닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyคตึคต

“เท้ง”นำแถลงหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เปิดเงื่อนไข 5 ข้อ นายกฯคนใหม่ห้ามเป็นเสียงข้างมาก เชื่อ รักษาการนายกฯมีอำนาจยุบสภาฯ ลั่นไม่เสียใจเพราะมติ คำนึงถึงทางออกมากกว่าคะะแนนิยม ยัน ไม่ใช่การจับมือกับภท. ไม่มียื่นดีลแลกคดี 44 สส.


เมื่อเวลา 08.37น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำคณะกรรมการบริหารพรรค แถลงข่าวผลการประชุมตัดสินใจ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. พรรคปชน.เห็นว่า หากพรรคงดออกเสียงในการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกฯ คนใหม่ อาจเกิดสถานการณ์ ที่ไม่มีผู้ใดได้เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ อาจเกิดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการไหลกลับรวมกันของพรรคร่วมรัฐบาลชุดเดิม ที่ได้บริหารประเทศอย่างล้มเหลวมาตลอด 2 ปี เสี่ยงต่อการทำให้หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหาร กลับเป็นนายกฯ อีกครั้ง หรือไม่ก็ เปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอก ตลอดเวลา 5 วันที่ผ่านมา หลังจากได้มีการพูดคุยกับพรรคพท. และพรรคภท. พรรคปชน. รับฟังเสียงของสมาชิกพรรค คณะทำงานของพรรคทั่วประเทศ และผู้แทนฯ อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว  วันนี้ กก.บห.พรรคที่ได้ประชุมจึงมีมติว่าหากมีการประชุมสภาฯ เพื่อให้ความเห็นชอบเลือกนายกฯ คนใหม่ พรรคปชน.จะให้ความเห็นชอบแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. 


หัวหน้าพรรคปชน.แถลงอีกว่า โดยพรรคภท.จะต้องยอมตกลงเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป 2.ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติ ก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป 3. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติ ก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคปชน.และพรรคภท. จะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาฯ ชุดนี้โดยเร็ว เพื่อสร้างหลักประกันว่า นายกฯ คนใหม่จะยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือนจริง พรรคภท.ต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก5. พรรคปชน.ยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคปชน. ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 


จากนั้น มีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม ก่อนที่นายณัฐพงษ์ จะลงนามใน Memorandum of Agreement (MOA) หรือ บันทึกข้อตกลง ก่อนจะส่งต่อให้พรรค ภท.  ต่อมา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มติ กก.บห.ในวันนี้ มีผลเมื่อหัวหน้าพรรค ภท.ลงนามในข้อตกลงร่วมกันนี้ และมีถ้อยแถลงต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจบนพื้นฐานของประเทศ และหลักประกันในการกำกับการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งหน้าไปสู่การยุบสภา และปลดล็อคต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคภท.ทำให้เห็นได้ว่า เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ทำให้ สส.พรรคปชน.ที่ทำงานในสภาฯ สามารถกำกับทิศทางได้ 
          เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองที่พรรคพท.จะดำเนินการยุบสภา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เวลานี้สิ่งสำคัญต้องเชื่อข่าวสารจากผู้มีอำนาจตัวจริง มีการปล่อยข่าวจากหลายส่วน ให้เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนผู้บริหารพรรคตัดสินใจอยู่บนข้อเท็จจริง และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ มีอำนาจยุบสภาฯ เราต้องการหาทางออกให้ประเทศ หากทูลเกล้าฯ ยุบสภาหรือไม่ ต้องถามพรรคพท. อย่างเป็นการ 
เมื่อทูลเกล้าฯไปแล้ว จะเกิดสถานการณ์อย่างไรต่อต้องถามประธานสภาฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไร และถามพรรคภท. เช่นกันว่า เงื่อนไขตามที่ตนแถลงแล้ว พรรคภท.ตอบรับเงื่อนไขนี้หรือไม่ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายนั้น เรายืนยันว่า นายกฯรักษาการมีอำนาจในการทำ ส่วนพรรคพท. จะทำหรือไม่ อย่างไร ต้องถามพรรคพท. หรือนายภูมิธรรมเอง
          
เมื่อถามว่า พรรคภท.ทราบมติแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรคประชุมกัน ส่วนการหารือ คุยกับทุกฝ่ายนอกรอบ และตนไม่ได้คุยโดยตรง ยืนยันว่าการแถลงวันนี้ รับทราบพร้อมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก 
สำหรับ ความเสี่ยงสูงสุดของ ปชน.คือการไม่ดำเนินการตามข้อตกลง พรรคภท.ต้องแบกรับต้นทุนการตระบัดสัตย์ต่อประชาชน ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่เสียใจกับมตินี้แต่อย่างใด และในช่วงเวลา 5 วันที่ผ่านมา ทางผู้บริหารพรรค ได้ไตร่ตรองละเอียดรอบคอบมากที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด รับฟังเสียงองคาพยพรอบด้าน ทำความเข้าใจในพรรค โดยเฉพาะกับสมาชิกพรรคที่เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง ทุกส่วนความเห็นส่วนใหญ่สอดคล้องกับที่เราแถลงไปเมื่อสักครู่

“เราไม่ได้ไว้วางใจนายกฯคนใดเข้าไปบริหารประเทศ เราจำเป็นต้องเลือกนายกฯเข้าไปทำหน้าที่เดินหน้าสู่การยุบสภาฯ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นี่คือการตัดสินใจของ ปชน.คำนึงทางออกประเทศเป็นหลัก มากกว่าคะแนนความนิยม และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
    

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ประธาน สส.ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงขั้นตอนการเสนอชื่อนายกฯคนใหม่ว่า กระบวนการลงมตินายกฯ ในเวลา 10.00 น. วันนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯคนที่ 1 ส่งข้อความนัดหมายตั้งแต่เมื่อวานว่า วันนี้นัดวิป 2 ฝ่ายในการหารือถึงวันโหวตนายกฯ ตามข้อบังคับแล้ว หากมีการบรรจุระเบียบวาระเพิ่มเติม จะมีการลงมตินายกฯได้เร็วสุดคือวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.


ต่อมา ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. กล่าวถึงกรณีที่พรรคพท.มีการยืนยันว่า มีการทูลเกล้าฯ เรื่องการยุบสภาขึ้นไปแล้ว ว่า เรื่องอำนาจทูลเกล้าฯ เป็นทางฝั่งของรัฐบาลเอง ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ว่าจะมีการบรรจุญัตติในการเลือกนายกฯ ใหม่อย่างไร เป็นอำนาจของรัฐสภา

เมื่อถามว่าไม่ได้ติดใจเรื่องการยุบสภาใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราเรียกร้องมาโดยตลอด ตั้งแต่ที่มีคลิปเสียงหลุด ถ้าเพื่อไทยพร้อมที่จะทำให้มีการยุบสภาฯ ได้จริงก็เดินหน้าได้เลย

เมื่อถามว่าในวันนี้จะได้เห็นภาพพรรคปชน.จับมือกับพรรคภท.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราได้แถลงไปเมื่อสักครู่ไม่ใช่การจับมือกัน เพื่อตั้งรัฐบาลมาบริหารประเทศ ตนได้แถลงไปอย่างชัดเจนแล้ว ว่าเราทำหน้าที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคภท.เอง มีภาระหน้าที่ที่จะต้องตั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่ตนได้ลงนามไป เมื่อถามถึงเรื่องคดี 44 สส.มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยกัน และไม่มีการยื่นข้อเสนอนี้จากพรรคภท.


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ระหว่างที่ นายณัฐพงษ์ กำลังลงนามในบันทึกข้อตกลง ผู้สื่อข่าวได้ถามแซวนายณัฐพงษ์ ว่า MOA ของ 8 พรรค ที่พรรคก้าวไกลเคยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพท.ยังเคยถูกฉีกมาแล้ว แล้วคิดว่า MOA ครั้งนี้จะมีอายุนานเท่าไหร่ แต่ นายณัฐพงษ์ ไม่ได้ตอบคำถามเพียงแค่ยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น