“เจ๊ปอง” เตรียมใจรับคำพิพากษาคดีบุกยึด NBT ย้ำสู้เพื่อบ้านเมือง
โพสต์เมื่อ : 19 ก.ย 2568 เวลา 5:32 น.
“เจ๊ปอง” เตรียมใจรับคำพิพากษาคดีบุกยึด NBT ย้ำสู้เพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
วันที่ 19 ก.ย.68 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก สื่อมวลชนอาวุโส และหนึ่งในจำเลยคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อปี 2551 เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยทันทีที่มาถึง ได้สวมกอดทักทายผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจ ก่อนเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ตนพร้อมน้อมรับทุกผลลัพธ์ ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร
นางสาวอัญชะลี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนและทีมกฎหมายได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โดยแสดงพยานหลักฐานและยอมรับข้อเท็จจริงต่อศาล พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นการต่อสู้เพื่อบ้านเมือง มิใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว จุดมุ่งหมายสำคัญคือการต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” และสร้างสังคมที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม ซึ่งตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทุกคนสามารถเห็นได้ถึงอุดมการณ์และเจตนารมณ์ที่ตนยึดมั่นมาตลอด
นางสาวอัญชะลี เปิดเผยว่า ในชั้นฎีกา ตนได้ยอมรับข้อเท็จจริงต่อศาลโดยตรง โดยไม่เขียนฎีกาที่ยืดยาวหรือโต้แย้งมากนัก เพียงขอความเมตตาจากศาลว่าทุกอย่างที่ทำเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเท่านั้น
“ฉันเตรียมใจไว้แล้ว หากผลออกมาเป็นบวก ก็ได้กลับบ้าน กลับไปทำหน้าที่สื่อมวลชนเหมือนเดิม แต่ถ้าผลออกมาเป็นลบ ก็แค่ติดคุก 1 ปี เมื่อพ้นโทษก็จะกลับมาทำหน้าที่สื่อและยังคงต่อสู้เพื่อบ้านเมืองต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงฉันได้” นางสาวอัญชะลี กล่าว พร้อมเสริมว่า ได้เตรียมชีวิตไว้หากต้องโทษจริง ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์งาน ตรวจสุขภาพ และศึกษาวิถีชีวิตในเรือนจำ
นางสาวอัญชะลี ย้ำว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยท้อแท้ต่ออุดมการณ์ช่วยเหลือประเทศชาติ ทุกอย่างทำภายใต้กรอบกฎหมาย แม้อาจมีบ้างที่ก้าวล้ำเส้น พร้อมเผยว่ามีกำลังใจเต็มเปี่ยมจากประชาชน โดยเฉพาะทางโลกออนไลน์ที่ให้การสนับสนุนจำนวนมาก ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนจึงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ทั้งกินอิ่มนอนหลับและเตรียมความพร้อมก่อนมาฟังคำพิพากษา
สำหรับจำเลยที่จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ มีเพียง 3 คน เนื่องจากนายภูวดล ทรงประเสริฐ อีกหนึ่งจำเลยป่วยติดเตียง ไม่สามารถมาศาลได้ แต่ทีมทนายได้จัดเตรียมเอกสาร พยานหลักฐาน และภาพถ่ายมายืนยันต่อศาลแล้ว
เมื่อถามว่าผลคำพิพากษาจะกระทบต่อการต่อสู้ทางการเมืองหรือไม่ นางสาวอัญชะลี ยืนยันว่า “ไม่เลย” เพราะตนไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นเพียงภาคประชาชน สิ่งที่ทำมาตลอด 20 ปี ไม่เคยมีตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ ทุกครั้งที่สิ้นสุดการเคลื่อนไหวก็กลับมาทำหน้าที่สื่อมวลชนเหมือนเดิม
“คำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ผิดก็คือผิด แต่เมื่อออกมาแล้ว หากบ้านเมืองยังไม่ดี ฉันก็จะลุกขึ้นทำอีก ไม่มีสิ่งใดมาปิดกั้นได้ และเชื่อว่าคำตัดสินครั้งนี้จะไม่กระทบมวลชน เพราะเราไม่เคยปลุกระดมหรือยุยงใคร เพียงแต่บอกความจริงให้ประชาชนฟังเท่านั้น” นางสาวอัญชะลี กล่าว พร้อมยืนยันว่าตนตัดสินใจเดินทางมาศาลเพียงลำพัง ญาติและเพื่อนไม่ได้ให้ติดตามมาด้วย เพราะหากได้กลับบ้านก็จะกลับไปพบกัน แต่หากไม่ ก็รอมาเยี่ยมในภายหลัง
z-z1603487247937.jpg)