่ดินสาธารณประโยชน์ อ.สิชล จ.นครศรีฯ ซัด จนท.ป่าไม้ ละเลยไม่ทำหน้าที่
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนจากนายจำรูญ เกิดดำ และนายสิทธิพร กำลังมาก ตัวแทนเครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่อ่าวไทย - อันดามัน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ขอให้ตรวจสอบอำนาจรัฐในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยนายจำรูญเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา นายณรงค์ฤทธิ์ กำลังมาก นายก อบต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีหนังสือเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ เนื้อที่ประมาณ 630 ไร่ ในพื้นที่ ม. 3 4 5 และ 7 ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกนายทุนเหมืองแร่ดีบุก บุกรุกและทำประโยชน์จากการปลูกปาล์มน้ำมัน รวมทั้ง มีที่ดินบางส่วนจากเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ถูกออกเอกสารสิทธิทับโดยมีทั้งชื่อนายทุน และตัวแทนถือแทน คงเหลือพื้นที่เพียง 630 ไร่ ที่ถูกประชาชนในพื้นที่คัดค้านมาตลอด แต่จากการนัดหมายเพื่อเข้าตรวจสอบที่ดินดังกล่าวปรากฏว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กลับไม่มาตามนัดหมายคงมีแต่หน่วยงานอื่น ๆ และเมื่อเริ่มประชุม ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รัฐแจ้งว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้ เมื่อเจ้าภาพหลักคือกรมป่าไม้ไม่มาร่วมตรวจสอบจึงไม่สามารถดำเนินการได้
“ประชาชนในพื้นที่จึงมีเหตุอันสงสัย ดังนี้
1. ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 47 ยังบังคับใช้หรือไม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหรือไม่ประการใด ในการรักษาพื้นที่ป่าไม้และที่ดินสาธารณประโยชน์
2. ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจแล้ว สามารถที่จะเรียกร้องให้หน่วยงานอื่น ๆ เข้าช่วยเหลือหรือไม่ หรือต้องรอเพียงเจ้าพนักงานป่าไม้หรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพียงหน่วยงานเดียว
3. เหตุใดหน่วยงานอนุรักษซึ่งหมายถึงป่าไม้ จึงไม่ให้ความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษาที่ดินป่าไม้
4. ขอให้คณะ กมธ.ลงพื้นที่เพื่อหาทางหามาตราการในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ หรือหากหมดสภาพป่าแล้วช่วยดำเนินการให้ประชาชนผู้ยากจนเข้าใช้พื้นที่ด้วยประการใดก็ได้ แต่ไม่ควรให้นายทุนครอบครองเอาเปรียบสังคม
5. ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์ช่วยเหลือนายทุนบุกรุกที่ดินรัฐ
6. ประเด็นอื่น ๆ ที่คณะ กมธ.เห็นชอบว่าพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ควรจะดำเนินการ
โดย ทางกลุ่มคาดหวังว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ควรหาทางแก้ไขร่วมกัน และขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง กมธ.เดินหน้าต่อสู้เพื่อให้ผู้ยากไร้ที่ยังไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยสามารถดำเนินชีวิตและมีที่ดินในการประการอาชีพ” นายจำรูญ กล่าว
ด้านนายเลาฟั้ง กล่าวหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า เรื่องนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับนายทุนที่ครอบครองที่ดินและเคยได้สัมปทานแต่หมดอายุแล้ว โดยคณะ กมธ.การที่ดินฯ ถือว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญ พื้นที่เหล่านี้หลังจากหมดอายุสัมปทานควรคืนให้กับรัฐเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีสภาพเป็นป่าแล้วควรจะจัดสรรให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ทั้งนี้ กมธ.จะรับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาต่อไป
z-z1603487247937.jpg)