“ไพบูลย์” เมิน ”พร้อมพงษ์” ร้องปิดสวิตช์คนบ้านป่า
โพสต์เมื่อ : 24 ก.ย 2567 เวลา 12:4 น.
“ไพบูลย์” เมิน ”พร้อมพงษ์” ร้องปิดสวิตช์คนบ้านป่า ยัน”บิ๊กป้อม”ไปประชุมสภาหลายครั้ง ยื่นใบลาเหมือนทุกคน เย้ยแค่วาทกรรมไร้สาระ ย้อนปธ.วิปรัฐบาลถามเป็นยามเฝ้าสภาหรือไง ดูใครมาใครไป
วันที่ 24 ก.ย. 2567 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.เพื่อไทย เดินเกมปิดสวิตช์คนบ้านป่า จะไปยื่นร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ป.ป.ช.หลังพล.อ.ประวิตร ลาประชุมไปช่วยน้ำท่วมว่าเป็นเพียงวาทกรรม การไปยื่นไม่มีผลอะไร เพราะพล.อ.ประวิตรไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายหรือผิดข้อบังคับ ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฏหมาย ที่ระบุว่าเป็นการปิดสวิตช์เป็นเพียงวาทกรรมที่ไม่มีความหมาย
อย่างไรก็ตามที่นายพร้อมพงศ์ จี้หาเหตุผลการลาประชุมของพล.อ.ประวิตร มันไม่ใช่หน้าที่เขา เขาไม่ได้มีหน้าที่ทำไมต้องไปตอบ ถ้าเขาอยากรู้ก็กลับไปถามคนในพรรคเขาที่ลาประชุม ลาเพราะอะไรมีเหตุผลเยอะแยะ คนในพรรคเขาก็ลากันเป็นประจำ ขอให้ไปดูในส่วนของตนเองก่อน เขาไม่มีสิทธิอะไรที่จะมาถาม ไม่มีสิทธิแล้วมาถาม ไม่รู้ว่าสังคมเรียกว่าอะไร
นายไพบูลย์ ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรไปสภาฯ หลายครั้งแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ไปก็ยื่นใบลาอย่างถูกต้องเหมือนทุกคน เพราะเป็นระเบียบของสภาฯ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายหรือข้อบังคับ รวมถึงเรื่องจริยธรรมด้วย และที่ไม่ได้มีการออกมาชี้แจงหรือตอบโต้ เพราะสิ่งที่นายพร้อมพงศ์ไปยื่นร้องเป็นเรื่องไร้สาระ
เมื่อถามว่า ประธานวิปรัฐบาลระบุไม่เคยเจอพล.อ.ประวิตร ในการประชุมสภาฯ ถือเป็นการผิดปกติวิสัยของ สส.ที่ต้องเข้าร่วมประชุมทุกวันพุธหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ท่านที่พูดเป็นยามที่สภาฯ หรือไม่ ถึงมีหน้าที่มาดูว่าใครมาใครไป เวลาไหน ท่านอยู่ตลอดหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ท่าน คนปฏิบัติอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ตนเองแล้วออกมาพูดมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำควรจะทำ ดูกรอบหน้าที่การงานตนเองให้ดี
ส่วนคำแนะนำของนายพร้อมพงศ์ที่ระบุให้ พล.อ.ประวิตร เปลี่ยนทีมกฎหมาย เนื่องจากไม่มีฝีมือเกรงเกรงว่าจะตกม้าตาย ถูกดำเนินคดีนั้น คำพูดแสดงถึงเจ้าตัว ขอให้สื่อมวลชนชั่งน้ำหนักเอาเอง เขามีหน้าที่อะไรที่พูดมาไม่ใช่หน้าที่เขาเลย ไม่ขอตอบอะไรกับคนที่ตั้งคำถามไร้สาระ
นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงการมอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแจ้งความเป็นการส่วนตัวที่ สน.หัวหมาก เพื่อขอให้สืบสวน กรณีที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ อดีตสส.พรรคเพื่อไทย(พท.)นำคลิปเสียงดักฟังของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ 13 ก.ย.ว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฉบับที่ 21 เรื่องการห้ามดักฟังโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ส่วนที่อาจเข้าข่ายคือข้อที่ 2 นำไปเปิดเผยกับผู้อื่น ซึ่งขณะนี้ให้อยู่ในอำนาจการทำงานของพนักงานสอบสวน หากว่าเป็นการกระทำผิดขอให้ดำเนินคดีอาญาต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการทำของนายพร้อมพงศ์ที่ต่างกรรมต่างวาระมาก ตนกำลังรอพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แตะที่ยังไม่ดำเนินการเพราะว่าไม่ได้ห่วงอะไรมาก ความผิดที่จะแจ้งความมีโทษจำคุก 5 ปี มีอายุความ 10 ปี จึงมีเวลาเหลือมาก
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนการเตรียมคำฟ้องนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และรักษาการผู้อำนวยการบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งจะมีการส่งคำฟ้องไปยังศาลอาญา พร้อมกับที่ศาลเเพ่ง ในการเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท โดยความคืบหน้า คาดว่าคำฟ้องจะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ และยื่นต่อศาลในวันที่ 30 ก.ย.
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าจากข้อกฎหมายมีความน่าจะเป็นสูงมาก แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นไปตามการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อน
z-z1603487247937.jpg)