닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ6

“โรม” ชวนสังคมจับตา “กฟภ.” ตัดไฟฟ้าไม่หนุน “แก๊งคอลเซนเตอร์-สแกมเมอร์จริงหรือไม่ เหน็บ “ภูมิธรรม” ไฟเขียวทั้งที่ควรทำนานแล้ว ฉะ ”อนุทิน” ยังลอยหน้า ทั่งที่ประชาชนถูกหลอกเสียหายรายวัน จี้ถามความรับผิดชอบ โยงถึง“นายกฯ อิ๊ง” ย้ำ 6ก.พ. เจอกัน เรียก มท.1-สมช. แจงกมธ.มั่นคงฯ​ กาปูนแดง ต้อง“เสี่ยหนู”เท่านั้น พ่วงบี้ “บิ๊กต่าย“ กวาดบ้านตัวเองไล่บี้ แคลงใจ พล.ต.ต.”ต.เต่า“รับเคยทำธุรกิจฝั่งเมียวดี ลั่น แก็งอาชญากรรมขยายตัวใหญ่โตไม่ได้ ถ้าไม่มี ขรก.-คนของรัฐ ช่วยหนุน



วันที่ 4 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้อำนาจรองนายกฯ สั่งระงับจ่ายไฟฟ้าชายแดนไทยเมียนมา ว่า ควรทำแบบนี้เพราะสิ่งที่ตนยืนยันมาตลอดว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ไม่ควรไปถึงระดับนโยบายด้วยซ้ำ แต่ กฟภ.เกียร์ว่าง ทำให้แก๊งคอลเซนเตอร์ เป็นปัญหาไม่จบสิ้น สิ่งที่นายภูมิธรรมพูด ฟังดูเหมือนจะตัดไฟแค่เมืองชเวก๊กโก และเคเคพาร์ก ซึ่งสองจุดนี้ถูกตัดไปนานแล้ว ตนขอใช้โอกาสนี้ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าจะตัด ตนก็เห็นด้วย และควรทำทันที การที่นายภูมิธรรมระบุว่า จะทำทันที ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องทั้งหมดนี้ ต้องดูว่า สุดท้ายการตัดไฟที่จะเกิดขึ้นจริง จะตัดที่จุดไหน  เพราะฝั่งเมียนมา ทางท่าขี้เหล็กก็ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ด้านเมียวดีและพญาตองซู มีปัญหาเรื่องแก็งคอลเซนเตอร์ ส่วนตัวคิดว่า ต้องตัดทั้งหมด 3 จุดนี้ หากมีการละเว้นจุดในจุดหนึ่งไว้ ปัญหามันก็ไม่จบ เพราะขบวนการเหล่านี้ คงย้ายที่ไปอีกจุดในที่ยังไม่ถูกตัดไฟ  ส่วนวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาว หากเกิดมีการตัดไฟเพียงบางจุดถือเป็นเพียงก้าวแรก เพราะยังเหลืออีกจำนวนมาก ในการแก้ปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ แก็งสแกมเมอร์ขั้นตอนที่ควรพิจารณาต่อไป คือ เรื่องท่าข้ามแม่น้ำ เฉพาะแค่ที่จังหวัดตาก มีมากถึง 59 ท่า บางท่าก็ตั้งอยู่กับแก็งสแกมเมอร์ และหากมีการตัดไฟ แน่นอนว่าแก็งเหล่านี้ จะต้องไปหาเครื่องปั่นไฟ ดังนั้นรัฐบาลต้องดูตั้งแต่ต้นว่า มีการจัดหาเครื่องปั่นไฟไปใช้หรือไม่ ต้องรีบสกัดกั้นตั้งแต่ตอนนี้ 

ประธานกมธ.ความมั่นคงฯ สภาฯ กล่าวว่า ขั้นตอนที่สอง หากเกิดการกระทำความผิดใดๆ เราสามารถเอาผิดเจ้าของท่าข้าม ที่เป็นเอกชนได้หรือไม่ และขั้นตอนที่สาม ต้องทบทวนถึงความจำเป็นว่า ต้องมีท่าข้ามฝั่งไทย-เมียนม่ามากมายถึงขนาดนี้ หรือไม่  ถือเป็นความอ่อนแอด้านความมั่นคงของประเทศมากที่ปล่อยกันเช่นนี้  เพราะไม่มีการตรวจสอบสิ่งของที่นำข้ามไป -มา โดยเฉพาะของผิดกฎหมาย ยาเสพติด หากจะเปิดท่าข้าม ต้องยึดมาตรฐานเดียวกันคือ ต้องไม่น้อยไปกว่าด่านชายแดนถาวร ที่มีเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบรัดกุมตามจุดต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีการทำผิดกฎหมาย ส่วนการออกวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวที่อนุญาตให้สามารถเดินทางได้ทั่วราชอาณาจักรโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตซ้ำนั้น ควรต้องมีการทบทวน เพราะบางพื้นที่ เป็นเขตจำเพาะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือ หากนักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้าพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน จะต้องมีการขออนุญาตก่อน ในพื้นที่นั้นๆ รัฐบาลต้องชัดเจนเรื่องนี้ ซึ่งตนมองว่า วิธีการนี้จะป้องกันกลุ่มที่แฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อข้ามไปยัง 3 จุดข้างต้น  

“ขอย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ คือกลไกภายใน อาทิเรื่องบัญชีม้า เห็นท่าทีรัฐบาลจริงจังมากขึ้น เข้าใจว่าต้องรอการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีก่อน เพื่อให้ธนาคาร และโอเปอเรเตอร์ต่างๆ ร่วมรับผิดชอบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังรอเงินคืนจากการถูกหลอก ต้องมีกลไกรองรับและบริหารจัดการ และรัฐบาลยังจะต้องหันไปมองฝั่งกัมพูชาด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งแหล่งสำคัญไม่แพ้กับฝั่งเมียวดี โดยต้องดูว่ามีทรัพยากรของประเทศไทยใดบ้างที่ถูกส่งไปสนับสนุนแก็งเหล่านี้ ที่ตนเชื่อว่า มีเช่นเดียวกันแน่” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายภูมิธรรมสั่งระงับการจ่ายไฟ สวนทางกับท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย สะท้อนความสัมพันธ์ของ 2 รองนายกฯ หรือไม่  นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องถึงนายภูมิธรรม ไปไกลสุดจริงๆแค่ที่นายอนุทินแค่นั้น การที่นายอนุทินไม่ดำเนินการมีความเสียหายต่อประเทศชาติหรือไม่ และถ้ามีความเสียหาย นายอนุทินจะลอยหน้าลอยตาต่อไปแบบนี้ใช่หรือไม่  รัฐบาลหรือ นายกฯจะไม่ทำอะไรเลยใช่หรือไม่ และหากปรากฎว่าไฟฟ้าที่ขายไป ไม่ใช่มีแค่ฝั่งพม่าแต่ไปเจอจุดอื่นอีก แล้วก่อให้เกิดการเสียหายอีก นายอนุทินจะลอยหน้าลอยตา แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆปล่อยให้ประชาชนต้องรับความเสียหายต่อไปเองเรื่อยๆ  ส่วนนายกฯตนขอเรียกร้องแม้จะชื่นชมว่า วันนี้มีการตัดไฟจริง แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว นายอนุทินต้องรับผิดชอบในการไม่ใช้อำนาจหน้าที่ ในความรับผิดชอบของตัวเอง ตนต้องถามถึงนายกฯว่า เราจะปล่อยนายอนุทินไปแบบนี้หรือไม่ ต้องมีมาตรการอะไรออกมา จึงต้องเรียกร้องความเป็นผู้นำของนายกฯ โดยวันที่ 6 ก.พ. กมธ.มั่นคงฯได้เชิญกระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุม ตนได้กำชับกับฝ่ายเลขาว่ากระทรวงมหาดไทยให้กำหนดเป็นนายอนุทินโดยตรง รวมถึงเลขาสมช.ด้วย ซึ่งเรื่องนี้สมช.ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เป็นหน่วยงานประสาน ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง แต่วันนี้เลขาฯสมช.ยินดีที่จะรับเผือกร้อน และออกมาพูดตอนแถลง ตนก็เสียดายมากว่า ควรจะพูดให้ชัดเจน ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาความมั่นคง แก๊งคอลเซนเตอร์  สแกมเมอร์ “ฟังข้อมูลตอนเทคออฟก็เหมือนจะดี แต่พอท่านแลนด์ดิ้งมันไปอีกทางหนึ่ง ผมก็งงกับท่านจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น“ นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า ที่เคยออกมาโพสต์กำชับให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดูแลลูกน้องตัวเอง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเห็นข่าวว่าพล.ต.ต. ต.เต่า ออกมายอมรับว่าเคยทำธุรกิจอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ ที่เมียวดีคอมเพล็กซ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีหน้าที่ปกป้องและปฏิบัติตามกฏหมาย  แต่ปล่อยให้บุคคลเดินทางไปเล่นกาสิโน จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเข้าออกประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่  และรายได้ที่ได้มาที่อาจชอบด้วยกฎหมายเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินหรือไม่

“ผมกำลังจะบอกว่าวันนี้ พล.ต.ต. ต.เต่า อาจเป็นคนที่มีเบื้องหลังบางอย่างอยู่ด้วย มีคนที่อาจเป็นระดับสูงเป็นเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกให้กับพล.ต.ต. ต.เต่า  ส่วนบิ้กต่ายวันนี้ทำอะไร ไม่เห็นทำอะไรเลย เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตอนอยากจะเป็น อยากจะเป็นใจจะขาด แต่ถึงเวลานี้ปัดกวาดบ้านตัวเองไม่เห็นทำอะไรเลย แล้วออกให้ข่าวมั่วซั่วว่า ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย วันนี้คนในองค์กรของท่านทำผิดกฎหมาย ท่านไม่เห็นจัดการอะไรเลย ปล่อยให้เขาเดิน เผลอๆ แหล่งรายได้เงินต่างๆยังคงไหลมาเทมาต่อไป หรือว่าเส้นเงินต่างๆการซื้อขายตำแหน่ง มันมากเสียจนทำให้คนคนนี้ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว และว่า ขอให้สื่อมวลชนจับตา เพราะไม่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน การทุจริตคอร์รัปชันเป็นแหล่งที่มาที่ทำร้ายประเทศไทยมากมายเหลือเกิน  และความทุกข์ยากตกอยู่อยู่ที่ประชาชนคนไทย  แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะไม่มีทางเติบโตได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ได้คนที่คอร์รัปชันที่อยู่ในวงการราชการ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์คงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ขณะนี้นี้คงไม่มีคนฆ่าตัวตาย คงไม่มีคนที่หมดตัวขนาดนี้ถ้าระบบกฎหมาย สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง” นายรังสิมันต์ กล่าว