“เด็จพี่” หอบหลักฐานเอาผิดจริยธรรม "บิ๊กป้อม" ขาดประชุมสภา
โพสต์เมื่อ : 25 ก.ย 2567 เวลา 5:51 น.
“เด็จพี่” กัดไม่ปล่อย หอบหลักฐานลาประชุมสภา “บิ๊กป้อมบ้านป่าฯ” ยื่นร้อง “วันนอร์” จี้ กก.จริยธรรมสภาฯ เร่งสอบเอาผิด จงใจขาดประชุม 88.42% แถมวันมาประชุม 11 ครั้ง เชื่อให้คนอื่นแตะบัตรเข้าห้องประชุมสภา
วันที่ 25 ก.ย. 2567 ที่ รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สอบจริยธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีไม่มาประชุมสภาฯ
โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การยื่นขอตรวจสอบกรณีขาดประชุมสภาของ พล.อ.ประวิตร ตนไม่มีอคติ หรือมีเจตนาจะใส่ร้ายป้ายสี แต่พฤติกรรมเช่นนี้ขัดเจนว่ายกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่สส. ที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนเดือนละแสนกว่าบาท ถ้ารวมทีมงานอีก7 คน รวมเงินเดือน1.29 แสนบาทต่อเดือน
จึงขอใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 40(2)ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและข้อบังคับของสภา รวมถึงการปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากข้อมูลวันลา ขาดในการเข้าประชุมสภาที่ได้มาจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2566 จนถึงปัจจุบัน พบว่าพล.อ.ประวิตรลงชื่อมาประชุมโดยใช้บัตรลงทะเบียน 11 ครั้ง ลาป่วย 1 ครั้ง ลากิจ 83 ครั้ง รวมวันขาดประชุมโดยน่าจะใช้การลาเป็นฉากบังหน้าทั้งหมด 84 ครั้ง จากวันประชุมรวม 95 ครั้งคิด 88.42%
“ที่สำคัญ สมัยประชุมหนึ่ง พล.อ.ประวิตร ลาทั้งสมัยประชุมฯครบ 100 เปอร์เซนต์ โดยอ้างเหตุผล"ติดภารกิจ" ซึ่งการลาแบบนี้น่าจะถือเป็นการลาที่น่าจะมีเจตนาพิเศษ น่าจะเป็นการจงใจขาดประชุมโดยใช้ การลาเป็นฉากบังหน้า และน่าจะมีการใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ เป็นการกระทำที่ขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่า สส.จะขาดประชุมได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุมในสมัยประชุมและข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสส.ที่ระบุว่า สส.ต้องอุทิศเวลาให้กับการประชุม ต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย ผมพบข้อมูลว่าในวันที่พล.อ.ประวิตร แจ้งลาติดภารกิจ ไม่เข้าประชุมสภา บางวันก็ไปนั่งเชียร์วอลเลย์บอลผ่านออนไลน์ หรือเปิดบ้านป่าฯให้คนไปอวยพรวันเกิด ทั้งที่จัดงานตอนกลางคืนก็ได้ และอีกหลายๆวันก็พบว่า ลาเพื่อไปประชุมพรรคแบบนี้เขาเรียกว่าเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ที่สำคัญการขาดประชุมโดยใช้การลาน่าจะเป็นฉากบังหน้า” นายพร้อมพงษ์ กล่าว
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า การลาติดต่อกันทั้งสมัยประชุมฯ ถือได้ว่า พลเอกประวิตรขาดสมาชิกภาพการเป็นสส.แล้ว หวังว่ากรรมการจริยธรรมฯจะตรวจสอบเรื่องนี้ตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือให้พ้นผิดจนเสียเกียรติภูมิของสภาฯ ยิ่งในวันที่ลงชื่อมาประชุม ยิ่งน่าสงสัย เพราะจากการตรวจสอบกับเพื่อน สส.หลายคน รวมถึงประธานวิปรัฐบาล พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเห็นพล.อ.ประวิตร มาอยู่ในห้องประชุมเลย แต่กลับมีคนเห็นลับๆล่อๆที่ห้องหลังบัลลังก์ประธานสภาในบางครั้ง ทราบจากแหล่งข่าวว่า การมาประชุมสภาของพล.อ.ประวิตรเป็นเหมือนเหยี่ยวคือ โฉบรถมาเซ็นต์ชื่อชนิดที่ไม่ต้องลงจากรถจริงหรือไม่ แถมมีคนเอาบัตรประจำตัวสส.ไปสแกนให้จริงหรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ก็อาจจะเป็นสส.สักคน เพราะในจุดที่สแกนบัตร คนนอกไม่สามารถเข้าไปได้เข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ซึ่งตนจะไปยื่นเรื่องขอให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยตรวจสอบ ค้นหาความจริงเรื่องนี้ในวันที่ 27 ก.ย.นี้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า พวกตนเป็นยามเฝ้าสภาฯหรืออย่างไรถึงมาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร นั้น ตนไม่ได้เป็นยาม เพราะสภาฯมีระบบในการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ขอเรียกร้องและวิงวอน ว่า ถ้าใช้วิธีการลาแบบนี้ โดยใช้วิธีพิเศษน่าจะไม่เป็นวิธีการปกติทางกฎหมาย ก็ขอให้ลาออกจากความเป็น สส. แล้วเลื่อนคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในลำดับถัดไปให้มาทำหน้าที่ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติสง่างามดีกว่า ทั้งนี้อยากให้ท่านออกมาแถลง อย่ามาตอบโต้ หรืออย่ามาฟ้องพวกตนเสียเวลาเปล่า ฟ้องมา ตนก็ฟ้องกลับไม่กลัวอยู่แล้ว และพร้อมที่จะปกป้องหากประชาชนเสียผลประโยชน์ ที่นายไพบูลย์บอกจะฟ้อง ขอให้รีบนะครับ เพราะฟ้องมาก็จะฟ้องกลับ แจ้งความเมื่อไหร่ ตนจะแจ้งความกลับวันนั้น และจะแจ้งพล.ประวิตรด้วย เพราะมอบหมายมาในข้อหาแจ้งเท็จ รวมถึงเรื่องหมิ่นประมาทด้วย
z-z1603487247937.jpg)