닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัพะั

“โรม” จ่อหารือ “ปธ.สภา” หลังถูกบีบให้ถอนชื่อ “ทักษิณ” ออก พร้อมจวกเดือด “เพื่อไทย“ ชอบโชว์เหนือ มองอย่าประเมินตัวสูง อดีตเคยอภิปรายพาดพิงคนนอกเหมือนกัน มองฝ่ายค้านคอยเบรกรัฐบาล ลั่น ไม่กลัวโดนฟ้องเพราะถูกดำเนินคดีมาเยอะแล้ว และอีกอย่างทุกวันนี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายเสมอ 





เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์  โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมอภิปรายว่า มีการอภิปรายแน่นอน วันนี้เท่าที่เราเห็นญัตติของพรรคฝ่ายค้านได้มีการใส่ชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าไปใน ญัตติอภิปรายไม่ไว้ว่างใจ และหากเราสังเกตกันตอนนี้ก็ได้มีผู้ประท้วงคนแรกเกิดขึ้นมาแล้วก่อนการอภิปราย  และตนขอยืนยันด้วยกฎเกณฑ์และกฎหมายต่างๆ ซึ่งไม่ต้องมาถกเถียงกันอีกเพราะระบบสภาของเราก็มีกฎเกณฑ์ควบคุมญัตติอยู่แล้ว และเป็นไปในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ทำอะไรผิดในเรื่องนี้แน่นอน  แต่มองว่าเรื่องนี้เป็นการใช้อำนาจโดยพลการของประธานสภาในการบังคับพวกเราขอให้เอาชื่อนาย "ทักษิณ"ออก และจะไม่อนุญาตให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ แน่นอนว่าภายในวันนี้ตนตั้งใจว่าจะไปพูดคุยกับประธานสภาเพื่อที่จะหาทางออกของเรื่องนี้

วันนี้เราเห็นแล้วว่าคนแรกที่ออกตัวไม่ใช่ สส.ทั่วไป หรือ รัฐมนตรี ทั่วไป แต่เป็นประธานสภาที่เป็นคนประท้วงคนแรก โดยการอภิปรายครั้งนี้เชื่อว่าเราคงจะได้เห็นว่าการแตะต้องนาย ทักษิณ คงจะมีแรงต้านจากฝั่งรัฐบาลอย่างสูงแน่นอน 

อย่างไรก็ตามตนมองว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเพราะตัวของนายทักษิณก็พยายามที่จะมีบทบาทมีส่วนร่วมเรื่องของราชการแผ่นดิน

“ที่ผ่านมา เราแทบจะไม่ได้ยินว่านายกฯพูดถึงวิสัยทัศน์พูดถึงทิศทางของบ้านเมืองอะไรเลย เราได้ยินแค่จากคุณทักษิณ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อพรรคฝ่ายค้านจะตรวจสอบ นายกฯ และอาจมีการโยงไปให้เห็นภาพว่านายทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่การอภิปรายโดยตรงถึงได้ทักษิณกลายเป็นว่าทุกฝ่ายก็มีแรงต้านอะไรต่างๆตนก็คงต้องถามไปที่นายทักษิณว่านายทักษิณเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบัญชาการเรื่องนี้หรือไม่“ นายรังสิมันต์กล่าว


ทั้งนี้ตนก็อยากให้นายทักษิณพูดแฟร์ๆออกสื่อเลยว่าให้ฝ่ายอภิปรายเอ่ยถึงได้และตนพร้อม เพราะเป็นบุคคลอิสระที่สามารถตรวจสอบได้หากท่านพูดแบบนี้ บรรดานั่งร้านทั้งหลายก็คงไม่จำเป็นต้องมาใช้เวทีนี้ในการเอาซีนปกป้องนาย แล้วจะทำให้การทำงานของพรรคฝ่ายค้านทำงานได้อย่างเต็มที่มากกว่า 

อย่างไรก็ตามฝั่งของตนก็กำลังเตรียมการอภิปรายอยู่และช่วงนี้ที่เห็นตนเงียบๆตอนนี้ เป็นเพราะตนกำลังปลุกปั้น ในการทำหน้าที่อภิปราย ยืนยันว่าในช่วงของวันที่24มี.ค. ทุกคนจะได้เห็นการอภิปรายของตนอย่างแน่นอน 

ส่วนข้อครหาที่มาจากฝั่งรัฐบาลที่ตั้งคำถามเมื่อวานนี้ว่าหากไม่อภิปรายเรื่องนาย ทักษิณ แล้วพรรคฝ่ายค้านอาจจะไม่มีเรื่องอภิปรายอื่นนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มันก็เป็นวิธีการของพรรคเพื่อไทยที่พยายามทำตัวเหนือกว่าคนอื่นพยายามเหมือนสั่งเหมือนสอนอะไรแต่ตัวเองก็ไม่มีคุณค่าหรือความสามารถอะไรที่จะมาสอนคนอื่นได้ 

นอกจากนี้ตนขอตั้งคำถามว่าในช่วงที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ณ เวลานั้นเป็นพรรคฝ่ายค้านการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยนับเวลานั้นถือว่าดีจนน่าจดจำขนาดนั้นหรือไม่ตนก็บอกว่าในส่วนที่นายสุทิน คลังแสง สส.บัญรายชื่อในฐานะ แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดราวกับสอน พูดราวกับตัวเองเก่งมหัศจรรย์เป็นโรนัลโดแห่งสภา ต้นมองว่าอย่าประเมินตัวเองสูงจนเกินไป ตนอยากให้รอดูในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านตนยืนยันว่าในการทำหน้าที่ของเราไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของน้ำท่วมทุ่งแต่อยู่ในพื้นฐานของเนื้อหาสาระให้เรายืนยันว่าการทำหน้าที่ของเราในรอบนี้เราเตรียมตัวมาดีและเรามีอีกหลายคนที่เป็นหมัดเด็ดแน่นอน สิ่งที่ท่านไม่คิดว่าจะได้เห็นก็จะได้เห็น

อย่างไรก็ตามในการอภิปรายเราอยากให้ประชาชนรู้ความจริงมากที่สุดนั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่หากเราต้องมาสามารถระวังเรื่องการอภิปรายให้ความจริงไม่ประจักษ์สู่ประชาชนนั่นไม่ใช่พรรคประชาชนเพราะฉะนั้นเรายืนยันว่าถ้าเรื่องไหนที่นายทักษิณเข้าไปเกี่ยวเราก็ต้องอภิปราย แต่ไม่ใช่เป็นการอภิปรายโดยตรง  ตนยืนยันนี่คือการทำหน้าที่ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลซึ่งในเคสนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีดังนั้นหากต้องมีการนำองค์ประกอบเข้ามาเกี่ยวข้องพาดพิงกับคนอื่นก็มีความจำเป็น  

“การที่จะคอรัปชั่นนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่สามารถทำได้ผู้เดียวมันก็ต้องมีบุคคลภายนอกเข้ามาด้วยเช่นเดียวกันอยู่แล้วดังนั้นตนคิดว่าวันนี้สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยคือทำตัวเป็นคนที่แกล้งไม่เข้าใจไม่รู้ว่าแกล้งหรือไม่ แต่ว่า ตอนที่พรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจก็พาดพิงถึงบุคคลภายนอกไม่น้อยกว่าเรา วันนี้พอตัวเองที่จะต้องมาอยู่ในบทนี้ก็ต้องพยายามที่จะตีฆ้องร้องป่าวเขียนเสือให้วัวกลัวทำตัวราวกับว่าเป็นพระอรหันต์แต่พอไปดูเนื้อหาสาระไม่มีอะไรเลย” นายรังสิมันต์กล่าว


เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่หากมีการฟ้องร้องกลับในช่วงอภิปรายพาดพิง  นายรังสิมันต์มองว่าตนถูกดำเนินคดีมาเยอะมากตนก็ได้แต่พูดอย่างเดียวว่าตนไม่สามารถควบคุมหรือห้ามไม่ให้คนมาฟ้องตนได้แต่การทำหน้าที่ของตนก็คือการทำหน้าที่เพื่อประชาชนและตนทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายเสมอ  

ดังนั้นตนทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่หากมีคนมาฟ้องอะไรต้นต้นก็คงห้าไม่ได้ได้แต่หวังว่าวันนี้เราก็เจอความท้าทายเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบก็ขอให้มีความคิดที่ทำกับบุคคลเหล่านี้อย่างน้อยที่สุดก็คอยเป็นคนเบรครัฐบาลไว้บ้าง  

เมื่อถามย้ำว่าหากไม่สามารถอภิปรายได้จะทำอย่างไรนั้นนายรังสิมันต์ มอกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะ ประธานสภาอาจจะต้องรับผลทางกฎหมายที่สูงมากและวันนี้ก็คงจะหาทางออกได้ภายหลังการพูดคุย