닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก4

“เพื่อไทย” จี้ ”รัฐบาลอนุทิน“ หยุดเล่นการเมืองบนความมั่นคงของชาติ เร่ง เดินหน้าแก้ปัญหาสแกมเมอร์ จริงภายใน 30 วัน ลั่น ไม่ใช่เพียงแต่สร้างภาพเอาคะแนนนิยมทางการเมืองชั่วคราว แนะ กลับมาดำเนินมาตรการ 3 ตัด ตัดไฟ-ตัดอินเทอร์เน็ต-ตัดการขนส่งน้ำมัน 



วันที่ 4 พ.ย. 68 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (อดีตรองนายกฯ-รัฐมนตรีดีอี) แถลงข่าวภายใต้หัวข้อ “สร้างภาพ กลบความล้มเหลว นโยบายการต่างประเทศที่ผิดพลาด” ว่า เรื่องที่เป็นที่สนใจและกระทบอย่างต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติและกำลังลุกลามเป็นปัญหาระดับโลก คือมาตรการในการปราบสแกมเมอร์ของประเทศไทย ตนในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทยขอนำเรียนว่า การที่รัฐบาลประกาศว่าจะเป็นผู้นำทางด้านของการปราบปรามสแกมเมอร์และเป็นเซ็นเตอร์ในเวทีโลกต่างๆ ต้องประกาศว่าทำได้จริง ไม่ใช่ประกาศแต่เพียงภาพลักษณ์ ทางด้านของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมาไทย มักพูดเสมอว่า “ท่านเป็นคนพูดแล้วทำ” เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่พี่น้องคนไทยทุกคนอยากเห็น

โดยปัญหาสแกมเมอร์เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งปัญหานี้เคยได้รับการแก้ไขจนเป็นรูปธรรมมาแล้วในรัฐบาลที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายสมัยที่เราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลลดลง 40% หรือประมาณ 14,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการกลับมาเป็นปัญหาเรื่องนี้สำหรับประชาชนและเป็นประเด็นใหญ่ระดับโลกนั้น รัฐบาลก็ไม่ได้ใช้เวทีโลกเพื่อผลักดันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

นายประเสริฐ กล่าวว่า จากเมื่อก่อนที่ประเทศไทยเป็นตัวตั้งตัวตีภูมิภาคนี้เรื่องนี้ จนได้รับรางวัลระดับโลกและเป็นต้นแบบในหลายๆประเทศ แต่ตอนนี้ประเทศไทยตามหลังประเทศรอบข้างในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์มีการยึดทรัพย์มูลค่า 150 ล้านดอลล่าสิงคโปร์ ที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มสแกมปรินซ์กรุ๊ปที่มีเครือข่ายข้ามชาติ และมาเลเซียได้มีการจับกุมในเรื่องของสแกมเมอร์กว่า 2,000 รายและปรับปรุงกฎหมายและขยายมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรมในเรื่องของไซเบอร์

ซึ่งประเทศไทยสมัยรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยได้มีการผลักดันพระราชกำหนดขึ้นมา 2 ฉบับ เป็นพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชาญากรรมทางเทคโนโลยีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และอีกฉบับคือพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อปิดกั้นช่องทางด้านการเงินกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ 

นายประเสริฐ  มองว่า แทนที่รัฐบาลจะเร่งเครื่องในการออกกฎหมายลูกและบังคับใช้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าว แต่ตอนนี้รัฐบาลไม่มีความคืบหน้าอย่างไรเลย ยิ่งกว่านั้นในเวทีเอเปกที่เกาหลีใต้ ทางกัมพูชายังได้หารือทวิภาคีกับสหรัฐฯเพื่อยกระดับความมั่นคงในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ ที่ใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ รวมถึงการใช้ข้อมูลข้ามชาติจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยจึงไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ในเวทีเอเปกแบบเป็นรูปธรรม หรือตอนที่ไปเซ็น MOU เรื่องแร่หายากกับสหรัฐฯ ทำไมไม่มีการขอความร่วมมือแต่อย่างใด

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอให้รัฐบาลเดินหน้าการปราบปรามเรื่องของสแกมเมอร์ ภายใน 30 วัน ก่อนยุบสภาฯ ไม่ต้องรอถึง 4 เดือนอย่าที่รัฐบาลประกาศ โดยต่อยอดที่รัฐบาลเพื่อไทยได้วางไว้ ดังนี้ 

1.ขอให้รัฐบาลออกมาแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาแฉว่าโดนแก๊งสแกมเมอร์เสนอสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน แลกกับการไม่ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เคยบอกว่าจะมาสรุปภายในสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมขยายผลการจับกุมไปยังต้นตอ ซึ่งตอนนี้ระยะเวลาครบแล้วแต่ยังไม่ได้ยินเสียงออกมาจากทางด้านของนายไชชนก
2.ขอให้มีการสืบสวนและดำเนินกับบุคคลและบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทปรินซ์กรุ๊ปโดยเร็วที่สุด
3.การที่จะโค่นสแกมเมอร์ได้ ต้องโฟกัสที่เงินทุกบาท ที่อาชญากรยึดไป รัฐบาลต้องเอาเงินคืนพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดและเร็วที่สุดด้วยการบังคับใช้พระราชกำหนดมาตราการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการคืนเงินให้กับประชาชน โดยเฉพาะในส่วนการออกกฏหมายให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดฉบับนี้ ซึ่งควรจะมีการกลับมาจริงจังในเรื่องของการบังคับบัญชีม้า
4.เดินหน้าความร่วมมือปรามสแกมเมอร์สามฝ่าย ระหว่าง ไทย จีน กัมพูชา โดยพิจารณาจากต้นแบบที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต รวมถึงกลับมาดำเนินมาตรการสำคัญอีกสามด้าน คือ 3 ตัด ตัด  ไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต ตัดการขนส่งน้ำมัน เพื่อสกัดสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และกลับมาเข้มงวดเรื่องของการปิดกั้นช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน
5.สานต่อนโยบายของพรรคเพื่อไทยโดยการจัดตั้งศูนย์บริหารเหตุการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ระดับนานาชาติและภูมิภาค เพื่อสร้างบทบาทการเป็นผู้นำอย่างแท้จริงให้กับประเทศไทย เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักรเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศที่มีทั้งข้อมูลและข่าวสารต่างๆ

ขอย้ำว่า การที่รัฐบาลไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมาถกในเวทีโลกและสานต่อสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ทำเอาไว้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่เสียโอกาสสำหรับประเทศไทย 

“พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน หยุดเล่นการเมืองบนความมั่นคงของชาติ และเอาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง และถึงเวลาที่รัฐบาลต้องทำจริง ไม่ใช่ทำตามกระแส และรัฐบาลต้องเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติให้ถึงที่สุด ใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการกดดันกัมพูชา ไม่ใช่เพียงแต่สร้างภาพเอาคะแนนนิยมทางการเมืองชั่วคราวเท่านั้น”นายประเสริฐ  กล่าว