เร่งตัดสินใจในภาวะเสื่อม เพื่อไทยบนทางสามแพร่ง
โพสต์เมื่อ : 29 ส.ค 2567 เวลา 9:43 น.
เสื่อมมนต์ขลัง พลังถดถอย “เพื่อไทย” แกนนำรัฐบาลยามนี้ที่เคยมีอดีตสุดยิ่งใหญ่ เคยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว กวาดสส.ได้ 377 คน จากทั้งหมด 500 ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจยังทำไม่ได้ เพราะเสียงไม่พอ มีแค่ 123 ไม่ถึง 125 ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540
อำนาจเบ่งบานขั้นสุดวันนั้น ต่างจากวันนี้ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งเป็นครั้งแรกให้แก่น้องใหม่ค่ายส้ม“ก้าวไกล” แต่ได้เป็นรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวดีลลับจับมือ“2 ลุง” แลกกับการกลับบ้านของ“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย แต่มันนำมาซึ่งความเสื่อมทราม กระแสถดถอยของพรรคใหญ่ค่ายแดง หลังการฟอร์มรัฐบาลข้ามขั้วมั่วกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม กระแสก็มีแต่ทรงกับทรุด
นอกจากกระแสจะวูบแล้ว ระบบจัดตั้ง คะแนนบ้านใหญ่ก็ตกต่ำลงไปด้วย เห็นได้ชัดจากการเลือกสว.ล่าสุด ที่พ่ายแพ้ให้แก่ค่ายน้ำเงิน“ภูมิใจไทย”ยับเยิน อนาคตที่วาดหวัง สว.เต็มไปด้วยเครือข่ายสีแดง มีน้องเขย“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกฯ นั่งบัลลังก์ประธานวุฒิสภา กลายเป็นหมัน ฝันเปียกไปแล้ว
“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ช็อกตาตั้ง คิดว่าผลเลือกสว.ที่ออกมาจะหนาแน่นเฉพาะเครือข่ายส้ม แดง แต่ปรากฏว่าสีน้ำเงินกวาดไปกว่าครึ่ง ประเมินทีมงาน“ครูใหญ่”เนวิน ชิดชอบ ต่ำเกินไป เห็นเงียบๆ ไม่มีกระแส แต่ค่ายน้ำเงินเดินเกมลึกร้ายเกินคาด สามารถถอดสมการเลือกสว.สูตรไขว้กลุ่มอาชีพ จนชนะขาดกระจุยกระจาย โชว์ความเหนือชั้น แสดงฝีมือให้ยุทธจักรนักเลือกตั้งรู้ว่าค่ายน้ำเงินคือเบอร์ 1 แสดงให้เห็นจังหวะก้าวที่ล้ำหน้าเพื่อไทยที่คิดแผนฉกสส.บ้านใหญ่เข้าสังกัด ภูมิใจไทยทำไว้ก่อนนานแล้ว
“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” รวมทั้ง“นายกฯนิด”เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แวะไปเยี่ยมบ้านใหญ่จังหวัดไหน ล้วนต้องต้อนรับขับสู้ตามธรรมเนียม เพราะเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลกุมอำนาจอยู่ แต่เบื้องหลังยังไม่ตัดสินใจอยู่กับใครเด็ดขาด ยิ่งพอได้เห็นเครือข่ายอำนาจภูมิใจไทยกำลังเบ่งบานหลังการเลือกสว. ยิ่งต้องคิดหนัก
เพราะเพื่อไทยยังไม่รู้จะเป็นรัฐบาลอีกนานแค่ไหน เลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังไม่มีอนาคต ยิ่งมองเรื่องความปลอดภัยอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ย่อมดีกว่าพรรคเพื่อไทย ที่ยังถูกตั้งแง่จากฝั่งอนุรักษ์นิยมเหมือนเดิม
ภูมิใจไทยกำลังผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำเต็มตัวในปีกของฝั่งอนุรักษ์นิยม เพราะเพื่อไทยถึงยังไงก็ไม่ใช่อนุรักษ์ มาอยู่ร่วมด้วยความจำเป็นตามเงื่อนไขดีลลับกลับบ้านเราของ“นายใหญ่” ค่ายแดงยังถูกกมองเป็นอนุรักษ์นิยมนอกคอก ไม่มีสาวกคนไหนเปลี่ยนใจมาชื่นชอบแน่ มีแต่หมั่นไส้รังเกียจมากขึ้น เพราะต้องอาศัยพึ่งพาแบบเสียไม่ได้ เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง กระอักกระอ่วนใจอยู่จนถึงวันนี้ วันดีคืนดีก็หาเหตุมาร้องเรียนทิ่มแทง“นายกฯเศรษฐา” เจาะยางรัฐบาล ระบายความเก็บกด
ความแค้นส่วนตัวทำบ้านเมืองติดหล่มล้าหลังไม่เดินหน้า รัฐบาล นายกฯต้องเสียเวลากับการขึ้นโรงขึ้นศาล เรื่องเก่ายังไม่ซาเรื่องใหม่มาอีกแล้ว เสียเวลาไปหาคำชี้แจงแก้ต่างล้างคดี การค้าการลงทุนหยุดชะงัก คนเสียหายคือประชาชน ต้องทนอยู่กับการเล่นเกมการเมือง ทำลายล้าง ยื้อแย่งอำนาจ
พรรคเพื่อไทย และ “นายใหญ่” ควรเลิกกั๊ก และชัดเจนได้แล้วว่าจะเอายังไง ถ้าอยู่เป็นรัฐบาลต่อด้วยสภาพปัดแข้งปัดขาหมั่นไส้กันเองแบบนี้ก็มีแต่เสื่อมทรุดลงไปเรื่อยๆ จะทำงานสร้างกระแสให้รัฐบาลก็โดนสกัดหัวทิ่ม แบบนี้ก็แยกทางตัวใครตัวมัน แยกกันไปตายดีกว่า รีบชิ่งแล้วออกมาหาทางกู้กระแส ยอมรับความผิดพลาดชี้แจงเหตุผลความจำเป็น ประชาชนจะเข้าใจและให้อภัย และยังอาจมีสิทธิ์ได้เป็นรัฐบาลต่อ
ต้องรีบตัดสินใจและชี้แจงประชาชนเพื่อเดินหน้าต่อ แม้จะต้องเผชิิญยุคแห่งความตกต่ำ ตกเป็นรองพรรคก้าวไกล พ่ายแพ้เลือกตั้งอีกครั้งก็ต้องยอมทำใจยอมรับให้ได้ เพราะมันแลกกับการได้กลับบ้านแบบปลอดภัยของ“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ไปแล้ว เป็นราคาที่ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ายังทู่ซี้อยู่ในอำนาจสวนกระแสแบบนี้ต่อไป อาจกู่ไม่กลับ ดับอนาถทางการเมือง
อำนาจเบ่งบานขั้นสุดวันนั้น ต่างจากวันนี้ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งเป็นครั้งแรกให้แก่น้องใหม่ค่ายส้ม“ก้าวไกล” แต่ได้เป็นรัฐบาลท่ามกลางกระแสข่าวดีลลับจับมือ“2 ลุง” แลกกับการกลับบ้านของ“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย แต่มันนำมาซึ่งความเสื่อมทราม กระแสถดถอยของพรรคใหญ่ค่ายแดง หลังการฟอร์มรัฐบาลข้ามขั้วมั่วกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม กระแสก็มีแต่ทรงกับทรุด
นอกจากกระแสจะวูบแล้ว ระบบจัดตั้ง คะแนนบ้านใหญ่ก็ตกต่ำลงไปด้วย เห็นได้ชัดจากการเลือกสว.ล่าสุด ที่พ่ายแพ้ให้แก่ค่ายน้ำเงิน“ภูมิใจไทย”ยับเยิน อนาคตที่วาดหวัง สว.เต็มไปด้วยเครือข่ายสีแดง มีน้องเขย“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกฯ นั่งบัลลังก์ประธานวุฒิสภา กลายเป็นหมัน ฝันเปียกไปแล้ว
“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ช็อกตาตั้ง คิดว่าผลเลือกสว.ที่ออกมาจะหนาแน่นเฉพาะเครือข่ายส้ม แดง แต่ปรากฏว่าสีน้ำเงินกวาดไปกว่าครึ่ง ประเมินทีมงาน“ครูใหญ่”เนวิน ชิดชอบ ต่ำเกินไป เห็นเงียบๆ ไม่มีกระแส แต่ค่ายน้ำเงินเดินเกมลึกร้ายเกินคาด สามารถถอดสมการเลือกสว.สูตรไขว้กลุ่มอาชีพ จนชนะขาดกระจุยกระจาย โชว์ความเหนือชั้น แสดงฝีมือให้ยุทธจักรนักเลือกตั้งรู้ว่าค่ายน้ำเงินคือเบอร์ 1 แสดงให้เห็นจังหวะก้าวที่ล้ำหน้าเพื่อไทยที่คิดแผนฉกสส.บ้านใหญ่เข้าสังกัด ภูมิใจไทยทำไว้ก่อนนานแล้ว
“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” รวมทั้ง“นายกฯนิด”เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แวะไปเยี่ยมบ้านใหญ่จังหวัดไหน ล้วนต้องต้อนรับขับสู้ตามธรรมเนียม เพราะเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลกุมอำนาจอยู่ แต่เบื้องหลังยังไม่ตัดสินใจอยู่กับใครเด็ดขาด ยิ่งพอได้เห็นเครือข่ายอำนาจภูมิใจไทยกำลังเบ่งบานหลังการเลือกสว. ยิ่งต้องคิดหนัก
เพราะเพื่อไทยยังไม่รู้จะเป็นรัฐบาลอีกนานแค่ไหน เลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังไม่มีอนาคต ยิ่งมองเรื่องความปลอดภัยอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ย่อมดีกว่าพรรคเพื่อไทย ที่ยังถูกตั้งแง่จากฝั่งอนุรักษ์นิยมเหมือนเดิม
ภูมิใจไทยกำลังผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำเต็มตัวในปีกของฝั่งอนุรักษ์นิยม เพราะเพื่อไทยถึงยังไงก็ไม่ใช่อนุรักษ์ มาอยู่ร่วมด้วยความจำเป็นตามเงื่อนไขดีลลับกลับบ้านเราของ“นายใหญ่” ค่ายแดงยังถูกกมองเป็นอนุรักษ์นิยมนอกคอก ไม่มีสาวกคนไหนเปลี่ยนใจมาชื่นชอบแน่ มีแต่หมั่นไส้รังเกียจมากขึ้น เพราะต้องอาศัยพึ่งพาแบบเสียไม่ได้ เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง กระอักกระอ่วนใจอยู่จนถึงวันนี้ วันดีคืนดีก็หาเหตุมาร้องเรียนทิ่มแทง“นายกฯเศรษฐา” เจาะยางรัฐบาล ระบายความเก็บกด
ความแค้นส่วนตัวทำบ้านเมืองติดหล่มล้าหลังไม่เดินหน้า รัฐบาล นายกฯต้องเสียเวลากับการขึ้นโรงขึ้นศาล เรื่องเก่ายังไม่ซาเรื่องใหม่มาอีกแล้ว เสียเวลาไปหาคำชี้แจงแก้ต่างล้างคดี การค้าการลงทุนหยุดชะงัก คนเสียหายคือประชาชน ต้องทนอยู่กับการเล่นเกมการเมือง ทำลายล้าง ยื้อแย่งอำนาจ
พรรคเพื่อไทย และ “นายใหญ่” ควรเลิกกั๊ก และชัดเจนได้แล้วว่าจะเอายังไง ถ้าอยู่เป็นรัฐบาลต่อด้วยสภาพปัดแข้งปัดขาหมั่นไส้กันเองแบบนี้ก็มีแต่เสื่อมทรุดลงไปเรื่อยๆ จะทำงานสร้างกระแสให้รัฐบาลก็โดนสกัดหัวทิ่ม แบบนี้ก็แยกทางตัวใครตัวมัน แยกกันไปตายดีกว่า รีบชิ่งแล้วออกมาหาทางกู้กระแส ยอมรับความผิดพลาดชี้แจงเหตุผลความจำเป็น ประชาชนจะเข้าใจและให้อภัย และยังอาจมีสิทธิ์ได้เป็นรัฐบาลต่อ
ต้องรีบตัดสินใจและชี้แจงประชาชนเพื่อเดินหน้าต่อ แม้จะต้องเผชิิญยุคแห่งความตกต่ำ ตกเป็นรองพรรคก้าวไกล พ่ายแพ้เลือกตั้งอีกครั้งก็ต้องยอมทำใจยอมรับให้ได้ เพราะมันแลกกับการได้กลับบ้านแบบปลอดภัยของ“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ไปแล้ว เป็นราคาที่ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ายังทู่ซี้อยู่ในอำนาจสวนกระแสแบบนี้ต่อไป อาจกู่ไม่กลับ ดับอนาถทางการเมือง
z-z1603487247937.jpg)