닫기

85

แบตเตอรี่หมดไวตอนบ่าย? ปรับ 4 ตั้งค่านี้บน iOS & Android แบตอึดขึ้นทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดโหมดประหยัดพลังงาน

 

เคยสงสัยไหม... ทำไมยังไม่ทันเลิกงาน แบตเตอรี่มือถือก็พุ่งลงไปแตะตัวเลขสีแดงซะแล้ว? แท้จริงแล้ว ต้นเหตุอาจไม่ใช่เพราะแบตเตอรี่เสื่อม แต่มาจาก "ระบบเบื้องหลัง" ที่แอบสูบพลังงานอยู่ตลอดเวลา

 

รายงานจาก Fast Company แนะนำ 4 เทคนิคการตั้งค่าระบบที่ช่วยปิดจุดรั่วไหลของแบตเตอรี่ ใช้ได้ทั้ง iPhone และ สมาร์ตโฟน Android

 

4 จุดตั้งค่า... เปลี่ยนแล้วแบตอึดขึ้นทันที!

 

1. ปิด Background Refresh (การรีเฟรชแอปเบื้องหลัง): แอปโซเชียลและแอปช้อปปิ้งมักแอบใช้เน็ตโหลดเนื้อหาและโฆษณาตลอดเวลา
iOS: Settings > General > Background App Refresh > เลือก Wi-Fi Only หรือปิดแอปที่ไม่จำเป็น

Android: Settings > Apps > เลือกแอป > Battery > ปรับเป็น Restricted

2. คุมสิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่ง (GPS): GPS คือตัวสูบแบตอันดับต้นๆ หากไม่จำกัดสิทธิ์ เครื่องจะดึงพิกัดตลอดเวลา
iOS: Settings > Privacy & Security > Location Services > ปรับแอปทั่วไปเป็น While Using the App

Android: Settings > Location > App permissions > เลือก While Using หรือ Off และปิด Precise Location กับแอปที่ไม่จำเป็น

3. ปรับการแสดงผลหน้าจอ (Screen Display): หน้าจอคือฮาร์ดแวร์ที่กินพลังงานมากที่สุด
เปิด Dark Mode: ช่วยประหยัดไฟบนจอ OLED ได้อย่างเห็นผล

ปิด Always-On Display: หากไม่จำเป็นต้องดูเวลาตลอดเวลา

จำกัด Refresh Rate: ปรับจาก 120Hz มาเป็น 60Hz หรือ Standard ในวันที่ต้องเดินทางไกล

4. จัดการระบบสัญญาณมือถือ (5G / LTE): โมเด็ม 5G ใช้พลังงานสูง โดยเฉพาะในพื้นที่สัญญาณสวิง
iOS: Settings > Cellular > Cellular Data Options > Voice & Data > เลือก 5G Auto หรือ LTE

Android: Settings > Connections / Network > Mobile Networks > เลือกโหมด LTE / 3G / 2G (Auto connect)

Pro Tip ในพื้นที่อับสัญญาณ เช่น ห้องประชุมปิด หรือบนรถไฟ เครื่องจะเร่งกำลังส่งสัญญาณเพื่อหากระแสคลื่น ทำให้เครื่องร้อนและแบตลดฮวบ วิธีแก้ด่วนคือเปิด Airplane Mode แล้วเปิดใช้งานเพียง Wi-Fi จะช่วยหยุดการค้นหาสัญญาณและประหยัดแบตเตอรี่ได้มหาศาล