닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyัะีถุึ

“แสวง” เตือนเลือกตั้งต้องโปร่งใส ลั่นหาเสียงแฝงช่วยเหลือ-อิงประชามติ เสี่ยงผิดกฎหมาย ขณะที่ กกต.จ่อบังคับใช้กฎหมายสองฉบับเข้ม ซักซ้อมพรรคการเมืองรับมือเลือกตั้งซ้อนประชามติ


เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 68 ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กรณีกรอบการหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้อยู่ในกติกา การแข่งขันเข้มข้นเป็นเรื่องดีประชาชนจะได้มีข้อมูล เพราะทุกคนพยายามจะเข้าถึงประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ แต่วิธีต่างๆนั้นอยากให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ซึ่งประชาชนก็คิดว่า กกต. จะทำงานในส่วนนี้แต่ประชาชนหวังว่าจะทำงานได้ดีต้องตระหนักในข้อนี้ด้วย 

เมื่อถามว่ากรณีที่ไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะไทย -กัมพูชา และจะใช้โอกาสนี้ในการหาเสียงนั้น นายแสวงเผย ว่า พรรคการเมืองหรือผู้สมัครนั้นเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดีแต่หากเกิดอยากจะทำเกินกฎหมายนั้นก็ ไม่อยากให้ทำ ซึ่งมันอาจเป็นช่องทางที่ดูแลประชาชนตนอยากให้ดูอย่างถูกต้อง และเป็นเรื่องของรัฐหรือองค์กรต่างๆ เมื่อเราเป็นผู้สมัครเราสวมอีกบทบาทหนึ่งก็ต้องทำตามกรอบที่กฎหมายระบุกกต. ไม่มีการผ่อนผันในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่าการทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งต้องให้ความสำคัญกับการทำประชามติมากกว่ากรอบเวลาการเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ตอนนี้มีคนพยายามเอาการทำประชามติไปอิงกับการเลือกตั้งซึ่งประชามติกับการเลือกตั้งมีเวลาของมันและต้องมีเวลาให้ชี้แจงเรื่องเอกสารและประชาชนให้รับทราบ  ซึ่งต้องให้ฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้รับทราบด้วย สิ่งที่กังวลคือคืออาจมีคนกลุ่มเดียวกันที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งไปทำประชามติซึ่งอาจจะต้องบังคับใช้กฎหมายสองฉบับพร้อมกัน เพราะมีเหตุและไม่มีข้อห้ามในการกระทำคนที่มีสองบทบาททางร่วมประชามติและบทบาทในฐานะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครต้อง รักษากฎหมายและมีการซักซ้อมให้ทำความเข้าใจให้ดีเพราะมีสองเรื่องในเวลาเดียวกัน

เมื่อถามย้ำว่ากกต. สามารถสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจระหว่างการเลือกตั้งและการทำประชามติในเวลาอันสั้นได้หรือไม่  นายแสวงกล่าวว่า รัฐบาลเป็นคนอธิบายแต่เราเป็นเพียงผู้เผยแพร่ให้ถึงประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยก็ต้องแสดงความเห็นเพื่อไปประกอบในการลงคะแนนในการออกเสียงในวันเลือกตั้ง 

เมื่อถามว่ามีฝ่ายที่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่ถูกรวมเอาไว้กับกลุ่มการเลือกตั้ง ที่ต้องออกไปหาเสียงนั้นจะมีวิธีดูอย่างไร นายแสวงเผยว่า มีวิธีดูตามกฎหมาย กกต.ดูออก แต่คนปฏิบัติดูไม่ออกซึ่งผลร้ายจะเกิดกับคนปฏิบัติเราต้องดูว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร

เมื่อถามว่าหากรัฐบาลมีการให้ทำประชามติแล้วหากเกิดยุบสภา กกต. จะเดินหน้าต่อหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ประชามติมันไม่ได้หยุดเป็นไปตามพรบ.ประชามติ ส่วนหากใช้วิธีการอ้างว่าให้ความรู้การทำประชามติแต่เป็นการโจมตีคู่แข่งนั้นจะรับมืออย่างไรตนมองว่า สิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริงเพราะเราบังคับใช้กฎหมายสองฉบับถึงการเลือกตั้งกับประชามติไม่ได้อยู่ในวันเดียวกัน แต่ถ้าเวลาทับซ้อนกันในช่วงหนึ่งก็เป็นปัญหาเพราะหากดูแล้วตนก็คิดว่าคนอยากให้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติหรือหากกลุ่มคนเลือกตั้งที่เป็นกลุ่มคนใกล้เคียงกันที่คร่อมไปคร่อมมา ตรงนี้เราต้องดูในการบังคับใช้กฎหมายว่าเราต้องมีความชัดเจนเพื่อให้ปฏิบัติชัดเจนด้วย หากเราชัดเจนแล้วเขาก็ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย