닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---7

สส.ภูมิใจไทยเรียงหน้าประท้วงเดือด ฉุนโดน “ทวี” อภิปรายเขี่ยที่ดินเขากระโดง พาดพิง “นายกฯหนู” ซัดพูดนอกประเด็น ไม่เกี่ยวข้องนโยบายรัฐบาล “อดิศรี” ฉุนไล่ ”มงคล” ลงจากการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซัดวางตัวไม่เป็นกลาง 



วันที่ 29 ก.ย. 2568 การแถลงนโยบายรัฐบาล เริ่มเกิดความวุ่นวายในการประชุม เมื่อพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายนโยบายรัฐบาลพาดพิงปัญหาที่ดินเขากระโดงว่า มี 9คำพิพากษาทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองระบุว่า ที่ดินเขากระโดง 5,083ไร่ เป็นที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) แต่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ไม่ดำเนินการเพิกถอนที่ดินให้เป็นไปตามคำพิพากษา ทำให้สส.พรรคภูมิใจไทยพากันลุกขึ้นประท้วง อาทิ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง บอกว่า อภิปรายเรื่องเก่าซ้ำซาก ไม่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล เป็นเรื่องรัฐบาลที่แล้ว ขอให้นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมควบคุมการประชุม นายมงคลวินิจฉัยให้พ.ต.อ.ทวีอภิปรายอยู่ในเนื้อหานโยบายรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ อย่านำเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาอภิปราย แต่พ.ต.อ.ทวียืนยันสิ่งที่อภิปรายเป็นข้อห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยที่มีบ้านอยู่ในที่ดินเขากระโดง ทำให้รฟท.เสียที่ดิน 5,083ไร่ การสร้างความเหลื่อมล้ำ และบ่อนทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำให้สส.ภูมิใจไทยไม่พอใจลุกขึ้นประท้วงวุ่นวายอีกครั้ง เพราะไม่ทำตามที่ประธานที่ประชุมวินิจฉัย 

จากนั้นพ.ต.อ.ทวีเปลี่ยนไปอภิปรายคดีฮั้วสว. ระบุว่ามีหลักฐานการฮั้ว 100% มีชื่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง จนสส.ภูมิใจไทยยกทีมขึ้นมาประท้วงต่อเนื่อง มีสว.ขึ้นมาช่วยสนับสนุน เกิดความวุ่นวายตอบโต้กันไปมากับสส.พรรคเพื่อไทย และสส.พรรคประชาชาติ ที่ขึ้นมาช่วยสนับสนุนพ.ต.อ.ทวี โดยนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายไล่นายมงคลไม่ให้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพราะทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ไม่ควรให้เป็นประธานที่ประชุม ให้เปลี่ยนนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มาทำหน้าที่แทน มีน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่อภิปรายเหน็บสส.ภูมิใจไทยอย่าร้อนตัว จากนั้นเกิดการตอบโต้กันไปมากับสส.ภูมิใจไทย เสียเวลาไปร่วม 20นาที ก่อนที่นายมงคลจะให้พ.ต.อ.ทวีอภิปรายต่อ โดยกำชับให้พูดอยู่ในประเด็น ไม่ให้เกิดความวุ่นวายในการประชุม