닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ6

“ไอติม” พบ "วันนอร์" ตื๊อดันร่างแก้รธน.ฉบับใหม่ เข้าสภาฯอีกรอบ ยกมี 2ข้อมูลใหม่ ชี้ชัดให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 2ครั้ง มั่นใจได้กติกาฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งสมัยหน้า 


วันที่ 27 พ.ย. 2567 ที่ รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา หารือถึงการผลักดันการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ประธานรัฐสภาไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256 ของพรรคก้าวไกล โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ทำประชามติ 3ครั้ง ภายหลังการเข้าพบนายพริษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่เป็นข้อถกเถียงขณะนี้คือ การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็น 2หรือ3ครั้ง หากย้อนไปต้นปี2567 พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเคยริเริ่มยื่นแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่สภาฯ ให้ทำประชามติ 2ครั้ง และมีส.ส.ร.มาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปรากฏว่า คณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน ให้ความเห็นต่อประธานรัฐสภาไม่ให้บรรจุร่างดังกล่าว อ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ 3ครั้ง กลายเป็นความเห็นต่างการตีความ

นายพริษฐ์กล่าวว่า การเข้าพบประธานรัฐสภาครั้งนี้ได้นำข้อมูลเพิ่มเติม 2อย่างมายื่นต่อประธานรัฐสภาคือ 1.คำวินิจฉัยส่วนตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9คน ที่ระบุชัดเจนว่า ทำประชามติ 2ครั้งก็เพียงพอ 2.ข้อมูลที่กมธ.พัฒนาการเมืองฯเข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเป็นข้อมูลใหม่ในการพิจารณาบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256 โดยตั้งส.ส.ร. เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง ขอให้คณะกรรมการประสานงาน และเสนอความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปวินิจฉัยอีกครั้งจะต้องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 3ครั้งหรือ 2ครั้ง หวังว่า ข้อมูลใหม่ทั้ง 2อย่าง จะเพียงพอให้คณะกรรมการประสานงานฯ วินิจฉัยทำประชามติ 2ครั้งก็เพียงพอ ที่ผ่านมารัฐบาลเคยสัญญากับประชาชนจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้ทันก่อนเลือกตั้งครั้งถัดไป แต่หากให้ทำประชามติ 3ครั้ง โอกาสจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นจริงน้อยมาก หนทางที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริงคือ ลดประชามติจาก 3ครั้ง เหลือ2ครั้ง สิ่งที่อยากเห็นคือ ความมุ่งมั่นรัฐบาลที่รักษาสัญญาประชาชน

เมื่อถามว่า หากทำประชามติ 2 ครั้ง จะได้เห็น ส.ส.ร.ใหม่ทันปี2568 หรือไม่ นายพริษฐ์ตอบว่า หากยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญให้ตั้งส.ส.ร. และคณะกรรมการประสานงานฯ ตัดสินใจบรรจุวาระในรอบนี้ จะเข้าสู่การพิจารณาวาระ1 ได้ทันทีในการเปิดสมัยประชุมสภาเดือนธ.ค. ก็มีความเป็นไปได้จะผ่าน 3วาระ ภายใน 3-6เดือน หากเป็นเช่นนั้น ประชามติรอบแรกจะเกิดขึ้นหลังผ่านวาระ3 อาจเป็นช่วงหลังของปี2568 เมื่อประชามติผ่านแล้วจะมีกระบวนการเลือกตั้งส.ส.ร. หากทำทุกอย่างเสร็จในปี2568 ส.ส.ร.จะมีเวลาปี2569 จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้นำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปทำประชามติรอบ2 ได้ช่วงต้นปี 2570 จะเสร็จทันก่อนเลือกตั้งครั้งต่อไป อยากให้ทบทวนการบรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา256 ใหม่ จึงต้องยื่นร่างเดิมเข้าไปอีกครั้ง ให้คณะกรรมการประสานงานฯมีข้อมูลใหม่ประกอบการพิจารณา

 ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในฐานะประธานกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร  เมื่อได้ข้อมูลใหม่ที่กมธ.พัฒนาการเมืองฯยื่นต่อประธานรัฐสภาแล้ว จะนำไปประกอบคำวินิจฉัย เพื่อพิจารณาว่า คณะกรรมการประสานงานฯจะกลับมติที่เคยให้ความเห็นไม่บรรจุวาระการแก้รัฐธรรมนูญ  มาตรา256 โดยการตั้งสสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ คณะกรรมการประสานงานฯอาจเรียกนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมืองฯ มาให้ข้อมูลเพื่อพิจารณาทบทวนความเห็น แม้คำวินิจฉัยที่เป็นความเห็นของตุลาการรัฐธรรมนูญรายบุคคล จะไม่มีผลทางกฎหมายเหมือนคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจนำมาใช้พิจารณาประกอบแนวทางคำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญว่า จะต้องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 2หรือ3ครั้ง ก็มีโอกาสที่คณะกรรมการประสานงานฯจะกลับมติก่อนหน้านี้ได้ ถ้าข้อมูลใหม่ช่วยให้คำวินิจฉัยกลางมีความกระจ่างมากขึ้น เพราะเรายึดคำวินิจฉัยกลางเป็นหลัก และใช้คำวินิจฉัยส่วนบุคคลมาประกอบ