“เท้ง” โต้แย้ง วันนอร์” เหิม ทำลายอำนาจนิติบัญญัติ
โพสต์เมื่อ : 10 มี.ค 2568 เวลา 16:14 น.
"เท้ง" โต้แย้ง "วันนอร์" เหิม ทำลายอำนาจนิติบัญญัติ ยัน ข้อบังคับมิมีข้อห้ามระบุชื่อบุคคลภายนอก เพียงแต่ สส.ผู้อภิปรายนั้นจะต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำเอง
วันที่ 10 มี.ค. 2568 ทีมประชาสัมพันธ์ พรรคปชน. เผยแพร่หนังสือด่วนที่สุดของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.ในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โต้แย้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ กรณีขอให้ฝ่ายค้านแก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 โดยให้ตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากญัตติ โดยนายณัฐพงษ์ โต้แย้ง หลายประเด็น อาทิ มาตรา 151 มิได้ให้อำนาจแก่ประธานสภาฯใช้ดุลพินิจวินิจฉัย ว่า เนื้อหาญัตติสมควรจะเป็นประการใด สมควรบรรรจุระเบียบวาระ หรือไม่ หากแต่บัญญัติ หากรัฐธรรมนูญ ประสงค์กำหนดให้ประธานสภาฯ มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยถึงเนื้อหาของญัตติฯ จักต้องบัญญัติถ้อยคำที่แสดง ถึงอำนาจในการใช้ดุลพินิจของประธานสภาฯ อีกทั้ง ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 176 กำหนดให้ประธานสภาฯ ตรวจสอบ ว่าญัตติมีข้อบกพร่องหรือไม่ เช่น มีรายชื่อผู้เสนอไม่ครบตามเกณฑ์ การที่ประธานสภาฯใช้อำนาจ โดยอ้างข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยตีความในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการใช้ และตีความกฎหมาย ที่ลุแก่อำนาจ ที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯกำหนดไว้ ส่งผลกระทบร้ายแรง และทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ในการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของฝ่ายบริหาร
นายณัฐพงษ์ ยังระบุอีก อาทิ ข้อบังคับการประชุมสภาฯ มิได้มีข้อห้ามมิให้ระบุชื่อบุคคลภายนอก ในเนื้อหาญัตติ อีกทั้ง ในอดีต ญัตติที่เสนอต่อประธานสภาฯ หลายญัตติ ก็ระบุชื่อบุคคลภายนอก เช่น ญัตติด่วน ของนายวันมูหะมัดนอร์ ฉบับ ลงวันที่ 26 ม.ย.2562 เรื่อง ขอให้สภาฯตั้งคณะกมธ.วิสามัญฯศึกษาตรวจสอบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีกทั้ง ข้อบังคับ ข้อ 178 กำหนดให้การอภิปรายของ สส.ผู้ใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่นายกฯ หรือรัฐมนตรีหรือสส.เสียหาย สส.ผู้นั้น ต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำนั้นเอง ในทางตรงกันข้าม ข้อบังคับ ข้อที่ 39 และมาตรา 124 แห่งรัฐธรรมนูญ สามารถถูกตีความเจตนารมณ์ได้ว่า การอภิปรายถึงบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่นายกฯ หรือ รัฐมนตรี หรือสส.หรือบุคคลภายนอกนั้นสามารถกระทำได้ เพียงแต่ สส.ผู้อภิปรายนั้นจะต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำเอง และประธานสภาฯ จัดให้มีการโฆษณาคำชี้แจง ตามที่บุคคลนั้นร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนด ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562
z-z1603487247937.jpg)