닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyรุึคุึ

เสรีรวมไทย หึกเหิม จัดประชุมใหญ่พรรค เตรียมพร้อมก่อนการเลือกตั้ง ”เสรีพิศุทธ์” เชื่อ ความพร้อมของเราถ้าคิดว่าแพ้แล้วไม่สู้ มันก็แค่นั้น แต่สู้แล้วแพ้ก็สู้ ลั่น การเมืองไทยไร้มิตรแท้ ชี้ นักการเมืองรักตัวเองมากกว่าประเทศ



วันที่ 13 ธ.ค. 68 ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร พรรคเสรีรวมไทย จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2568 นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค , นายทะเบียนสมาชิกพรรค เหรัญญิกพรรค,โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวเปิดการประชุม การเมืองไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ปัจจุบันเกิดปัญหาภายในการเมืองไทยเป็นเพราะว่าคนทุกคนและพรรคทุกพรรคไม่ได้รักองค์กรและไม่ได้รักประเทศชาตแต่รักแต่ตัวเองเป็นหลัก ถ้าไม่รักองค์กรตัวเองจะไปรักประเทศชาติได้อย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขไม่แล้วเสร็จ หากการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนเลือกพรรคเสรีรวมไทย เราจะไม่ให้มีการโกงเกิดขึ้นในประเทศไทย

ผู้ข่าวรายงานว่าในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเสรีรวมไทย มีระเบียบวาระดังนี้ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานประชุมใหญ่สามัญพรรคเสรีรวมไทย ครั้งที่ 1/2568 ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา 3.1 เปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค 3.2 เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 3.3 การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งชุดใหม่ ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ให้ความรู้กับสมาชิกเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ

โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 / 2568 มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างไร ว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด สถานการณ์การเมืองในตอนนี้พรรคต่างๆ พยายามรวบรวม สส. ให้ได้มากที่สุด ถึงขนาดมีการซื้อตัวกัน สส.ที่ไม่มีอุดมการณ์ก็ทิ้งพรรคตนเอง  มันสะท้อนให้เห็นปัญหาของประเทศไทยว่าคนไทยยังไม่มีคุณภาพ ไม่ได้รักองค์กรและประเทศชาติ เราต้องมุ่งเน้นพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ ให้มีการศึกษาความรู้ความสามารถพึ่งพาตนเองได้  และที่สำคัญให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้ คนไทยส่วนใหญ่รอการช่วยเหลือจากผู้อื่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียงจึงมีมาตลอด พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน บางพรรคขายชาติ บางพรรคไม่เอาสถาบัน บางพรรคโกงที่ดินหลวง รวมถึงบางพรรคที่มีการร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ปัจจุบันก็แก้ไขไม่ได้ 
ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ต้องมีการรับผิดชอบกันด้วย 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า พรรคเสรีรวมไทย เคยทำอะไรให้ประชาชนผิดหวังบ้าง มีแต่เสียสละทำให้ทุกอย่าง ในช่วงที่มีการเลือกตั้งครั้งแรกของพรรคเสรีรวมไทย โควิดในช่วงนั้นเกิดปัญหา โควิด-19 เราเอาเงินเดือนของเราไปช่วยเหลือประชาชน โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าแจกไปเท่าไหร่ แต่คำนึงเพียงแค่ว่าประชาชนตรงนั้นเดือดร้อน แม้กระทั่งเหตุการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เราไม่เคยได้เสียงเลือกจากคนภาคใต้เลย แต่เราก็ส่งคนไปช่วยเหลือวันเกิดเหตุอุทกภัย และใน กทม. พรรคเสรีรวมไทยมีโรงทานที่ช่วยเหลือประชาชน  เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยไม่คำนึงถึงคะแนนเสียง อยากให้ประชาชนลองตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้เลือกพรรคที่ซื่อสัตย์ทำงานให้กับประชาชนบ้าง 

”ความพร้อมของเรานั้นถ้าคิดว่าแพ้แล้วไม่สู้มันก็แค่นั้น แต่สู้แล้วแพ้ก็สู้ และจะไม่ไปอยู่พรรคอื่นด้วย พรรคเสรีรวมไทย จะไม่ยอมให้ใครซื้อพรรคไปได้ เราจะทำให้คนอื่นอยากอยู่พรรคเรา “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีการยุบสภา ในขณะที่กำลังเกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาสแกมเมอร์รวมถึงมีประเทศมหาอำนาจเข้ามาแก้ไขปัญหาภายในประเทศด้วย  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พรรคการเมืองคิดแต่ผลประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก พรรคภูมิใจไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีพรรคประชาชนโหวตสนับสนุน และมีการแต่งตั้งข้าราชการ เช่น แต่งตั้งผู้ว่าราชการฯหาดใหญ่ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ และสมัยรัฐบาลเพื่อไทยก็มีการแต่งตั้งข้าราชการเช่นกัน โดยเป็นการตั้งข้าราชการซ้ำกันไปมา แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นการวางฐานรากของพรรคตนเอง รวมถึงมีการซื้อตัว สส.จากพรรคอื่นด้วยเช่นกัน

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ถ้าหากเป็นตนบ้านเมืองเกิดสถานการณ์วิกฤต เช่น สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นตนจะสู้ตายไม่ยอมลาออก เพราะตนไม่ได้กลัวเป็นกลัวตายอายุขนาดนี้แล้ว พร้อมแม้กระทั่งชีวิตที่จะเสียสละได้ แต่พรรคการเมืองไม่ได้นึกถึงประชาชน โดยการยุบสภาครั้งนี้ก็ทำเพื่อตัวเองไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าหลังยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. สนามบินนํ้า เพื่อขอให้ทำการไต่สวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีข้าราชการร่วมกระทำความผิดด้วย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ความคืบหน้าที่ตนเห็นคือเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่สนใจมากนักและเป็นเรื่องที่มีการดำเนินคดีกับอดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลที่มีความสำคัญอื่นๆด้วย จึงอยากให้ประชาชนให้ความสนใจในเรื่องนี้เพราะเป็นปัญหาของบ้านเมือง โดยสิ่งที่ตนได้ทำอยากให้ประชาชนและสังคมในทุกวันนี้รู้ว่าประเทศไทยที่แท้จริงเป็นอย่างไร