닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ioo;iop

”ทักษิณ“ กลับไทยหวังทำประโยชน์ให้ประเทศ เตรียมพร้อมรับมือหลัง ‘ทรัมป์’ เตือนภัยให้ระวังเพิ่มภาษี มอง GDP ปี 68-69 ไม่มีปัญหา เผย 17 ปีเสียเวลามากพอแล้ว จ่อ เช็คบิลนักร้อง ทำความเชื่อมั่นประเทศต่ำลง



วันที่ 14 ธ.ค. 2567 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนตัล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษในโครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมือง หรือ สัมมนาพรรคเพื่อไทย ในหัวข้อ “สถานการณ์ทิศทางโลกและการปรับตัว“ 

นายทักษิณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยนั่งข้างล่างฟังนายกฯ แพทองธารพูด วันนี้รู้สึกว่าลูกเราพูดเก่งขึ้น ดีใจที่ได้มาพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้งนึงในพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ไม่ค่อยได้พูดกันตัวเป็นๆ มานาน วันนี้ได้กลับมาเมืองไทยก็คงได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่มากก็น้อย เพราะเวลาก็เหลืออีกไม่นานตนเองก็อายุ 75 ปีแล้ว อยู่อีกซัก 40 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พูดตลอดว่าขออีก 40 ปี แล้วจะเจรจากับพระเจ้าในประเทศไทยว่าตนหายไป 17 ปี ถ้าจะเอาไปก็ขอคืนอีก 17 ปี 

วันนี้หัวข้อก็ชัดเจนว่าเราต้องการเพิ่มศักยภาพของ สส. พรรคเพื่อไทย นักการเมืองพรรคเพื่อไทย จึงอยากเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราปัจจุบัน ในฐานะที่ตนผ่านแล้ว เห็นมาหมดแล้วทุกอย่าง และวันนี้ก็เห็นแล้วหลายคนอาจไม่เข้าใจตอนก็จะเล่าให้ฟัง การเป็นนักการเมืองที่เราสามารถลุกขึ้นมาพูดได้ทุกเวที จะต้องเติมข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ติดตามเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเราและต่างประเทศ หากเราติดตามตลอดก็จะสามารถพูดได้ตลอด  บางคนพูดไม่ออกเพราะไม่ได้ตามประเด็นเลย ในตอนสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีตนชอบอ่านหนังสือทุกอาทิตย์ และเอาหนังสือที่เขียนถึงว่าโลกพัฒนาไปถึงไหนแล้วมาสรุปให้คณะรัฐมนตรีฟัง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้อัพเดทข้อมูลเหล่านี้ 

สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุด คือ หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้รับเลือกตั้ง ซึ่งในระหว่างที่หาเสียงคนจากฝ่าย “ทรัมป์” ได้คุยกับตนว่าให้ประเทศไทยระวังไว้ เพราะได้เปรียบเรื่องดุลการค้ากับอเมริกา ซึ่งอเมริกาจะจัดการกับประเทศที่เขาเสียดุลการค้าด้วยการเพิ่มภาษี หรืออีกวิธีคือ การให้นักลงทุนไทยไแลงทุนในสหรัฐอเมริกา หรือให้เกิดการจ้างงานในประเทศอเมริกา นี่คือสิ่งที่เขาเตือนมา และวันนี้ก็ชัดเจนว่าเราต้องระวังเรื่องการขึ้นภาษี ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเริ่มไปเจรจาพูดคุย เพื่อหาทางว่าจะทำอย่างไรเราถึงจะไม่โดนเก็บภาษีเพิ่ม โดยข้อกังวลของเขาคือ เขามองว่าพวกเราทำ FTA กับออสเตรเลีย ที่เป็นสินค้าแดรี่ โปรดักส์ทั้งหลาย โดยเสียภาษี 0%  แต่อเมริกาโดน 50% เขาจึงมองว่าไม่ได้กระทบกับคนไทยหากเราจะลดภาษีให้เขา ถือเป็นเรื่องต่อรอง จึงต้องให้กระทรวงการคลังและ กระทรวงพาณิชย์ศึกษารอไว้ นี่คือสิ่งที่เราต้องรู้เขาแล้วค่อยมารู้เรา

สำหรับสิ่งที่ต้องตามให้ทันอีกเรื่อง คือ ตอนที่ทรัมป์ ประกาศว่าจะใช้หนี้รัฐบาลสหรัฐอเมริการด้วยบิทคอยน์ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มว่าหลายประเทศเริ่มพิจารณาว่าจะเอาบิทคอยน์บางส่วนมา Research ซึ่งมีการพูดว่าบิทคอยน์ไม่ได้เาอมาแข่งกับดอลล่า แต่เป็นคู่แข่งกับทองคำ แสดงให้เห็นว่าดิจิทัลมันนี่สามารถส้รางมูลค่า สร้างราคาได้ อีกทั้งวันนี้เงินคริปโตหลายสกุลก็ออกมาแล้ว มีคนบอกว่าอีกหน่อยเราคงมีสกุลเงินมากกว่าประเทศที่อยู่ในโลกนี้ ฉะนั้นวันนี้คนไทยต้องคิด ต้องเตรียม และต้องรู้เท่าทันให้ได้

อีกเรื่องที่น่าติดตาม คือ สเตเบิลคอยน์ หรือเหรียญที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันหรือป้องกัน ไม่มีความเสี่ยง ต้องศึกษาว่าเป็นไแได้หรือมไม่หากเราจะเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่ต้องไปพิมพ์แบงค์ที่ไหน อยากให้นำมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจดีกว่า และเงินเหล่านั้นจะไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจจะโตขึ้น เชื่อว่า หากทำ GDP ที่นายฯให้คนไปศึกษา จะทำให้ GDP ปี 68-69 ไม่มีปัญหา 

วันนี้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ถูกดูดออกหมด เพราะว่าธนาคารพาณิชย์ ไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากปล่อยกู้ ธุรกิจที่ยังไม่เเข็งแรง ก็ไปซื้อธนบัตรแบงค์ชาติแทน เพราะฉะนั้นเม็ดเงิน ในระบบเศรษฐกิจเราต้องมีวิธีที่จะหา เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่เป็นภาระของประเทศ 

ทั้งนี้ หนี้สินสาธารณะตอนนี้เยอะมาก และวิธีลดหนี้สาธารณะ คือทำGDP ให้โตขึ้น และลดการขาดดุลหรือเก็บภาษีให้เพียงพอ พูดง่ายทำยากทั้งคู่ แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะพรรคเพื่อไทยเกิดมาด้วยความสามารถทางเศรษฐกิจ หากพวกเราทำไม่ได้ คนอื่นคงทำยากแล้ว เศรษฐกิจประเทศเป็นเรื่อฃสำคัญที่ต้องพลิกฟื้น และนายกฯ ได้พูดเมื่อวานนี้ ว่าปีหน้า จะเป็นปีโอกาสของคนไทย หรือการเพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐบาล ไม่ใช่ลดไม่ให้รัฐทำอะไรเลย แต่ว่ารัฐ อย่าเข้าไปยุ่งกับชีวิตเขามากนัก มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ให้ประชาเลือกอนาคตของเขาได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่รัฐบาลเพื่อไทย ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีสิทธิ์และมีโอกาส

เมื่อมีการเอาพระราชกำหนดเข้าปรากฎว่ามีพรรคร่วมบางพรรคหลบ ป่วย ตนอยากบอกว่าหากไม่อยากอยู่ให้บอกให้ชัดเจน ตนเป็นคนพูดรู้เรื่อง ต่อไปนี้ ใครหนีก็ให้ส่งใบลาออกมาด้วย ง่ายดี ตนเป็นคนไม่ชอบพวกอีแอบ ควรตรงไปตรงมา หากจะอยู่ก็ต้องสู้กันไปด้วยกัน ในเมื่อเป็นนโยบายรัฐบาลร่วมกันและแถลงนโยบายไปแล้วเมื่อได้รับตำแหน่งก็ควรที่จะทำงาน 

ซึ่งวันนี้งบประมาณประเทศเหลือน้อยลงทุกวัน เพราะเนื่องจากงบประจำมันเยอะมาต่อเนื่อง เพราะมีการเพิ่มดอกเบี้ย ปีนี้ดอกเบี้ยจ่ายมากกว่าปีที่แล้ว 50,000 กว่าล้าน จึงทำให้กินงบลงทุนจนหมด เพราะล็อคว่าจะขาดทุนเท่าไหร่ ซึ่งปีหน้า เป็นปีที่จะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและต้องปลอดหนี้ลงให้ได้ โดยเฉพาะหนี้สาธารณะ 

โดยเมื่อวานนี้ที่นายกฯพูด ในเรื่องของการผูกขาด ทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน ต้องเข้าใจในเรื่องของการไฟฟ้า ต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือว่าค่าไฟฟ้าของเราแพงมากที่สุด 4กว่าบาท หรือ 13 เซนโดยประมาณ ต้องไปไหนรีดว่าส่วนไหนเป็นส่วนที่ไม่ต้องคิดกับประชาชน เพื่อให้ค่าไฟลดลงที่สุด เพราะฉะนั้นเลขมันไม่ควร 4 กว่าบาท ควรจะ 3 บาทกลางๆ ไม่งั้นประชาชนก็ลำบาก ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขโดยด่วนถ้าต้นทุนค่าไฟสูงทุกอย่างจะแย่ลง ในที่สุดหากรัฐบาลทำไม่ได้คงไม่มีใครทำได้ เรื่องของการลดการผูกขาด ต้องลดการผูกขาดลงเพื่อให้เกิด สิทธิของประชาชน

ซึ่งวันนี้เราควรทำตัวเราให้ใหญ่ขึ้น ที่ผ่านมาแคระแก่นมา 10 กว่าปี เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยที่ต้องทำงานหนัก รู้เรื่องจริงและจะทำให้รู้ว่าเราจะเดินกันอย่างไรต่อไป

ส่วนในเรื่องของ 20 บาทตลอดสาย เริ่มจากการขยายรถไฟฟ้าหลายสายและมีความรู้สึกว่า คนไทยต้องเดินทางขึ้นรถเมล์ตอนเช้า 3 ชั่วโมงครึ่ง และนั่งรถเมล์กลับบ้านอีก 3ชั่งโมงครึ่ง นอกจากจะเหนื่อยแล้วยังแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว จึงแก้ไขเป็น20 บาทตลอดสาย ที่แม้รัฐอาจจะต้องลงทุนบ้างแต่เป็นสิ่งที่ ช่วยชีวิตสังคมและลดต้นทุนประชาชน เพื่อให้การจราจรดีขึ้น และ ฝุ่นPM 2.5 จะได้ลดลง 

นายทักษิณ ระบุอีกว่า พรรครัฐบาลส่วนใหญ่เคยร่วมรัฐบาลกันมาเยอะทั้งพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทย  บางคนตื่นเต้นกับคนมาเดินขบวน หรือคนเดินมาร้อง บังเอิญว่าเมื่อก่อนตนไปนครปฐม “หมูเรียกผม อู๊ดๆ แต่ตอนนี้ ไม่เรียกผมอู๊ดๆเหมือนเดิม เรียกผมพี่ๆ แสดงให้เห็นว่า ผมไม่หมูแล้วนะ” ส่วนคนที่ชอบร้องพรรคเพื่อไทย และร้องไม่สำเร็จ เตรียมถูกเช็คบินได้เลย และปัญหาที่ร้องไปร้องมานั้น ทำให้ความเชื่อมั่นประเทศต่ำลง และที่เสียเวลามา 17 ปี ก็คงพอแล้ว

ทั้งนี้ในเรื่องของเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายทักษิณ บอกว่า พยายามที่จะให้แต่ต้องให้คนมีสมาร์ทโฟน ซึ่งวันนี้ทาง กสทช. ได้บอกกับตนว่า จะเริ่มเลิกใช้ 3G และคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะเปลี่ยนเป็นใช้เงินแบบให้เข้าสู่ยุคดิจิตอล ทำให้เราสามารถที่จะควบคุมระบบต่างๆสิ่งที่อยู่นอกกฎหมายหรืออยู่นอกระบบ จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายมากขึ้น 

ช่วงท้าย มีการคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับ นายทักษิณ เมื่อตอบคำถามจากคนในพรรคเสร็จสิ้น นายทักษิณได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องรักและสามัคคีกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยกัน และน่าจะมีการเรียนรู้กันว่าใครชอบกระทรวงไหน อีกหน่อยเวลาที่จะตั้งรัฐมนตรีจะได้ตั้งง่าย