“เสรีพิศุทธ์” แนะวิธียึดปราสาทตาควายคืน ยุ ทหารไทยยึดพนมเปญ
โพสต์เมื่อ : 2 ส.ค 2568 เวลา 15:51 น.
“เสรีพิศุทธ์” แนะวิธียึดปราสาทตาควายคืน ยัน หลายปราสาทหลายเมืองในกัมพูชาอดีตเป็นของไทย ยุ ทหารไทยยึดพนมเปญ
วันที่ 2 ส.ค. 68 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ว่า ตอนนี้เรามีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี เพราะไม่คิดจะทำอะไร สรุปแล้วนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งหลายซื้อกันมาทั้งนั้น ใครมีเงินก็จ่ายให้นายทักษิณไป ซึ่งทำหน้าที่คุมพรรคเพื่อไทยอยู่ และมีลูกสาวเป็นนายกฯ แม้กระทั่งล่าสุดพรรคภูมิใจไทยลาออกเสียงไม่พอ แต่ก็ยังอยู่ต่อเพื่อขายตำแหน่งรัฐมนตรีเหล่านี้ ส่วนรัฐมนตรีเหล่านี้จะทำหน้าที่ให้ชาติบ้านเมืองได้อย่างไรนั้นก็ต่างจากประเทศกัมพูชาที่เล็กกว่าเรา ซึ่งไม่มีทางจะมามายืนเทียบศักดิ์ศรีกับประเทศไทยได้ แต่เค้ามีนายกรัฐมนตรีชื่อ ฮุน เซน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาสืบทอดให้ลูกชายต่อ นั่นคือ ฮุน มาเนต และเขาทำงานในฐานะรัฐบาลและบริหารราชการมากว่า 40 ปี ซึ่งต่างจากประเทศไทย เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นตนเป็นคนแรกที่โพสต์ประกาศไปว่าไม่ต้องคุยกับเขมรให้ยึดกรุงพนมเปญเท่านั้น ก็มีทั้งคนที่ชอบใจและชอบใจ โดยแต่ละคนอยู่บนพื้นฐานไม่เหมือนกัน ส่วนตนนั้นมีฐานการรบการต่อสู้ที่อำเภอนาแก จนคนเรียกฐานว่าวีรบุรุษ การรบในสมัยนั้นอาจไม่เหมือนกับสมัยนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาไทย-เขมรขึ้น จนมองดูแล้วประชาชนไทยมี 70 ล้านคน ในขณะที่เขมรมีเพียง 10 ล้านคน ซึ่งตนมองแล้วศักยภาพของกำลังพลและอาวุธของเขาสู้ไทยไม่ได้ แต่ผู้นำของไทยชะล่าใจในเหตุการณ์จนทำให้เขมรนำระเบิดมาวางไว้ในอธิปไตยไทย จนทหารไทยไปเหยียบขาถาดและก่อให้เกิดการต่อสู้ขึ้น ตั้งแต่ 24 ก.ค. 68 และมาจบการปะทะลงเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 เนื่องจากทางนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอร้องให้ โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มาพูดคุยและเจรจากัน โดยให้ประเทศมาเลเซียเป็นฝ่ายนัดเจรจา โดยไทยก็เดินทางไปเจรจาทางที่เหตุการณ์ปะทะต่อสู้กันตามแนวชายแดนยังคาราคาซังอยู่ โดยไปตกลงกันว่าในวันที่ 28 ก.ค. เวลา 24.00 น. แต่ละฝ่ายจะยุติการยิง
ซึ่งในตอนนั้นสถานการณ์ไทยในตามแนวชายแดนซึ่งไทยยึดได้เกือบหมดแล้วเหลือเพียงพื้นที่บริเวณประสาทตาควายแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังยึดได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากทหารยังปะทะหน้ากันอยู่ แต่ถึงเวลาตามข้อตกลงก่อน และทั้งที่มีการห้ามใช้โบราณสถานเป็นพื้นที่ต่อสู้ แต่ทางฝั่งกัมพูชาก็เข้าไปในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย และได้วางทุ่นระเบิดไว้ จึงทำให้มีปัญหาว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรเนื่องจากยังคาราคาซังอยู่ ในฐานะที่ตนผ่านประสบการณ์มาก่อนเมื่อครั้งเป็นวีรบุรุษอยู่ที่อำเภอนาแก ตนขอแนะนำว่าวันนี้เรายังยึดประสาทตาควายไม่ได้ แต่จะแนะนำว่าให้เอาตำรวจตระเวนชายแดนไปอบล้อมด้านเขมรให้หมดไม่ให้ส่งกำลังบำรุงขึ้นมาที่ประสาทตาควายได้ และพวกที่อยู่ในปราสาทตาควายก็ต้องยอมออกมามอบตัวกับทหารไทยอยู่ดี เพราะฉะนั้นเราสามารถยึดประสาทตาควายได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง หรืออีกอย่างหนึ่งเมื่อจะต่อสู้เขาก็จะอ้างว่าประสาทตาควายเป็นของเขาเราก็ต้องไปดูในประวัติศาสตร์ไทยทั้งหมดที่ระบุไว้ว่าปราสาทตาควายรวมถึงปราสาทอื่นๆ นั้นเป็นของไทยทั้งหมด รวมถึงอีกหลายพื้นที่ในประเทศกัมพูชาก็เป็นของไทยในสมัยก่อน เพราะฉะนั้นเรายืนยันได้ว่าจะสามารถเอาประสาทตาควายกลับมาเป็นของเราได้ มีอะไรขอให้ปรึกษาตน
z-z1603487247937.jpg)