닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ9

“เท้ง” ล็อกเป้าซักฟอก “นายกฯ” คนเดียว ลั่น คุมเสียงพรรคร่วมไม่ได้ ยอมให้พ่อครอบงำ มั่นหลักฐานแน่นเอาผิด รมต.ได้ มองซักฟอกเป็นการแสดงภาวะผู้นำ “นายกฯ”



วันที่ 27 ก.ค. 2568 ที่ รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151  ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนและบรรจุระเบียบวาระ รวมทั้งกำหนดวันที่จะเปิดอภิปราย

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ทางพรรคฝ่ายค้านได้ลงรายชื่อทั้งหมด 166 รายชื่อ พรรคประชาชน 143 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคพลังประชารัฐ 19 คน และ พรรคไทยสร้างไทย 3 คน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านขอยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ยืนยันว่า เนื้อหาที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะครอบคลุมในทุกประเด็นทุกมิติ และหลายกระทรวงรวมถึงหลายพรรคร่วมรัฐบาลเพราะฉะนั้นประชาชนสบายใจได้

ประเด็นที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น เราไม่อาจไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบันให้บริหารราชการแผ่นดินได้ เพราะตัวนายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติขาดความรู้ความสามารถ ขาดเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนไม่มีความรับผิดชอบต่อการเป็นนายกรัฐมนตรีการบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว จีดีพีประเทศเติบโตเกือบรั้งท้ายในอาเซียน  มีการแต่งตั้งบุคคลที่เขาขอมาให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขาดภาวะผู้นำในการบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา ยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีอำนาจเหนือตน รวมถึงยินยอมให้บิดาสามารถชักนำจูงใจมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารราชการแผ่นดินได้รวมถึงมีประเด็นในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น นายณัฐพงษ์กล่าว

ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า วันนี้เชื่อว่าทุกปัญหาเกิดจากตัวนายกรัฐมนตรีที่ไม่สามารถครอบคลุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้และเกิดจากการจัดตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว พรรครวมฝ่ายค้านจึงเล็งเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลแต่ควรจะอภิปรายที่ตัวนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว 

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะยื่นญัตตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวน 10 รายนั้น แต่หลังจากมีข่าวรั่วเลยเปลี่ยนมาเป็นนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพียคนเดียว ว่า เราตั้งใจที่จะอภิปรายนายกเพียงคนเดียว ตั้งแต่แรกส่วนกระแสข่าวที่หลุดออกนั้น เป็นเพียงกระแสข่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่แน่ใจว่าสื่อมวลชนไปเอาข้อมูลมาจากไหน 

เมื่อถามว่า การที่อภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวเป็นการอุ้มพรรคคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมเป็นคนให้ข้อมูลกับฝ่ายค้านมานั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเรื่องนี้ เป็นการวิเคราะห์ทางการเมืองแม้จะดำเนินการอย่างไรก็ต้องมีอีกด้านเสมอ ขอให้ติดตามการอภิปรายในครั้งนี้ เพราะมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ของพรรคร่วมรัฐบาล และจะอภิปรายอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง เพียงแต่การอภิปราย ไม่ไว้วางใจเรายื่นแต่นายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะสาเหตุของปัญหาทั้งหมด มาจาการบริหารราชการแผ่นดิน จากรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่สามารถผลักดันตามเจตจำนงของประชาชน 

เมื่อถามถึงความมั่นใจในผู้อภิปรายหรือไม่เนื่องจากกลัวว่าจะอภิรายออกทะเลนั้น ผู้นำฝ่ายค้านเผยว่า เราอภิปรายอย่างมีประเด็นหลักฐานชี้ชัด และการอภิปรายอยากให้ดูที่ตัวเนื้อหา และการที่อภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวนั้น จะทำให้ประชาชน เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ล้มเหลว มาจากตัวนายกฯเพียงคนเดียวปและตนเชื่อมั่นในตัวพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกพรรคเตรียมเนื้อหามาอย่างดี ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกเพียงคนเดียวนั้น จมีพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นเวลานานหรือไม่นั้น ตนมองว่ามีการหารือมาโดยตลอด

ส่วนกรณีที่การอภิปรายจากครอบคลุมทุกประเด็นแต่การพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนั้นจะแสดงออกได้ว่าพรรคประชาชนตั้งตนเป็นคู่ขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทยแบบรุนแรง นายณัฐพงษ์เผยว่าให้ดูที่เนื้อหาญัตติเพราะค่อนข้างครอบคลุมในหลายประเด็นเพราะอยากให้การอภิปรายและการลงญัติแยกกัน เพราะมันจะสะท้อนปัญหาของรัฐบาลและทุกอย่างจะครอบคลุมแน่นอน ส่วนมองว่าจะขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ตนไม่อยากให้มองแบบนั้น เพราะเราตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกล สื่อสารมาตลอดตั้งแต่ตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว ว่าการตั้งรัฐบาลแบบนี้ จะไม่สามรถผลักดันเจตจำนงขอประชาชนได้ เพียแต่ตั้งรัฐบาลเพื่อต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง และการตั้งรัฐมนตรีตามที่มีการขอมาซึ่งไม่ได้มีความรู้ความสามารถ 

เมื่อถามว่าญัตติเขียนไว้หรือไม่ ว่านายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง และเนื้อหาอภิปรายจะมีการพาดพิงนายทักษิณนั้น ผู้นำฝ่ายค้นเผยว่า ในตัวญัตติระบุไว้ชัดเจนทั้งหมดอยู่ที่ตัวประธานรัฐสภา ว่าหลังจากมีการพิจารณาตัวญัตตินั้น และไม่ได้ขัดต่อข้อบังคับใดและบรรจุญัตติได้ตามแบบที่ยื่นก็จะแสดงว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ก็จะสามารรถพูดถึงนายทักษิณได้ ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ 

เมื่อถามว่ามีประเด็นการทุจริต จะมีการยื่นถอดถอนนายกหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในสภาจะมีมติอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน และหลังการอภิปรายจะมีการดำเนินการอย่างอื่นได้ อย่ากรณีในอดีตที่พรรคกาวไกลเคยยื่นถอดถอนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผลคะแนนที่มีการอภิปรายนางสาวแพทองธาร คนเดียวนั้นจะส่งผลอะไรหรือไม่มุมหนึ่งมองว่าเป็นการพิสูจน์นายกรัฐมนตรี ว่าควบคุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าการอภิปรายในครั้งนี้พุ่งไปที่นายกคนเดียวจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อม ในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นคะแนนเสียงในการลงมติไว้วางใจ ของนายกฯขาดไป1 คะแนน ก็ถือว่าเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญ ว่านายกฯไม่สามารถควบคุมเสียง ของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เมื่อถามว่าจะมีการพูดถึงรัฐมนตรีท่านอื่นหรือไม่ ในญัตติที่ยื่นวันนี้เพราะมีการพูดถึงเรื่อง ที่รัฐมนตรีไม่สามรถบริหารราชการแผ่นดินได้ ขอย้ำว่าต้องแยกกันระหว่างญัตติกับการอภิปรายเราสามรรถอภิปรายได้ทุกประเด็นแต่ทุกปัญหาจะกลับมาที่นายกฯ ส่นกรอบระยะเวลาการอภิปรายจะน้องลงหรือไม่ เพราะมีการพูดถึงนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนั้น การอภิปราครอบคลุมหลายประเด็นจึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยเอาเรื่องนี้มาอ้าง เพราะในอดัตที่ผ่านมาการอภิปรายก็อย่างต่ำสี่วัน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

และการที่นายกให้เวลาการซักฟอกฝ่ายค้านเยอะ ตัวนายกก็มีระยะเวลา การแสดงความเป็นผู้นำของตัวเองเช่นกัน ในการของตัวเองเช่นกันไม่มี ส่วนจะถึงขั้นยุบสภาหรือไม่นั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ฝ่ายค้านเคยอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวก่อนที่จะมีการยุบสภาในเวลาต่อมา ซึ่งปัจจุบันนนั้นตนไม่สามารถพูดแทนประชาชนได้

เมื่อถามถึงกรณีที่นางสาวแพทองธาร ยกเลิกภารกิจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเดินทามาสภาวันนี้เป็นนัยยะในการยื่นญัติหรือไม่ ตนมองว่า เป็นเรื่องดีที่นายกฯมาสภาและมาตอบกระทู้ด้วยตนเองก็ต้องรอดูว่าจะมีการตอบหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายกให้รัฐมนตรีคนอื่นมาตอบกระทู้แทนนั้นแต่นายกไม่ได้เข้าตอบกระทู้แต่ละสภา นั้น ตนและประชาชนคาดหวังว่า อยากให้นายกฯมาตอบกระทู้สภา เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการกตัญญูต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่เพราะไม่ได้มีการยื่นญัตติถึงพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านมองที่เนื่อหาเป็นหลักแต่ที่ตัดสินใจเลือกนายกฯเพียงคนเดียวนั้น เพราะรากเหง้า ของปัญหาทั้งหมด อยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาล