닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน555656

ม็อบมีเส้น Hidden Agenda  จุดไฟก่อม็อบ “กลางสายฝน”



เลื่อนยื่นหนังสือถึงนายกฯไปวันที่ 9 พ.ย. รอดูทิศทางลมอีก 1 สัปดาห์ ก่อนประเมินสถานการณ์จะสุกงอมหอมหวาน หรือยังต้องรอปฏิบัติการต่อไป อดีตแกนนำม็อบพันธมิตร เสื้อเหลืองตัวพ่อ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่เคยโด่งดังจากวีกรรมในอดีต ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน จนนายกรัฐมนตรีไม่มีที่อยู่ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาแล้ว 

ประกาศขึงขังหากมีเหตุจำเป็น หรือสถานการณ์สุกงอม จะออกมานำม็อบลงถนนขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว “สนธิ”เคยประกาศเลิกม็อบ ยุติบทบาทเคลื่อนไหว ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากเรือนจำ บอกว่าจะไปสอนคน ให้ความรู้คนเท่านั้น ไม่ออกมาลงถนนแล้ว

แต่วันนี้คิดอะไร หรือต้องการสิ่งใดจากรัฐบาล โดยเฉพาะ“นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า”ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มองว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่อดีต แม้จะมีข่าวว่าเคลียร์คัทตัดจบกันไปแล้ว ตอนที่นายทักษิณกลับประเทศไทยใหม่ๆ ปี2566 หรือว่าวันนี้มีเรื่องใหม่ คุยไม่ลงตัว ขณะเดียวกันหมากเกมนี้อาจเป็นการตีวัวกระทบคราดฟาดไปถึงเขากระโดง พรรคเกรียนเซราะกราว ภูมิใจไทยก็เป็นได้ 

เหนืออื่นใดประเด็นใหญ่ จุดชนวนเคลื่อนไหวหนีไม่พ้น MOU 44 ที่ “สนธิ” ชี้เป้าว่าเป็นการเสียดินแดนให้กัมพูชา เอามาขยี้ขยายปลุกกระแสคลั่งชาติ เพื่อมารวมตัวขับไล่รัฐบาล ปลุกความกลัวด้วยประเด็นอ่อนไหว ต้องไม่เจรจา ไม่ประนีประนอมอ่อนข้อใดๆกับกัมพูชาทั้งนั้น แต่ในทางกลับกันสิ่งที่เห็นและควรทำตรงหน้าคือไปเอาทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนของทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติก่อน บรรดาม็อบคลั่งชาติทำไมไม่พูดถึงเรื่องนี้บ้าง สิ่งที่ควรได้ ควรเอามาสร้างประโยชน์ให้ชาติ ไม่คิดคำนึง หรือเอาไปชั่งน้ำหนัก ได้-เสีย ในสมองตัวเองหรืออย่างไร คิดแต่แง่ลบเพียงอย่างเดียวมันไม่แฟร์เท่าไหร่ คงไม่มีใครคนไหนคิดจะทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยคาดหวังจะได้แค่ความระยำตำบอนกลับมาอย่างเดียวแน่ๆ 

โลกแคบ อคติบังตา แล้วจะไปนำพามวลชนเคลื่อนไหวแบบใสสะอาดได้ยังไง สุดท้ายต้องมองมุมกลับอยู่ดี ถ้างานนี้เสียประโยชน์ ตักตวงทรัพยากรอะไรเข้าประเทศไม่ได้เลย อาจส่งผลร้ายแรงต่อม็อบเช่นกัน หากเป็นตัวการของเรื่อง ทำผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลนับ10ล้านล้านบาทต้องวายวอดไป จะรับผิดชอบกันยังไงถามใจดู 

บรรดาเจ้าเก่า ขาประจำ พลพรรคคนเกลียดทักษิณไม่เอาเพื่อไทย ออกมาเคลื่อนไหวอีกแล้ว บางครั้งก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุผลอะไร หรือว่าไม่มี ก็แค่ความเกลียดชังที่เป็นเหตุผลขับเคลื่อน ถามว่าเกลียดแดง กลัวส้ม แล้วจะเอาใคร ประเทศนี้ระบอบประชาธิปไตย แต่ฝักใฝ่ระบอบอำมาตย์ ก็กล้าๆพูดออกมาตรงๆ เคลื่อนไหวโค่นล้มแล้วจะให้ใครมาคุ้มกะลาหัว นำพาประเทศ ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งเสียงข้างมากอย่างค่ายแดง ค่ายส้มใช่หรือไม่ อย่ามัวแต่อมสากปากหนัก บอกหลักการเหตุผล วาระเป้าหมายด้วยต้องการอะไร อย่าปล่อยให้คิดเดากันว่ามีวาระแฝง เกลียด กลัวฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าทำใจยอมรับใครที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย แล้วอย่าอ้างประชาธิปไตยเป็นธงนำเคลื่อนไหวชุมนุมให้กระดากปากเลย 

รัฐบาลก็รู้ตัวดีงานนี้เรื่องใหญ่ ทำผิดพลาดเสียหายก็ตายทั้งขึ้นทั้งล่อง เสียดินแดนก็อยู่ไม่ได้ เสียผลประโยชน์ก็โดนเช็คบิล อ่อนไหวอันตราย ถ้าทำพลาดเสียดินแดนจริงๆ ไม่ต้องให้ใครมาไล่รัฐบาลหรอก ก็ต้องไปอยู่แล้ว ไปทันที จึงวางหลักเกณฑ์เจรจากับกัมพูชาเฉพาะเรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ ไม่มีเรื่องของเขตแดน-น่านน้ำ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง แม้จะเป็นเรื่องยาก เพราะข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ว่า การเจรจา “ผลประโยชน์ และ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” 2เรื่องนี้จะคุยในคราวเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นจำเป็นต้องแก้เงื่อนปมนี้ก่อน เพื่อจะได้คุยกันเฉพาะเรื่องผลประโยชน์เพียวๆ อย่าลืมว่าจำเป็นต้องแข่งกับเวลา ถ้ายึกยักลีลาวางท่าจนยืดเยื้อหลายปี ก็มีแต่ความฉบหายวายวอดเท่านั้นที่กวักมือรออยู่ 

เห็นอาการรัฐบาลเจอม็อบแล้วออกลูกหงอแล้วหงุดหงิด ไม่มีภาวะผู้นำองอาจเอาเสียเลย มัวแต่กลัวม็อบ ไม่กลัวเสียงคนส่วนใหญ่ของประเทศบ้างหรือไง ขอให้รับเปลี่ยนพฤติกรรรมอย่าขับเคลื่อนประเทศด้วยความกลัว ต้องขับเคลื่อนด้วยความหวังของประชาชนคนส่วนใหญ่ มิฉะนั้นจะอยู่ไม่รอดปลอดภัย และคงไม่มีใครศรัทธา