닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัีัะี

“เท้ง” เผย ญาติผู้ประสบภัย กำลังใจดี หลังลงพื้นที่ตึกสตง.ถล่ม ยก 3 องค์ประกอบ แกะรอย ตรวจสอบ หาความจริง ยันให้ความเป็นธรรม ปม วิศวกรถูกโยงกับคนใกล้ชิดผู้ใหญ่ใน สตง.



เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 ที่อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้า พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการตรวจเยี่ยมญาติของผู้สูญหายในเหตุการณ์ตึกสตง.ถล่ม

นายณัฐพงษ์ เผยว่า ตนตั้งใจมาเยี่ยมและมาดูแลรวมถึงเป็นกำลังใจให้กับญาติของผู้ประสบเหตุที่ติดตามการกู้ชีพ ซึ่งได้ไปพูดคุยกับประชาชนในศูนย์พักพิงรวมทั้งมีการนำข้าวสารอาหารแห้งและอุปกรณ์ทำภารกิจกู้ชีพผู้สูญหายมาให้ ซึ่งญาติมีกำลังใจดีและยังมีความหวังทุกวินาที ในการค้นหาของเจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้นายชยพล สท้อนดี สส.กทม.พรรคประชาชน ลงพื้นที่เพื่อเตรียมข้อมูลไปอภิปรายเกี่ยวกับตึกของสตง.นั้นคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์เผยว่ามีการนำเรื่องเข้าไปในคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ ไปแล้วตั้งแต่ครั้ง ที่ตนแถลงข่าวคณะติดตาม 6 ด้าน ซึ่งมีในเรื่องการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ด้านนายวิโรจน์ เผยว่า ในเรื่องการตรวจสอบเท่าที่ตนได้หารือกับนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร  ตนมองว่าต้องแกะรอยจากสามองค์ประกอบคือเรื่องการออกแบบการควบคุมงานและการตรวจรับงานซึ่งทั้งสามส่วนนี้วิศวกรจะเป็นผู้ควบคุม  โดยเฉพาะในส่วนการตรวจรับงานที่มีความสำคัญมากเพราะหากมีการแก้ไขแบบก็ต้องให้วิศวกรผู้ตรวจรับงานเป็นผู้ประสาน ทั้งตัวคณะกรรมการตรวจรับงานเองผู้ออกแบบหรือว่าผู้ตรวจรับงานต้องตรวจสอบในรายละเอียดทั้งสามส่วนนี้อย่างละเอียด ร่วมถึงเรื่องหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้เลยคือเรื่องคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุทธิพงษ์ บุญนิธ รองผู้ว่าสตง. เข้าชี้แจงในกมธ. กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร นั้นเป็นอย่างไรบ้าง นายวิโรจน์เผยว่าเป็นการชี้แจงในเบื้องต้นเพราะปกติแล้วรายละเอียดในการตรวจสอบนั้นไม่พออยู่แล้ว เพียงแต่คงเป็นเป็นการชี้แจงที่ให้คณะกรรมธิการได้แกะรอยและตรวจสอบต่อไปว่าควรเจาะจงในส่วนไหน ตนมองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในข้อสงสัยของการออกแบบ มองว่าสิ่งต่างๆนั้นสามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิศวกรรมและในห้วงเวลานี้สังคมกำลังให้ความสำคัญของเรื่องวัสดุที่ใช้สร้างตึก ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าเหล็กต่างๆมีคุณภาพและมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งนายสุรเชษฐ์ก็เป็นวิศวกรด้านโยธาสามารถให้คำตอบในด้านนี้ได้

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของวิศวกรควบคุมงานนั้นมีการเปลี่ยนแบบอาคารหรือไม่หรือมีการเปลี่ยนวัสดุหรือไม่ เพราะคนที่เป็นวิศวกรควบคุมงานนั้นจะเป็นต้นเรื่องในการเปลี่ยนหรือแก้ไขแบบแต่เป็นคนที่ถูกตรวจสอบน้อยที่สุดรวมถึงจะต้องโยงใยถึงคนใกล้ชิดของผู้บริหารระดับสูงหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในสตง.ด้วย เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทผู้ควบคุมงานนั้นมีความสัมพันธ์กับบุคคลในสตง. 

นายวิโรจน์ยังกล่าวอีกว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะมีกระแสข่าวว่าบริษัทวิศวกรผู้ควบคุมงานนั้นมีความเกี่ยวข้องกับประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) แต่ถ้าหากไม่ใช่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะยังไม่มีการตรวจสอบในส่วนนี้

“ มองว่ายังมีอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการโยงใยที่มาที่ไปของบริษัทต่างๆนั้นผ่านการประกวดราคาประมูลถูกต้องหรือไม่มีการเกี่ยวพันกับผู้บริหารระดับสูงของสตง. หรือไม่เรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดตนยืนยันว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับชื่อทุกชื่อ เราอย่าพึ่งไปเพ่งโทษเขาแต่ก็ตัดประเด็นไม่ได้ แต่เราปล่อยให้คลุมเครือไม่ได้ที่เสียงร่ำลือว่าบริษัทคอนเซ้าท์มีความเกี่ยวข้องกับประธานคตง. นี่เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเป็นความจริง“นายวิโรจน์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเรื่องเงินเยียวยา เพราะปัจจุบันยังไม่มีเจ้าภาพหลักที่จะไปเรียกร้องเงินเยียวยาเอาผิดกับเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นจะดำเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ไม่พอต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพราะที่ตนไปเยี่ยมญาติผู้ประสบเหตุก็มีการพูดถึงเรื่องเงินเยียวยา ตนในฐานะพรรคฝ่ายค้าน จะใช้กลไกกรรมาธิการและการติดตามสอบถามทางรัฐบาลว่าจะช่วยเหลือเยียวยาได้เร็วที่สุดอย่างไร รวมถึงแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศเราและได้รับผลกระทบ จะนำเข้าไปพิจารณากันต่อเพราะพรรคประชาชนมีคณะทำงานที่ดูแลเรื่องเงินเยียวยาของผู้ประสบเหตุ โดยเฉพาะหากเกิดอุบัติเหตุจากความสะเพร่าจริงๆตนมองว่าผู้ได้รับผลกระทบทุกคนต้องได้รับการชดเชยที่เป็นธรรม

นายวิโรจน์กล่าวเสริมว่า ต้องการให้ทางกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประสานกับสถานทูตโดยเฉพาะสถานทูตเมียนมาร์และประเทศต่างๆให้เข้ามาช่วย ในกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์และพิสูจน์เอกสารการระบุตัวตน เพราะเป็นประโยชน์อย่างมากในการรับเงินเยียวยา หากพิสูจน์ดีเอ็นเอกันแล้วและเอกสารพิสูจน์ระบุตัวตนไม่ได้ว่าใครเป็นญาติและมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการรับเงินเยียวยานั้น ทางราชการก็จ่ายเงินเยียวยาไม่ได้ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้จะประสานงานให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้อำนวยความสะดวก

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่าได้รับเรื่องจำนวนตัวเลขของแรงงานเมียนมาร์หรือไม่เพราะทางการเมียนมาร์ยังมีความสงสัยอยู่ นายวิโรจน์เผยว่า ตนได้พูดคุยกับนายเซีย จำปาทอง รองประธานกมธ.แรงงาน นั้นมีข้อสันนิษฐานว่าจำนวนแรงงานต่างชาติที่ตัวเลขระบุว่าอยู่ระหว่างการสูญหายอาจจะน้อยกว่าความเป็นจริงเพราะมีนายจ้างอยู่จำนวนหนึ่งกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีเพราะเป็นการใช้แรงงานโดยไม่ขึ้นทะเบียนระบบประกันสังคม โดยตนก็ได้หารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยได้รับการยืนยันว่าการดำเนินการตามกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ในห้วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาไล่เบี้ยเอาผิดอย่างรุนแรงโดยจะต้องบังคับใช้กฎหมายโดยมีเป้าหมายเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นหลัก กฎหมายต่างๆที่นายจ้าง กลัวว่าจะมีการดำเนินการต่างๆนั้นจะไม่ได้ดำเนินการรุนแรงแต่อาจจะมีการเสียค่าปรับ รวมถึงอยากให้นายจ้างทราบถึงชื่อบุคคลที่เป็นแรงงานของตนเองเพื่อให้กระทรวงแรงงานสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้