”ชูศักดิ์“ เผยพท.เดินหน้ายุบสภา เหตุได้รัฐบาลเป็ดง่อย แค่ 4 เดือนยุบสภารอเลือกตั้งไม่สง่างาม
โพสต์เมื่อ : 9 ก.ย 2568 เวลา 12:53 น.
”ชูศักดิ์“ เผยพท.เดินหน้ายุบสภา เหตุได้รัฐบาลเป็ดง่อย แค่ 4 เดือนยุบสภารอเลือกตั้งไม่สง่างาม ซ้ำเติมประเทศ ยัน”ภูมิธรรม“มีอำนาจเต็ม เตือนสภาถ้าจะเดินหน้าเลือกนายกฯต้องนำเรื่องนี้ไปคิดด้วย
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงการยุบสภาว่า เท่าที่มีการพูดคุยกันเมื่อคืนวันที่ 2 ก.ย.กับแกนนำพรรคพท.และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย คิดว่าถ้าเราวิเคราะห์ดี ๆ ก็ได้ข้อสรุปว่าเมื่อจะมีการเลือกนายกฯ แต่ในการเลือกนายกฯนั้น เป็นการเลือกไปเพื่อยุบสภา พูดง่าย ๆ คือเลือกนายกฯได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เสร็จแล้วภายใน 4 เดือน ก็จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการยุบสภาก็ต้องไปกำหนดวันเลือกตั้ง 45-60 วัน ก็แปลว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามานั้นไม่ใช่รัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศแบบจริงจัง แต่มาเป็นคล้าย ๆ กับการมาเพื่อยุบสภา เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าคิดว่า ในท้ายที่สุดที่เราเลือกกันไปนั้น ไม่ใช่การเลือกผู้นำประเทศมาบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีวิกฤติเช่นนี้
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันสภาพการณ์ของการที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี ก็บอกตรงไปตรงมา วิเคราะห์กันอยู่ว่า ความเป็นเอกภาพของพรรคการเมือง ก็เป็นปัญหา พรรคนี้ครึ่งหนึ่ง พรรคนั้นค่อนหนึ่ง พรรคนี้ก็มีงูเห่าเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งความสง่างามความเป็นประชาธิปไตยทั้งหลายทั้งปวงก็จะมีปัญหาในแง่นี้ ดังนั้น จึงเป็นปัญหาที่เราคิดว่า จะเลือกแนวทางยุบสภา จะถูกหรือไม่ ซึ่งคุยกันไปคุยกันมา คิดกันไปคิดกันมา ก็เลยเห็นว่าเมื่ออยากให้มีการยุบสภาแล้ว
“ดังนั้น ดีที่สุดก็ยุบสภาเลยไม่ดีกว่าหรือ ก็คือให้ยุบสภาเสียเลย เมื่อให้มีการยุบสภาเสร็จ ก็จัดการให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน พรรคการเมืองทั้งหลายที่คิดว่าเรื่องของประชามติอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ไป Promise หรือให้คำมั่นสัญญากับประชาชนเอาว่าถ้าตัวเองได้เป็นรัฐบาลแล้วจะทำนู่นทำนี่ มันจะเป็นทางออกที่ดีกว่าไหม แทนที่จะเป็นแบบยึกยักแบบนี้ เข้าไปก็เป็นเหมือนรัฐบาลเป็ดง่อย ทำอะไรไม่ได้ก็ยุบสภาเสียเลย ซึ่งความเห็นก็คุยกันว่าแบบนี้จะดีกว่าไหม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นว่าเหมาะสมเหมือนกัน แต่อำนาจการตัดสินใจเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี คือ นายภูมิธรรม ที่จะตัดสินใจอย่างไร เมื่อคืนคุยกันเป็นแบบนี้
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาก็จะมีอยู่ 2 ประการ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้คือ 1. รัฐบาลรักษาการจะมีอำนาจในการเสนอพระราชกฤษฎีกาหรือไม่ แน่นอนก็จะมีความเห็นที่ออกมาอย่างเช่น เลขาธิการกฤษฎีกา ที่บอกว่าไม่มีอำนาจอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ว่าหลายความเห็นก็คิดว่ามีอำนาจ ซึ่งข้อสังเกตของตนเห็นว่าในขณะที่เราคิดว่ามีอำนาจในตอนนั้น สถานการณ์มันไม่เหมือนตอนนี้ ตอนนั้นถ้าถามว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรี คำตอบคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯเพียงแต่ว่าทำหน้าที่ไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ใครเป็นนายกฯ คำตอบคือไม่ใช่ น.ส.แพทองธาร แต่คำตอบคือคนที่เป็นนายกฯขณะนี้ก็คือ นายภูมิธรรม ที่ทำหน้าที่แทนนายกฯเพราะฉะนั้นอำนาจของนายกฯเป็นอำนาจที่อยู่กับนายภูมิธรรมเต็มที่ นี่คือข้อสังเกตในเรื่องของอำนาจ
2. ที่สื่อไปวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เป็นพระราชอำนาจจะไปก้าวล่วงอะไรหรือไม่ คำตอบคือจริง ๆ เป็นพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ แต่ว่ากฎหมายบอกว่า การยุบสภาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา คำถามคือใครจะเป็นคนนำเสนอ อยู่ดี ๆ พระราชกฤษฎีกาจะลอยขึ้นไปไม่ได้ ต้องมีคนนำเสนอ และคนนั้นต้องรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งคนที่นำเสนอก็คือคนที่เป็นนายกฯนำเสนอไป และมีเหตุผลอะไรที่ควรยุบสภา ซึ่งจากนั้นก็แล้วแต่สุดแต่ เป็นพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งเราก้าวล่วงไม่ได้ อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราคิดว่ามันน่าจะไปได้
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านที่ทำหน้าที่นายกฯไปคิดดูว่าจะทำอย่างไร คิดว่าเหมาะสมไหม ฟังดูก็คิดว่า ทำนองจะไปทางนี้ได้เหมือนกัน แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่าเราเลือกนายกฯไปก็ไม่ได้เป็นนายกฯไปทำงาน พอไปถึง 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว ก็ต้องถามว่าจะซ้ำเติมประเทศชาติไปมากกว่านี้หรือไม่ ข้อสำคัญคือกระบวนการเลือก เราคิดว่าต้องมีความสง่างาม สภาพการเมืองขณะนี้ การเลือกนายกฯตนคิดว่ามันเป็นปัญหา ซึ่งตนก็เพียงแต่นำเสนอจากการที่มีการพูดคุยกันเมื่อคืนนี้
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้วหรือยัง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามนายภูมิธรรม ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่เราคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ว่าสิ่งที่ควรเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ได้เป็นมติพรรค แต่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบคุยกัน มีข้อสรุปประมาณนี้ และไม่ต้องกลับไปถามพรรค เพราะท่านได้รับการมอบหมายจากพรรคมาแล้ว
เมื่อถามว่า หากมีคนนำเรื่องดังกล่าวไปร้องศาล นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ศาลก็ต้องวินิจฉัย แต่ข้อสังเกตของตนถามว่าขณะนี้ใครเป็นนายกฯมันไม่เหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ วันนี้นายกฯ คือ นายภูมิธรรม มีอำนาจเต็มที่ ไม่ได้ก้าวล่วงอะไร เพราะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ต้องมีการนำเสนอในพระราชกฤษฎีกา ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา สุดแต่พระบรมราชวินิจฉัยว่าจะเห็นสมควรประการใด
เมื่อถามว่า หากยื่นถวายพระราชกฤษฎีกายุบสภาไปแล้ว ทางสภาจะเลือกนายกฯ กระบวนการจะทับซ้อนกันหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า สภาต้องนำเรื่องนี้ไปคิดด้วย
เมื่อถามว่า นายภูมิธรรมจะพูดวันนี้เลยหรือไม่ เพราะพรรคภูมิใจไทย(ภท.)และพรรคประชาชน(ปชน.)จะแถลงจับมือตั้งรัฐบาล นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้นายภูมิธรรมแถลง
z-z1603487247937.jpg)