닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

 

ยังทำใจดีสู้เสือ กระเหี้ยนกระหือรือจะแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ด่วนจี๋ ทั้งที่รู้ดียากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลกำลังหมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับการรื้อรัฐธรรมนูญรายมาตรา และโละทิ้งทั้งฉบับ

           

เห็นใจและเข้าใจได้ว่าพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายชินวัตร บ้านจันทร์ส่องหล้า ต้องเผชิญมรสุมนิติสงครามกระหน่ำถาโถมจนเดือดดาลคั่งแค้น ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัย หวาดเสียวหลุดกระเด็นจากอำนาจ หรือร้ายกว่านั้นคือโดนคดีอาญา

           

จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างหอกดาบที่กำลังจ่อคอหอย นั่นก็คือแก้ไขล้มเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับโคตรเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอยของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ปรมาจารย์กฎหมายให้ได้ จะแก้เล็ก แก้ใหญ่ ขอให้ได้แก้เถอะ

           

แม้จะมีแนวร่วมเสียงสส.ท่วมท้นอย่างพรรคประชาชน แกนนำฝ่ายค้าน ที่เห็นร่วมกันเฉพาะกิจเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ลำพังเสียงสส.ข้างมากนั้นไม่พอที่จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญอะไรได้ เพราะถูกล็อกไว้หลายชั้น จำเป็นต้องมีเสียงเห็นพ้องเกือบทั้งสภา ที่สำคัญคือต้องมีเสียงสว. 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง

           

แต่จากการผลการโหวตของสว.ที่คว่ำแนวทางการทำประชามติของสส. ที่มีเสียงมากถึง 167 เสียง ก็บอกได้เลยว่าถ้าสว.ไม่เอาด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงเป็นหมัน หรือแท้งกล่อนคลอด ตายทั้งกลม และสว.สภาสูงยามนี้ใครคุมก็รู้กันดีอยู่แล้ว ค่ายน้ำเงิน“เซราะกราว”ภูมิใจไทย ของ“หนู-เน”

           

ท่าทีของ“เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็พลิกเปลี่ยนกลับลำ จากที่เคยอยากแก้ กลายเป็นพิทักษ์ปกป้องหน้าตาเฉย

     

พรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาลขอนัดหารือแกนนำพรรคร่วมปมแก้รัฐธรรมนูญที่มีปัญหาติดขัดขัดขวาง ช่วงสัปดาห์หน้าเพื่อหาทางออกแล้วไปต่อ แต่ปรากฏว่า“เสี่ยหนู”ออกมาปัดทันที บอกยังไม่เห็นมีใครนัดหมายอะไร นายกฯก็ไปต่างประเทศ ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าแก้รัฐธรรมนูญ คือแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากของประชาชน ชิ่งหนีตีกรรเชียงแบบหล่อๆตามเคย

           

งานนี้ถ้าไปร่วมวงถกปมแก้รัฐธรรมนูญมีหวังถูกรุมยำซักถาม สวมบท“ไอ้เข้ขวางคลอง” ต้องการต่อรองอะไร หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังกันแน่ เพราะนอกจากจะล้มโต๊ะแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปมจริยธรรมของพรรคเพื่อไทยไปสดๆ ร้อนๆ ล่าสุดยังถูกมองด้วยหางตา ถึงการพลิกเกมกลับลำของสภาสูงในทำนองเดียวกัน หลังสว.สายน้ำเงินคว่ำร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติของสส. ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใช้เสียงข้างมากธรรมดา เป็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น

           

ทั้งต่อยหน้า ตุ๊ยท้อง เล่นกันแบบจุกๆ ไม่ให้แตะ ไม่ให้เฉียดเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งรายมาตรา หรือแก้ทั้งฉบับ ผลของการโหวตคว่ำของสว. ทำให้ต้องเสียเวลาไปอีกอย่างน้อย6เดือน หากจะยืนยันยึดร่างเดิมของสส.ที่ให้ทำประชามติชั้นเดียว หรือเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ

           

แต่ถ้าเห็นด้วยกับแนทางของสว.ก็จะเร็ว แต่แนวทางการทำประชามติ 2 ชั้นมันยากเกินไป “เสี่ยอ๋อย”จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำเพื่อไทย เคยบอกไว้ว่าหากรัฐบาลเดินหน้าทำประชามติโดยใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ไม่ว่าจะทำ 2 หรือ 3 ครั้ง ก็ตกแน่นอน

           

เจอหมากเกมนี้ก็มึนกันไปทั้งพรรค ไม่รู้แก้รัฐธรรมนูญจะเสร็จกี่โมง รัฐบาลนี้จะได้แก้ตามที่หาเสียงไว้หรือเปล่า เพราะมันถูกผูกโยงไว้กับการทำประชามติ เป็นเงื่อนปมตามกลไกที่ร่างโดย“ซือแป๋มีชัย” ทำให้รัฐธรรมนูญแก้ยากแก้เย็น หรือแทบแก้ไม่ได้เลย

           

ดังนั้นเมื่อต้องเสียเวลาติดกับดักสว.สีน้ำเงิน ส่อเค้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ทันในช่วงเวลา 2 ปีกว่าๆที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ก็อาจจำเป็นต้องเสี่ยงร่นเวลาลงด้วยการลดการทำประชามติเหลือแค่ 2 ครั้ง จากเดิมจะทำ 3 ครั้ง ตามที่พรรคประชาชนยุให้ลุยแหลก วัดใจเพื่อไทยว่าจะกล้ามั้ย แต่ดูรูปการณ์แล้วต้องทำเอาไว้ก่อน

           

แต่ตอนนี้ยังไงก็ยังแก้ยากอยู่ดี เพราะแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้กลไกเสียงสว. ตราบใดที่ค่ายน้ำเงินไม่เอาด้วยก็จบเห่ จับสัญญาณภูมิใจไทยชั่วโมงนี้ก็ชัดเจน ไม่แก้ ไม่ยุ่ง ไม่กล้าท้าทายอำนาจมืด ในขณะที่ตัวเองยังติดเงี่ยงปมยุบพรรคคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง คดีซิกแซ็กหุ้นของ“เสี่ยโอ๋”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาฯพรรค

           

ยิ่งไปกว่านั้นกองกำลังสว.สีน้ำเงินที่แผ่ซ่านบารมีอยู่ในสภาสูง ยังอาจมีสิทธิโดนโละทิ้งหากไปท้าทายมือที่มองไม่เห็น อนาคตจบทันที จากใหญ่กลายเป็นเล็กจิ๊บจ๊อยแน่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพลิกบทมาพินอบพิเทาปกป้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เดินในตรอก ซอก ซอยก่อน

           

รอจังหวะเวลายึดครองอำนาจในองค์อิสระ หรือองค์กรอื่นใดที่ให้คุณให้โทษทางการเมืองได้ เมื่อนั้นค่อยออกมาเดินโชว์กร่างกลางถนน และเมื่อนั้นการแก้รัฐธรรมนูญถึงอาจจะเป็นไปได้

 

#ค้างคาวเขียว