닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

”อังคณา“ มอง ข้อเสนอ ‘ไลฟ์สดประหารชีวิต’ ขัดต่อกฎหมายอุ้มหาย ชี้ ไม่ได้ทำให้ผู้กระทำผิดหลาบจำ แนะ “อะมัด” ศึกษากฎหมายเพิ่มเติมให้รอบด้าน

 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะประธานคณะกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายอะมัด อายุเคน สมาชิกวุฒิสภาได้เสนอนโยบายต่อรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ด้วยการประหารชีวิตและถ่ายทอดสดด้วยว่า เป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ แต่จะต้องมีการทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีการฆ่าตัดตอนคนจำนวนมาก แต่สุดท้ายยาเสพติดไม่ได้หมดไปซึ่งวันนี้กลับมาเป็นปัญหาอีก

 

ซึ่งที่สำคัญการไลฟ์สดถือเป็นการลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงที่ไม่ได้ทำให้เกิดความหลาบจำ หรือการปราบปรามพฤติกรรมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เป็นการทำให้ผู้ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เช่นเด็กและเยาวชน จึงเห็นว่าวิธีการเช่นนี้เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ โดยในวิธีดังกล่าวนั้นขัดต่อพระราชบัญญัติทรมานอุ้มหาย ในเรื่องการกระทำใดที่เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ท่าน สว. จะต้องไปศึกษากฎหมายเพิ่มเติม

 

เมื่อถามว่ามองว่าอาจจะมีการนำไปใส่ร้ายในคดียาเสพติดเพิ่มมากขึ้นหรือไม่หากความคิดเห็นดังกล่าวผ่าน นางอังคณา ระบุว่า อย่างกรณีกลุ่มชาติพันธ์ทางภาคเหนือ ที่หลายคนเป็นบุคคลไร้สัญชาติ เมื่อเวลาขายปศุสัตว์ได้ไม่ได้มีบัญชีธนาคาร จึงต้องเก็บเงินไว้ที่บ้าน แต่มีบางครั้งเพื่อนบ้านหรือบุคคลใด ไปให้ข้อมูลกับทางการว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงมีการตรวจค้นยึด

 

นางอังคณาระบุว่า เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องที่สามารถอาจมาจากการใส่ร้ายป้ายสีก็ได้ วันนี้มีกฎหมายที่ให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วย อย่างไรก็ดียังมีปัญหาปัญหาอุปสรรคอีกเยอะมาก ผู้ต้องขังยาเสพติดในเรือนจำลดลง แต่เหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน อยู่ข้างนอกในชุมชน ครอบครัวและบ้านไม่ได้มีศักยภาพที่จะดูแลได้ และโรงพยาบาลมีไม่เพียงพอรวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แบบนี้เป็นต้น ถ้าจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบต้องปราบปรามผู้กระทำความผิดรายใหญ่และต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

 

นางอังคณา กล่าวอ้างถึง ป.ป.ส. ได้แจงว่าสมัยก่อนเป็น “ยาม้า” คนขับรถขนส่งกินเป็นประจำ แต่เมื่อเปลี่ยนชื่อเป็น “ยาบ้า”เหมือนเป็นการเพิ่มมูลค่า เนื่องจากราคาแพงขึ้นและมีผู้ค้าทำให้ มีบุคคลติดยาเสพติดมากขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายการปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด แต่ทัศนะความเห็นส่วนตัวเห็นว่าต้องมีหลักประกันอย่างเด็ดขาด คือการให้ยาหมดไป ไม่ใช่ใช้วิธีการความรุนแรง ในขณะที่รัฐบาลใช้กฎหมายปราบปรามรัฐบาลจะต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วย

 

เมื่อถามว่าการอภิปรายแสดงความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนเป็นความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาภาพรวมหรือไม่ นางอังคณา ระบุว่าเป็นความเห็นของบุคคลคนเดียว แต่ภาพที่ออกมาที่ปรากฏ สว. หลายหลายคนไปยืนด้านหลัง สังคมอาจจะมองว่าเป็นการสนับสนุน แต่ส่วนตัวมองว่าเคารพเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของทุกคน แต่เรียนว่าการเสนอความเห็นเช่นนี้ในพื้นที่สาธารณะอาจจะสุ่มเสี่ยงการทำให้เกิดคำ วิพากษ์วิจารณ์ หรือเป็นแนวทางทำให้มีการใช้วิธีการฆ่าตัดตอนเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะการประหารชีวิตไม่ได้ทำได้โดยง่าย ต้องเป็นไปด้วยคำพิพากษาของศาลมีพยานหลักฐาน และการกระทำต้องโทษรุนแรง

 

ทั้งนี้การพูดเช่นนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าเรารับได้โดยเฉพาะที่พูดถึงนั้นขาดกับมาตราหกของพระราชบัญญัติการทรมานอุ้มหาย เรื่องการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการให้ไลฟ์สด แต่คิดว่าอาจจะเป็นการพูดแบบปากพาไปก็ไม่ทราบ