"ชาวอุยกูร์" ยืนยันใช้ชีวิตปกติดี มีความสุข ย้ำไม่เคยเขียนจดหมาย ขอความช่วยเหลือ
ชาวอุยกูร์ ยืนยันใช้ชีวิตปกติดี มีความสุข ย้ำไม่เคยเขียนจดหมาย ขอความช่วยเหลือ บอกไม่รู้หนังสือ-ไม่เคยเขียนจดหมายออกมา
จากนั้นนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ได้แยกย้ายไปเยี่ยมชาวอุยกู ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทย โดยเวลา 13.00 น. นายภูมิธรรม นำคณะ และ สื่อมวลชน ไปยังบ้านพัก ในอำเภอซาเชอ เมืองคาซือ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีชายชาวอุยกุลและครอบครัวรอต้อนรับ โดยชาวอุยกูร์กล่าวว่า พ่อแม่และพี่สาวไปรอรับถึงเครื่องบิน และตรงกลับมายังบ้านทันทีไม่ได้ถูกกักตัว ส่วนตัวคิดถึงครอบครัวมากเพราะไม่ได้เจอกันมา 12 ปี สาเหตุที่เดินทางออกจาก ซิมเจียงขณะนั่นยังเป็นวัยรุ่นและมีคนหัวรุนแรงชวนไปต่างประเทศ จุดหมายปลายทางคือประเทศตุรกีแต่ถูกจับกุมตัวก่อนขณะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทย ขณะถูกกักตัวได้รับการดูแลดี แต่คิดถึงครอบครัว และเป็นห่วงแม่ที่สุขภาพไม่ดี อีกทั้งภรรยา ก็เพิ่งจะมีลูกคนที่ 2 อายุได้เพียง 2 ขวบ เมื่อกลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว ลูกสาวคนเล็กอยู่กับตนเอง ส่วนลูกสาวอีก 1 คนอยู่กับภรรยาซึ่งได้หย่ากันไป และจะพยายามตามกลับมาให้ได้ หลังเดินทางกลับถึงจีน ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคนในหมู่บ้าน และทางการจีนได้คืนบัตรประชาชน พร้อมทะเบียนบ้านให้ จากนี้อยากจะใช้เวลาดูแลพ่อแม่ ช่วยครอบครัวหารายได้ สำหรับสิ่งที่อยากฝากถึงคนไทยขอขอบคุณรัฐบาลไทยและจีน ที่ร่วมมือกันส่งตัวกลับบ้าน เวลานี้รู้แล้วว่าอยู่กับครอบครัวมีความสุข ปลอดภัยดี ไม่ต้องกังวล
ขณะที่ พ่อและแม่ ต่างแบบพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีใจมากไม่ได้เจอลูกมา 12 ปี คิดถึงมาก ตอนนั้นไม่รู้ว่า ลูกไปไหน แต่เมื่อกลับมาได้แล้วก็ดีใจ โดยแม่ของชายชาวอุยกูร์ หลังน้ำตาร่ำไห้แห่งความดีใจ ตลอดการพูดคุย และ ขอบคุณซ้ำ ๆ ที่นำลูกกลับคืนสู่ครอบครัว พร้อมจัดหาขนมเลี้ยงต้อนรับคณะจากไทย
นายภูมิธรรม ได้สอบถามว่าระหว่างถูกกักตัวอยู่ที่ประเทศไทย ได้ส่งจดหมายออกมาบ้างหรือไม่ คนอื่นที่ถูกกักตัวอยู่ด้วยกัน ชาวชายอุยกูร์ ตอบว่า ไม่ได้เขียนจดหมายสักฉบับ และ ไม่ได้ข่าวว่าเพื่อนเขียนจดหมายเช่นกัน
ขณะที่ เวลา 13.40น. คณะของ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปถึง บ้านพักอีกหลังหนึ่ง ในอำเภอซาเชอ เมืองคาซือ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยชายชาวอุยกู่ กล่าวว่า เมื่อกลับถึงบ้าน รัฐบาลท้องถิ่นได้พาตนไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย และยังพาตนกับครอบครัวไปเที่ยวข้างนอกในเมืองอื่น ทำให้ตนรู้สึกสบายใจ ตอนนี้ตนรู้สึกว่าได้ชีวิตใหม่เป็นปกติแล้ว ก่อนที่ตนออกนอกประเทศ บ้านหลังนี้ก็ยังไม่มี ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนเงิน 28,500 หยวน ให้มาสร้างบ้าน และเราก็พักกันที่นี่มีทั้งพ่อแม่ สามี ภรรยา และลูก3 คน และสาเหตุที่เดินทางไปเพราะมีคนโกหกทำให้ตนหลบหนีออกนอกประเทศผิดกฎหมายแต่ตอนนี้ได้กลับบ้านแล้วตอนนี้ปัจจุบันมาเป็นชาวนายืนยันว่าไม่มีการบังคับ มีเสรีภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่าไม่เคยถูกทำร้าย โอกาสนี้ก็ต้องขอบคุณ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากประเทศไทยตนรู้สึกประทับใจและขอบคุณรัฐบาลท้องถิ่นอีกครั้ง กลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ซินเจียงพัฒนา แต่ทั้งประเทศจีนทันสมัยมาก และเมื่อตนกลับมาก็จะดูแลครอบครัวเป็นหลัก
พ.ต.อ.ทวี ได้สอบถามเรื่องการศึกษา ซึ่งชายชาวอุยกูร์ ตอบว่า ตนไม่ได้เรียนหนังสือ แม้แม่เป็นครูอยากให้เรียน แต่ตนก็ไม่เชื่อฟัง ยืนยันไม่เคยมีการเขียนจดหมายกลับมา พ.ต.อ. ทวี กล่าวด้วยว่า วันนี้มาเยี่ยมเพราะจะมาดูว่ามีความปลอดภัย และมาดูว่าชีวิตดีขึ้นหรือไม่ ได้ยินแบบนี้รู้สึกสบายใจ และขออวยพรให้เขาและครอบครัวมีความสุขสมหวังต่าง ๆ
สำหรับบรรยากาศการพูดคุย กับครอบครัวชาวอุยกูร์นี้ มารดาดูมีความสุขหลังได้พบกับลูกชาย และกอดหอมแก้ม แสดงความคิดถึง ในขณะที่ลูกสาวของชายคนนี้ ก็ได้สวมกอดพ่อตัวเอง เพราะขณะที่เขาถูกจับลูกสาวมีอายุเพียง 4 ปีเท่านั้น จากนั้นครอบครัวนี้ได้ร้องเพลงพื้นถิ่นโชว์ซึ่งมีความหมายของเพลงว่า ดวงดาวที่สองสว่างบนฟ้า เป็นประกายเหมือนตาของแม่ ก่อนที่มารดาจะร้องอีก 1 บทเพลง ซึ่งเป็นเพลงที่ชื่นชมและขอบคุณคุณแม่ ที่ดูแลลูกมาจนเติบโต
z-z1603487247937.jpg)