닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ertrt

”ปานเทพ“ เปิดวงเสวนาแฉทิพย์ ! หลังจำลองตกเรือ ”แตงโม นิดา“ พบสารพัดพิรุธทุกประเด็น



วันที่ 16 ม.ค.68 ที่โรงแรมริเวอร์ไรน์ จ.นนทบุรี ภายหลังเสร็จสิ้นการจำลองเหตุการณ์ตกเรือ “แตงโม นิดา” นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หรืออาจารย์ปานเทพ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วย นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุและบาดแผน , นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ นายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวิเคราะห์ระบบ GPS จัดเสวนา หัวข้อ “ ความจริง แตงโม ตายเพราะอะไร “ 
.
อาจารย์ปานเทพ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ทำการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจะเห็นว่าการตกเรือของ “แตงโม นิดา” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะการไปปัสสาวะบริเวณท้ายเรือ จากภาพที่ปรากฏจะเห็นว่าเปียกประมาณครึ่งตัว ซึ่งแตงโมเป็นดาราชื่อดัง ค่อนข้างจะเชื่อได้ยาก ส่วนกรณีของครูลิต้า ได้ตัดสินใจไม่สวมเสื้อชูชีพ เพราะการตกของครูลิต้ามีความหมาย เพราะตัดสินใจตกลงน้ำแบบตรง ๆ และหงายหลังลงสู่แม่น้ำ จะเห็นว่า ไม่โดนใบพัดเรือ ดังนั้นไม่มีอะไรที่จะมาอ้างได้อีกแล้ว เพราะมีข้อพิสูจน์ชัดว่าการตกท้ายเรือแบบหงายหลัง ไม่โดนใบพัดเรือแน่นอน
.
ต่อมา นายเอกราช ชี้แจงข้อพิรุธเกี่ยวกับ GPS ว่า ข้อมูล GPS ของเรือลำนี้ ตั้งแต่วินาทีแรกถึงวินาทีสุดท้ายที่ “แตงโม นิดา” เสียชีวิต พบข้อพิรุธ 20-30 จุด ที่มีความผิดปกติ ซึ่งตนเองได้สร้างโปรแกรมในการจับข้อพิรุธ เชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีกับทุกฝ่าย ส่วนไหนที่เป็นข้อเท็จจริงก็จะพูดในข้อเท็จจริง แต่ในส่วนที่เป็นข้อพิรุธ ก็ต้องค้นหาความเป็นจริงต่อไป ซึ่งข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด คุณอัจฉริยะได้ขออนุญาตศาล ในการนำข้อมูลส่วนนี้ออกมา จนทำให้ตนเองได้ข้อมูลส่วนนี้มาเข้าโปรแกรม
.
ในส่วนของข้อมูลใน GPS อันดับแรก Index ซึ่งเป็นเรื่องของลำดับเส้นทางที่ได้บันทึกเอาไว้ เวลาก็เป็นเวลาที่ถูกบันทึกตามความเป็นจริง รวมถึงความเร็วของเรือ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะจะสามารถรู้พฤติกรรมในการเดินเรือ ซึ่งตนเองได้ทำการทดลองและเปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์จริงๆ
กับทางต้นฉบับ พบว่าตรงกับความเป็นจริง 100%
.
ส่วนจุดสังเกตที่สำคัญ คือ ความลึกหายไป 8 จุด และตรวจพบจุดความเร็วเพิ่มขึ้นกว่า 6 kt ระหว่างจุดหนึ่งไปจุดถัดไปในข้อมูล 11 ครั้ง และที่สำคัญความเร็วเรือมากกว่า 25 kt 6 จุด รวมถึงยังมีข้อมูลอีกว่า มีการกระตุกของเรือ 3 น็อต ไปที่ 25 น็อต ทำให้ทราบว่า หากเกิดการกระตุกเรือบ่อย ๆ ตามสัญชาตญาณ ของคนจะระมัดระวังตนเอง เพราะหากมีการไปปัสสาวะที่ท้ายเรือจริง ๆ ก็ควรจะระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะความเร็ว 25 น็อต เป็นความเร็วเรือที่เร็วมาก แทบจะไม่สามารถยืนบนเรือได้
.
ด้าน นพ.ธวัชชัย ชี้แจงว่า กรณีการปัสสาวะของ “แตงโม นิดา” ยืนยันว่าก่อนหน้านี้แตงโมได้ปัสสาวะแล้วที่ร้านอาหารก่อนจะลงเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งมีบันทึกคำให้การของทางร้าน ที่เคยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 และมีลายเซ็นของเจ้าของร้านชัดเจน 
.
ทั้งนี้ เจ้าของร้านยังระบุ ในใบบันทึกคำให้การว่า “ ขณะที่แตงโมเดินไปเข้าห้องน้ำ ข้า พยายามจะขอถ่ายภาพ แต่ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสม จนกระทั่งผู้หญิงทั้งหมดมานั่งที่โต๊ะ ประมาณ 15 นาทีแตงโมก็เดินมาหาข้า จำได้ว่าแตงโมมาหาโทรศัพท์ ข้าก็ได้ช่วยหา และพอเจอก็ได้ขอแตงโมถ่ายรูปด้วย จากนั้นแตงโมก็ตอบตกลง ได้เก็บบันทึกภาพเอาไว้ได้ 4 ภาพ “ 
.
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือแตงโมได้เข้าห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นใครที่ บอกว่าแตงโมไม่ได้เข้าห้องน้ำ ถือว่าให้การเท็จต่อศาล เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาเจ้าของร้านก็ได้ขึ้นให้การต่อศาลพร้อมกับมีพยานคือพนักงานภายในร้านก็บอกชัดเจนว่า แตงโมเข้าห้องน้ำ
.
ส่วนกรณีที่ระดับความลึกหายไป ตนเองมองว่าอาจเกิดได้ 2 ประการ ประการแรก อาจใช้คลื่นโซนาเดียวกัน เรือชนิดเดียวกัน ประการที่สอง อาจเป็นพื้นที่ฟองอากาศ ที่เกิดจากใบพัดเรือ
.
ต่อมา นพ.ธวัชชัย นำภาพมาเปรียบเทียบ ขณะที่แตงโมถ่ายรูปบนเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งจะเห็นว่าได้มีการแก้เวลาแต่ไม่ได้แก้ตำแหน่ง 
.
นายอัจฉริยะ กล่าวเสริมว่า กรณีที่ได้ทำการทดลองของนักแสดง 3 คนที่ไม่สวมเสื้อชูชีพ หากแตงโมตกเรือจริง ตนเองเชื่อมั่นว่าแตงโมจะสามารถว่ายน้ำเข้าฝั่งได้ แต่เนื่องจากว่าแตงโมไม่ได้ตกเรือจริง ตามที่แซนกล่าวอ้าง เพราะจากการคำนวณความเร็วที่ 8 น็อต ประมาณ 15 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ด้านวิศวกรเคยได้คำนวณไว้แล้ว ก็ได้ข้อสรุปเช่นกันว่าแตงโมไม่มีทางที่จะโดนใบพัดเรือ ยกเว้นอยู่หลังมอเตอร์ แล้วนำขาเข้าไปเอง 

“ คงไม่มีใครพิสดารเอาขาเข้าไปในมอเตอร์เพื่อให้ใบพัดบาดขาตัวเอง ” นายอัจฉริยะ กล่าว