닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2ะุึถุ

“เจษฎ์-ชัยวุฒิ”นำทีมรช.บิ๊กเชียงใหม่ ฟิตวิ่งอู้คำเมืองหาเสียงหนุน “โค้ชเอก”ลุยตลาดต้นพยอมอ้อนแม่ค้า ย้ำเชียงใหม่เป็นของทุกพรรค "เจษฎ์"แนะ"พิธา”ทางออกเลิกโดนแซะ"ทหารมีไว้ทำไม"ลดทิฐิ"จริงใจขอโทษ


เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 7 ม.ค. ที่จ.เชียงใหม่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้บริหารและสมาชิกพรรค อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้สมัครบัญชีรายชื่อ และนายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 13 เบอร์ 9 ร่วมกันวิ่งหาเสียงที่บริเวณอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่ามกลางประชาชนที่มาออกกำลังกายยามเช้า พร้อมโชว์เต้น ออกกำลังกาย ยามเช้าที่อ่างเเก้วเป็นท่าเบอร์ 35 พรรครักชาติ
โดยนายเจษฎ์ เป็นชาวเชียงใหม่ และศิษย์เก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ 

นายเจษฎ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีที่ได้กลับมาหาเสียงที่บ้านเกิด โดยตั้งใจมาพูดคุยกับพี่น้องชาวเชียงใหม่ด้วยภาษาท้องถิ่นที่คุ้นเคย และจากการมาวิ่งสูดอากาศยามเช้าวันนี้แม้บรรยากาศจะดี แต่ก็นึกถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มักจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งช่วยกันแก้ไข
ส่วนประเด็นวาทกรรมทางการเมืองที่มักระบุว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองสีใดสีหนึ่งนั้น ยืนยันว่าเชียงใหม่เป็นของคนไทยทุกคน
หลายคนบอกว่ามาเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ส้ม พื้นที่แดง ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ จริงๆ มันเป็นพื้นที่ของเราทุกคน แล้วใครจะมาบอกว่าเชียงใหม่เป็นเมืองหลวงของคนนั้นคนนี้เนี่ย วันนี้เมืองหลวงของประเทศไทย คือ กรุงรัตนโกสินทร์ คือ กทม.

นายเจษฎ์ ทิ้งท้ายว่า ชาวเชียงใหม่มีสิทธิ์ที่จะช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง ไม่ว่าจะเลือกใครก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ตระหนักว่าพื้นที่นี้ไม่ใช่ของกลุ่มการเมืองใด แต่เป็นพื้นที่ของคนไทยทุกคน

จากนั้นทีมพรรครช.ได้วิ่งออกจากอ่างแก้ว ไปลงพื้นที่ช่วย “โค้ชเอก” นายอิสระพงศ์ เจริญวรายุทธ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 11 หาเสียงที่ตลาดต้นพยอม  อ.เมืองเชียงใหม่ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า พร้อมรับฟังปัญหา แม่ค้าในตลาดต้นพยอม ก่อนกลับ พ่อค้าส้มในตลาดต้นพยอมได้มอบส้มจาก อ.ฝางให้นายชัยวุฒิ พร้อมบอกให้ใจกาเบอร์ 11  และเบอร์35 พรรครช. ตอนนี้ไม่รักชาติก็ไม่รู้จะไปรักใคร ซึ่งนายชัยวุฒิชิมแล้วบอกว่า “ส้มที่นี่หวานมากเลยครับ” นอกจากนี้ก็ยังได้พบกับทหารรุ่นใหม่ จากกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นนักบิน เฮลิคอปเตอร์ พรรครช.โดย นายเจษฏ์และ นายชัยวุฒิ ก็ได้ให้กำลังใจและกล่าวชื่นชมทหารรุ่นใหม่ ที่เสียสละ และ ที่มีหัวใจรักชาติ ด้วย 

นายเจษฎ์ ยังกล่าวถึงประเด็นวาทกรรมทางการเมืองที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ซึ่งมักถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีโดยกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาชน (ปชน.)หรือ “ค่ายส้ม”ว่า ที่ผ่านมามีการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์กองทัพในทำนองว่ารบกับใครก็แพ้ หรือมีปัญหาเรื่องการจัดซื้ออาวุธ ซึ่งเมื่อถูกท้วงติง ฝ่ายที่ตั้งคำถามกลับพยายามอธิบายเลี่ยงไปมาในลักษณะที่เรียกว่าแถแทนที่จะยอมรับความผิดพลาด

นายเจษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้แก้ได้ไม่ยากเลย แค่ขอโทษอย่างจริงใจก็จบแล้ว แค่บอกว่า "ผมพูดผิดไปแล้วครับ ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ ผมรู้แล้วครับว่าทหารมีไว้ทำไม ผมสำนึกรู้คุณคนทหารแล้วครับ" พร้อมย้ำว่า เรื่องง่ายๆ ง่ายที่สุดแต่กลับไม่ทำ หากพรรคการเมืองคู่ขัดแย้งไม่ยอมลดทิฐิและไม่ยอมกล่าวคำขอโทษในสิ่งที่เคยพูดผิดพลาด การที่จะบอกให้สังคมอภัยให้กันแล้วหันมาร่วมมือพัฒนาบ้านเมืองนั้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้