닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก4

“ไทยสร้างไทย” จี้ “รัฐบาล” แจงปมเจรจา “กัมพูชา”  ไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยชายแดน ทหารไทยถูกกับระเบิดซ้ำซาก  บี้ “รัฐบาล” รับผิดชอบ ถามจี้ใจ  ”ไทย“ต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่ 



วันที่ 10 พ.ย. 2568  นายศักดิ์ณรงค์ ศิริพร ณ ราชสีมา รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึง เหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่บริเวณห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย. 68 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขวาขาด และมีพลทหารอีกนายบาดเจ็บจากแรงระเบิดอีกหลายนายว่า   เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับเขาพระวิหาร แม้รัฐบาลจะอ้างถึงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา ความปลอดภัยของทหารไทยในภาคสนาม แต่ยังคงไม่สามารถรับประกันในความปลอดภัยได้ เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากเช่นนี้ขึ้น สะท้อนถึงการเจรจาและข้อตกลงระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ว่ายังไม่ได้ผล แม้รัฐบาลไทยจะเซ็นข้อตกลงร่วมกับกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกาศความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคงชายแดน แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่กลับยังคงเกิดอุบัติเหตุรุนแรง พรรคไทยสร้างไทยตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า การเจรจาครั้งนี้มีผลประโยชน์ต่อไทยและทหารจริงหรือไม่ ข้อตกลงระบุชัดเจนหรือไม่ ว่าการเก็บกู้กับระเบิดตกค้างจะครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง และกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกี่ปี ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดน

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือ ความล่าช้าในการจัดการกับระเบิดตกค้าง แม้จะมีการตั้งกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียนเพื่อประเมินการปฏิบัติตามข้อตกลง แต่การทำงานในพื้นที่จริง ยังไม่เพียงพอ พื้นที่ชายแดนหลายแห่งยังคงมีทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง ที่เสี่ยงต่อชีวิตทหารและประชาชน ความพยายามในการสร้างความปลอดภัยจึงยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม เหตุการณ์นี้จึงตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อการบาดเจ็บของทหาร ความชัดเจนในการเจรจาและประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากข้อตกลงระหว่างประเทศ  ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ  ขณะที่แผนงานในการเก็บกู้กับระเบิดและกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการยังไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความกังวลว่าปัญหานี้จะยังคงซ้ำรอยต่อเนื่อง พรรคเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบเต็มที่โดยให้ข้อมูลชัดเจนต่อประชาชนเกี่ยวกับผลประโยชน์จากการเจรจา การดำเนินงานเก็บกู้กับระเบิด และมาตรการป้องกันไม่ให้ทหารต้องบาดเจ็บซ้ำซาก ความปลอดภัยของชายแดนและชีวิตของทหารต้องมาก่อนสัญญาร่วมระหว่างประเทศ และประชาชนมีสิทธิรับรู้ว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง” นายศักดิ์ณรงค์ กล่าว