닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy4565

“เสรีพิศุทธ์” ซัดเพื่อไทยเป็นพรรคโมฆะ ชี้ถูกครอบงำไม่ควรได้จัดตั้งรัฐบาล – ลั่นไม่เอา “ชัยเกษม” นั่งนายกฯ



เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 ส.ค.68 ที่เวทีการชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวโจมตี พรรคเพื่อไทย ว่าเป็น “พรรคโมฆะ” ที่ไม่ควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลอีกต่อไป

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต และกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกปลดพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจริยธรรมของแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายเศรษฐา น.ส.แพทองธาร หรือ นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งต่างถูกตั้งคำถามด้านความเหมาะสม

“ถ้าบุคคลยังถูกมองว่าเป็นโมฆะบุรุษ โมฆะสตรี พรรคก็ย่อมเป็นพรรคที่เป็นโมฆะ ไม่ควรเข้ามาบริหารประเทศต่อไป บ้านเมืองจะเสียหายมากกว่าเดิม” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวพาดพิงว่า หลังการกลับมาของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการครอบงำพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้ น.ส.แพทองธารขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หรือการเดินสายล็อบบี้พรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะพรรคประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนการครอบงำอย่างโจ่งแจ้งและขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า จุดยืนของตนและพรรคเสรีรวมไทยคือ “ไม่เอา ชัยเกษม นิติสิริ” พร้อมเปิดเผยว่า ตนรู้จักนายชัยเกษมมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 38 และเคยทำงานใกล้ชิดกันระหว่างดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะที่นายชัยเกษมเป็นอัยการและภายหลังเข้ามามีบทบาทใน ก.ต.ร. ดูแลเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

“แม้จะเป็นเพื่อนกัน แต่ผมกล้ายืนยันว่าชัยเกษมไม่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี และหากพรรคเพื่อไทยยังคงชูชื่อชัยเกษมขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นพรรคขายชาติ ประชาชนจะไม่ยอมรับ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวบนเวที

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบงำพรรคเพื่อไทย พร้อมเรียกร้องให้สังคมจับตาและร่วมรณรงค์ต่อต้าน ไม่ให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีก

ทั้งนี้ การปราศรัยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับความสนใจจากผู้ชุมนุมที่มาร่วมฟัง โดยแกนนำหลายคนยังคงย้ำจุดยืนเดียวกันว่า หากสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย กลุ่มรวมพลังแผ่นดินจะนัดชุมนุมใหญ่ครั้งใหม่เพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านทันที