"อัยการสูงสุด" รวมเจทีซีเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
"อัยการสูงสุด" รวมเจทีซีเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา "เพื่อไทย" ข้องใจขบวนการปลุกกระแสชาตินิยม
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2567 นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวThe room 44 ถึงกรณีมีขบวนการล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยใช้ประเด็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกับสมเด็จ ฮุนเซน อดีตนายกฯกัมพูชาว่า มองและสงสัยได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ไม่มีทางที่นายทักษิณงุบงิบโทรศัพท์ไปหาสมเด็จฮุนเซน ให้เอื้อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ เพราะมีคณะกรรมการเจทีซีเป็นกลไกเจรจา แม้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ก็ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้อยู่ในจีทีซี ไม่ได้เป็นคนเจรจา ถ้าสมมติไปส่งการเช่นนั้น รับรองความลับปิดไม่อยู่แน่ เพราะคณะกรรมการเจทีซี มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เท่าที่ได้ยินมาอาจมีสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย ดังนั้น เก็บความลักไม่ได้แน่นอนถ้าไปเอื้อประโยชน์ ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายเอาความจริงมาคุยกัน
เมื่อถามว่าระหว่างที่มีขบวนการเคลื่อนไหวให้ยกเลิกเอ็มโอยู44 ปลุกกระแสชาตินิยม ถูกต้องข้อสังเกตศาลรัฐธรรมนูญกำลังวินิจฉัยรับหรือไม่รับคดีให้นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยหยุดพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง นายนพดลกล่าวว่า ไม่อยากสรุปเช่นนั้น แต่มีความเชื่อมโยงในแง่เวลา ที่ถูกร้องพยายามยุบพรรคเพื่อไทย และถูกร้องอ้างว่านายทักษิณไปสั่งให้พรรคเพื่อไทยเอื้อประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน ทั้งหมดไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องไปเจรจา และต้องขอบพระคุณศาลรัฐธรรมนูญ ที่เมตตาขอรายละเอียดจากอัยการสูงสุดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่ารับหรือไม่รับคดี ถือว่ารอบคอบที่เอาข้อมูลมาดูว่า ทำไมอัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการ หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
z-z1603487247937.jpg)