닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopyถถ

งบชายแดนล่องหน เปิดบริจาคไปทั่ว  งง รัฐบาลมีไว้ทำไม ?


“กองหน้าของประเทศ ต้องรอเงินรับบริจาค มากกว่าการช่วยเหลือจากรัฐบาล ?” ภาพการโพสลง Facebook ในการรับบริจาคเต็มพื้นที่โซเชียล

คำถามที่ฟังดูเหมือนประชด แต่กำลังกลายเป็นความจริงที่ขมขื่นในแนวชายแดนตะวันออกของไทย—พื้นที่ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากรัฐ กลับถูกทิ้งไว้เพียง “โพสต์เฟซบุ๊ก” และ “กล่องบริจาค” เพื่อความอยู่รอดของเจ้าหน้าที่แนวหน้า

ในขณะที่รัฐพูดถึงความมั่นคงของชาติ บนเวทีใหญ่ แต่ที่แนวรบจริง กลับไม่มีแม้กระทั่งเสื้อเกราะดี ๆ ให้สวมใส่

ปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยจัดสรรงบด้านความมั่นคงไว้ราว 197,000 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งเคยสูงถึง 210,000 ล้านบาท ฟังดูอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เมื่อซูมเข้าไปดูรายละเอียด จะพบสิ่งที่น่าตกใจ คือ งบพัฒนาและป้องกันพื้นที่ชายแดนตะวันออก (ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลฯ) รวมกันแล้ว ไม่ถึง 4,000 ล้านบาท หรือไม่ถึง 2% ของงบความมั่นคงทั้งหมด

เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะภัยคุกคามในปัจจุบัน ทั้งโดรนสอดแนม, สงครามข้อมูล, ขบวนการค้าอาวุธ และการโจมตีแบบไฮบริด - จะเห็นได้ชัดว่า รัฐกำลังมอง “สนามรบใหม่” ด้วยแว่นตาเก่า

เสียงจากทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน เผยให้เห็นสภาพความพร้อมที่น่าเป็นห่วง เราไม่มีแม้แต่เสื้อเกราะที่ได้มาตรฐาน ตอนมีเหตุปะทะกันรุนแรง เราต้องยืนเฝ้ายามสลับกันใช้ของเท่าที่มี เพราะไม่มีใครจัดสรรของใหม่ให้เลยครับ

คำพูดนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนโครงสร้างเชิงนโยบายที่ เน้นชดเชยเมื่อมีคนตาย มากกว่าลงทุนเพื่อไม่ให้ใครต้องตาย

หนึ่งในคำพูดที่จุดกระแสวิจารณ์ คือคำให้สัมภาษณ์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาพูดสั้น ๆ ว่า บางทีคุณกัน จอมพลัง ยังช่วยทหารแนวหน้าได้มากกว่ารัฐบาลเองเสียอีก

แม้คำพูดนี้ตั้งใจให้เครดิตพลเมืองดี แต่ในอีกแง่กลับตอกย้ำว่า รัฐบาลไทยล้มเหลวในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างน้อยในระดับ “พื้นฐาน” เมื่อชีวิตเจ้าหน้าที่แนวหน้า ต้องอาศัยน้ำใจประชาชนแทนงบประมาณจากภาครัฐ - นี่ไม่ใช่เรื่องของ "คนดีช่วยกัน" แต่คือ สัญญาณของรัฐที่ไม่ทำงาน


นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมธิการการปกครอง  ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การที่ทหารแนวหน้าต้องพึ่งพาน้ำใจจากประชาชนมากกว่างบประมาณจากรัฐ สะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงนโยบาย รัฐจัดสรรงบไปแล้ว 100 ล้านบาท ทำไมจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันที ต้องรอเงินบริจาคจากประชาชนแทน ? ถ้ารัฐไม่สามารถจัดการหน้าที่พื้นฐานนี้ได้ แล้วจะมีรัฐบาลไว้ทำไม ?


หลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รัฐบาลประกาศจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว 10 ล้านบาท สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐผู้เสียชีวิต 8 ล้านบาท สำหรับพลเรือน แต่เงินก้อนนี้มาจาก งบกลาง ไม่ใช่การปรับงบให้ หน่วยงานแนวหน้าใช้ดูแลป้องกันตั้งแต่ต้น นี่คือจุดวิกฤตของระบบราชการไทย - ที่รอความเสียหายก่อนแล้วจึงเยียวยา มากกว่าจะลงทุนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด

รัฐบาลไทยพร้อมจ่ายตอนมีคนตาย  แต่ไม่ลงทุนเพื่อไม่ให้เขาต้องตาย ? นี่คือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และกำลังสะท้อนว่า "ความมั่นคง" ในมุมมองของภาครัฐ อาจหมายถึงแค่ "การควบคุม" ไม่ใช่ "การดูแลชีวิตคน"

เมื่อชีวิตของเจ้าหน้าที่แนวหน้า ต้องพึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ยอดโอน และกล่องบริจาคมากกว่างบจากรัฐ- ความมั่นคงของชาติย่อมสั่นคลอน เพราะ “แนวหน้า” ไม่ใช่แค่คำสวยงาม แต่คือคนจริง ๆ ที่ยืนเฝ้าชายแดนในค่ำคืนที่ไม่มีใครเห็น และหากยังต้องยืนเฝ้าอย่างไร้เครื่องป้องกันประเทศนี้ยังมีความมั่นคงอยู่จริงหรือ ? แนวหน้าต้องไม่ใช่แนวที่ถูกลืม งบประมาณที่หายไป = ชีวิตที่เสี่ยงตาย