닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyีรัรึค

"แพทองธาร" ประกาศยกเครื่อง ”เพื่อไทย“ สร้างเอกภาพ-คืนความหวังประชาชน มั่นใจ ยังไม่ถึงทางตัน ชี้ ถึงเวลาปรับโครงสร้างพรรคขับเคลื่อนประเทศ ยัน เพื่อไทยพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า เปิดตัว ‘สุริยะ’ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง



วันที่ 7 ต.ค. 2568 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย“ ว่า 
วันนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่หัวใจของพรรคเพื่อไทยได้มารวมตัวกันและได้มีโอกาสที่มาสื่อสารกัน แบบใจถึงใจ

“รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถูกกระให้เป็นฝ่ายค้าน ดร.ทักษิณ ผู้ก่อตั้งพรรคอยู่ในเรือนจำโดยคดีที่ตั้งต้นโดยอำนาจรัฐประหาร การเลือกตั้งซ่อมมีทั้งชัยชนะที่เกิดขึ้น จ.เชียงราย ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษและมีคำพูดที่เขาบอกกันว่าพรรคเพื่อไทยมาถึงทางตัน พรรคเพื่อไทยตายแน่นอน พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์แน่นอน ดิฉันไม่เคยเชื่ออย่างนั้นเลย และไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์ พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ไปนานแล้ว”

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุด และต้องเผชิญชะตากรรมทางการเมืองสาหัสที่สุด พรรคเพื่อไทยนี้โดนรัฐประหารมาแล้วสองครั้ง ถูกยุบพรรคไปแล้วสองพรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เกือบ 200 คน ปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจากการ
เลือกตั้งถึง 6 คน โดยที่ผู้ที่ก่อรัฐประหารไม่ต้องคดี แต่ผู้ก่อตั้งพรรคนี้ถูกจองจำ

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า จิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยก็คือนโยบายที่ทำได้จริงเพื่อประชาชน เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการทำเพื่อพี่น้องประชาชน การเอานโยบายดีๆให้ถึงพี่น้องประชาชน จะทำให้ชีวิตของพวกเขากินดีอยู่ดี แล้วปลดปล่อยศักยภาพของประชาชนให้ออกมาอย่างเต็มรูปแบบ เราเชื่อว่าการผลักดันนโยบายเป็นสิ่งที่สำคัญ รัฐบาล ประชาชนทุกคน ทั้งราชการและเอกชนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อจะทำให้นโยบายต่างๆของรัฐบาลนั้นๆเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนตนพร้อมสู้และพรรคเพื่อไทยก็พร้อมสู้ 

นางสาวแพทองธาร ระบุว่า ประเทศไทยยังคงต้องการ การเมืองที่สร้างสรรค์ ต้องการการเมืองที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องการความร่วมมือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ของคนทุกรุ่นทุกวัยเพื่อจะให้การเมืองนั้นมีความเป็นส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น มีการประสานงาน แล้วก็มีการผลักดันนโยบายต่างๆ การจะทำให้ความหวังต่างๆเป็นจริงได้พรรคเพื่อไทยก็ต้องสรุปบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อที่จะปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สรุปบทเรียนที่ผ่านมามีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อผิดพลาด ข้อที่ทำถูกต้องอะไรบ้าง ที่จะทำให้เราสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์และรับมือกับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งรับมือกับเหตุการณ์ของบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจังเพื่อจะสร้างพรรคการเมืองที่สามารถทำให้ประเทศไทยในฝันของหลายคนเกิดขึ้นจริงได้ ในวันนี้พรรคเพื่อไทยจึงต้องทำการยกเครื่องครั้งใหญ่ 

พรรคเพื่อไทยกำลังยกเครื่องในเรื่องของโครงสร้างของพรรคทั้งหมดเพื่อให้ศักยภาพของแต่ละคนได้ถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มความสามารถ และขอประกาศให้ชัดเจนในวันนี้ว่าอำนาจการตัดสินใจที่เกี่ยวกับพรรคทิศทางการเมืองของพรรคจะอยู่อยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารของพรรค เมื่อท่านอื่นๆมีความคิดเห็นหรือสิ่งที่คิดต่างออกไปก็สามารถที่จะแนะนำและบอกตนได้โดยตรงต่อจากนี้จะไม่มีเส้นทางลัดหรือเส้นทางเลี้ยวอ้อมไปทางไหน  เพราะจะมีแต่เส้นทางที่ตรงและชัดเจนในการตัดสินใจและเปลี่ยนแปลงให้เป็นเอกภาพ 

แน่นอนว่าตนยังคิดเสมอว่าการที่พรรคเพื่อไทยของเรา ที่มี สส.อยู่ทั่วประเทศนั้น ตนเชื่อมั่นในตัว สส.ทุกคน เพราะ ทุกคนยึดโยงกับประชาชนและสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ตนจึงมั่นใจในตัว สส. ว่าจะนำข้อมูลแท้จริงจากประชาชนเข้ามาสร้างนโยบายและมาช่วยกันผลักดันพรรคจนไปถึงการผลักดันนโยบายของประเทศ โครงสร้างที่พูดถึงนี้ไม่ใช่แค่พูดเพื่อความสวยหรู แต่ต้องเป็นโครงสร้างที่เกิดขึ้นจริงและสามารถรวมความเป็นเอกภาพของพรรคเพื่อไทยไว้ ต่อจากนี้พลังของพรรคเพื่อไทยจะแน่วแน่ มั่นคง โปร่งใสและจะไม่มีใครมาลดทอนอำนาจนี้ได้

เราจะจัดคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะรับคำปรึกษาจากคณะกรรมการทั้งสองส่วน ก็คือคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และคณะกรรมการที่ปรึกษาทางด้านการเมือง ที่ผ่านสมรภูมิการเลือกตั้ง ทั้งหมดนี้เป็นการรวมทั้งสมองแล้วก็ประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทยไว้เพื่อให้สร้างความเข้มแข็งในหลังบ้านของเรา ให้มีที่พึ่งพาและก็สามารถตัดสินตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ด้านการทำงานเชิงปฏิบัติโครงสร้างแบ่งเป็น 4 เสาหลัก 1.สำนักงานกิจการสภาผู้แทนราษฎร ดูแลการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร การประชุมสภาฯ และการประชุมกรรมาธิการ 
2.สำนักนโยบาย จะเป็นการศึกษาวิจัยซึ่งอันนี้เป็นDNAของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งพรรคก็ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พรรคไทยรักไทย และในส่วนของสำนักนโยบายก็จะมีการสนับสนุนเรื่องของนโยบายเรื่องของวิชาการให้กับ สส. ด้วย
3.สำนักเลขาธิการพรรค เป็นทางเลขาธิการพรรคเป็นหัวเรือใหญ่ ในการบริหารจัดการกิจการทั้งหมดของพรรคโดยมีผู้อำนวยการพรรคดูแลสำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา และฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายเลขาธิการพรรคทำหน้าที่ประสานงานกับ 5 ภูมิภาค
4.สำนักสื่อสารจะมีการวางแผนเรื่องการสื่อสารร่วมกับกองโฆษกของพรรค ในการที่จะสื่อสารกับประชาชน ที่จะบอกกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยกำลังทำอะไรอยู่ เพื่อจะให้ลดช่องว่างระหว่างพรรคการเมืองกับประชาชน 

โครงสร้างนี้จะทำให้กระบวนการในพรรคเพื่อไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีเสถียรภาพและมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เราก็เริ่มมีการรับสมัคร สส. มาสักพักแล้ว เราอยากให้พรรคเพื่อไทยนี้เป็นพื้นที่สำหรับทุกๆคน และอยากให้เป็นพื้นที่สำหรับคนที่เชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนโดยนโยบายที่เป็นประโยชน์จะทำให้ประเทศชาติก้าวไปต่ออย่างแข็งแรง แน่นอนต้องเป็นคนที่เชื่อในประชาธิปไตยที่กินได้

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คนที่มีอุดมการใกล้กับเราหรือว่าต้องการจะเข้าใจความคิดของพรรคเพื่อไทย หรือว่าตัวเองมีความคิดแบบนี้อยู่แล้ว ขอเชิญชวนทุกท่านมาสมัคร อย่างเช่นวันนี้ ผู้เสนอตัวสมัครเป็น สส. หน้าใหม่เกือบ 100 คน ก็มาจากระบบใหม่นี้เช่นกันจึงอยากเชิญชวนคนทั้งประเทศ

สำหรับอีกหนึ่งอย่างที่เป็นรูปธรรมที่พรรคเพื่อไทยเปิดพื้นที่ใหม่ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เราก็จะมีกิจกรรมอย่าง YPP ซึ่งจบไปแล้ว 1 คอร์สซึ่งก็กำลังจะมีต่อ YPPเป็นเวทีแรกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการอยากร่วมกับพรรคเพื่อไทย อยากทราบถึงแนวคิด ก็เป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้ามาเส้นทางการเมือง จึงขอเชิญชวนเด็กรุ่นใหม่ทุกคนเข้ามาสมัครกันเพื่อจะได้สร้างประสบการณ์หาทางที่จะ Connect กับการเมืองในปัจจุบันนี้และพรรคเพื่อไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น 

อีกกิจกรรมหนึ่งที่จะเกิดขึ้นเพื่อจะเป็นรากฐานที่สำคัญของการคิดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ คือการจัดตั้งเวที ตาดูดาว เท้าติดดิน เวทีนี้จะเป็นการศึกษาการวิจัยการหาทางออกของประเทศ ที่มีความวิกฤตในปัจจุบันนี้ มีความผันผวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ก็จะเป็นเวทีที่ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเพื่อเป็นประโยชน์ในการผลักดันนโยบายของประเทศชาติต่อไป 

พรรคเพื่อไทยจะเริ่มทำเวทีตาดูดาว ท้าวติดดิน ที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพ ภายในเดือนตุลาคมนี้ และจะขยายพื้นที่จากกรุงเทพไปต่างจังหวัดโดยทั่วๆ มาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าเรายกเครื่องพรรคเพื่อไทยแล้ว เราจะยกเครื่องประเทศไทยได้อย่างไร ซึ่งคำตอบคือการนำเสนอนโยบายใหม่ จากบทเรียนที่เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปี 

“ก่อนหน้านี้เราเป็นฝ่ายค้านมาถึงเกือบ 9 ปี เราได้มีโอกาสบริหารงานจริง 2 ปี ที่ผ่านมาเราได้เข้าไปเห็นระบบราชการต่างๆ การทำงานต่างๆ เริ่มเห็นว่าระบบนิเวศทางการเมือง ทางข้าราชการการทำงานมีปัญหา และถ้าระบบของราชการมีปัญหาการผลักดันนโยบายจะเกิดได้ยากขึ้น เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วเรามีข้าราชการที่เก่ง และมีความสามารถอีกมากมาย”

ตอนที่ตนดำรงตำแหน่งนายยกรัฐมนตรี ตนได้เจอ ข้าราชการที่เก่งอย่างมาก  และยังเคยพูดเล่นว่า “อย่างนี้ ถ้าท่านปลัดเกษียณแล้ว ขออนุญาตให้มาสมัครที่พรรคได้ไหมคะ เพราะรู้สึกว่าเป็นคนที่มีคุณภาพ ” แล้วก็สามารถช่วยพัฒนาประเทศได้และเข้าใจระบบจริงๆ อันนี้ก็น่าเสียดายว่าคนที่มีศักยภาพเป็นข้าราชการมีอีกเยอะ แต่ระบบไม่ให้ถูกสร้างอย่างบูรณาการ บางทีแต่ละกระทรวงมีความซ้ำซ้อน ในเรื่องของการทำงาน ทำให้งานล่าช้าทำให้การผลักดันนโยบายต้องไปติดมากมาย ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเราร่วมมือกันทำงานอย่างบูรณาการผลที่ที่เกิดขึ้นเป็นไปได้แน่นอน และพรรคเพื่อไทยอยากจะเปลี่ยนค่านิยมของข้าราชการทั้งหมด จากที่ไม่ทำไม่ผิด เป็นทำเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อข้าราชการได้ทำเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชน ข้าราชการก็จะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ที่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันประเทศ ที่ช่วยผลักดันนโยบายให้ประชาชน เราจะยกเครื่องระบบการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยราชการ และจะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาร่วมด้วยในเรื่องของแนวความคิดและในสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เราจะใช้แนวทางเอกชนทำงาน ราชการอำนวยความสะดวก ซึ่งได้แล้วผ่านทางเรื่องซอฟพาเวอร์ ซึ่งทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างมากในอุตสาหกรรมของภาพยนตร์ จนตอนนี้อุตสาหกรรมของภาพยนตร์ก้าวกระโดดไปสู่เวทีระดับโลกได้แล้วในระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาถึงนี้พรรคเพื่อไทยเราก็พร้อมแล้ว และตนได้แต่งตั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง และมีผู้อำนวยการเลือกตั้งหลายท่าน ที่ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งมากๆ จึงอยากขอพึ่งพาท่านที่มีประสบการณ์ จริงๆแล้วต้องขออนุญาตเชิญหลายๆคนเข้ามา เพราะว่าทุกครั้งที่เข้ามาประชุมร่วมกัน ก็ช่วยเหลือกัน ทำให้ได้คำตอบที่ตนก็มั่นใจมากๆทุกครั้งจากความสามารถของคนในพรรคเรา

ในวันทุกคนอาจจะถามหรือมองในท่านผู้ชมของเรา ว่า เอ๋ มีแคนดิเดตนายกฯอยู่หรือป่าว ตนก็คิดอยู่
“ดิฉันก็อยากเป็นแคนดิเดตมาก แต่ว่าก็เสียใจที่เป็นแคนดิเดตไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ตนขอให้ความมั่นใจว่าจะเปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตในเวลาที่เหมาะสม และมั่นใจว่า 3 ชื่อนี้ จะเป็นชื่อแห่งความหวัง ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกระดับแน่นอน“ นางสาวแพทองธาร กล่าว 

อีกทั้ง นางสาวแพทองธาร กล่าวจากใจจริงว่า ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่อยู่กับพวกเราในวันนี้ ขอบคุณที่ต่อสู้ทุกกระแสข่าว ทุกกระแสคำพูดที่เป็นกระแส ขอบคุณที่ตัดสินใจอยู่ ขอบคุณคนที่อยู่มายาวนานและเลือกที่จะยังอยู่กับเราต่อไป ทุกท่านทราบว่าที่แห่งนี้เป็นมากกว่าพรรคการเมือง ที่นี่คือบ้านของพรรคเพื่อไทย ที่นี่คือบ้านของคนเพื่อไทย และที่นี่จะไม่มีวันทิ้งกันไปไหน ตนขอขอบคุณทุกคนจากหัวใจ

ทั้งนี้นางสาวแพทองธารกล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และจะยืนสู้เคียงบ่า เคียงไหล่ กับทุกท่านไปจนสุดทาง และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าทุกๆท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเช่นกันชัยชนะจะเป็นของเรา และเราจะมีโอกาสได้ไปสร้างโอกาสให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกๆคน