닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ22

“อิ๊งค์” รอเข้าพิจารณางบ 30 พ.ค. เผยปมทหารไทย-กัมพูชา ผู้นำคุยกันรู้เรื่อง มั่นใจคลี่คลายได้ บอกตามหลักเกณฑ์หากแรงขึ้นต้องเสริมกำลัง ส่วนปมภาษีสหรัฐฯ ยังเป็นบวก 


 
วันที่ 29 พ.ค. 2568 ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯให้สัมภาษณ์กรณีสภาฯกำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2569 วันเดียวกันนี้จะเข้าไปรับฟังการอภิปรายหรือไม่ว่า ไม่เข้า เข้าพรุ่งนี้ (30 พ.ค.)

พร้อมให้สัมภาษณ์กรณีท่าทีของผู้นำกัมพูชา เหมือนจะแข็งกร้าวขึ้นหลังเหตุการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า จริงๆแล้วเท่าที่อ่านการโพสต์ของ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และประธานองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เราจะเห็นว่าสุดท่ายก็พูดว่าไม่อยากให้มีการปะทะกันเกิด แน่นอนว่าเราเป็นผู้นำของแต่ละประเทศก็แสดงจุดยืนของประเทศตัวเองว่าต้องปกป้องประเทศของเรา สุดท้ายแล้วที่คุยกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ตกลงกันว่า ผู้บัญชาการทหารบกจะไปคุยกันให้เป็นทางการยิ่งขึ้นในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (วันที่ 29 พ.ค.) และตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น สเพราะตกลงกันได้ว่าทั้งสองฝ่ายอยากให้สงบทั้งคู่มีการถอยกำลังออกมาทั้งสองฝ่ายทุกคนเห็นด้วยว่าไม่อยากให้เกิดการรุนแรงอยู่แล้วในพื้นที่ตรงนั้นที่มีปัญหา วันนี้ทางกระทรวงกลาโหมจะไปเคลียร์ให้เรียบร้อย เมื่อถามว่าถึงตอนนี้นายกฯมั่นใจว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปได้ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า มั่นใจว่าจะคลี่คลาย เมื่อถามว่า ระดับผู้นำคุยกันไม่มีปัญหาเหลือแค่ระดับปฏิบัติใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่มีปัญหาแต่ให้เป็นทางการยิ่งขึ้นเลยส่งผบ.ของทั้งสองประเทศไปคุยกัน ดูว่าในรายละเอียดมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ที่จะสนับสนุนกันได้ อันนี้คือสิ่งที่ต้องคุยกันต่อเพราะตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด เมื่อคุยกันแล้วทางกลาโหมจะรายงานมา 

เมื่อถามว่า เบื่องต้นความเข้าใจผิดเกิดจากปัญหาพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รายละเอียดขอให้เป็นตอนบายแล้วกันถ้าพูดอะไรไปก่อนจะเป็นปัญหาเพราะมันค่อนข้างอ่อนไหว แต่ในระดับผู้นำที่คุยกันไม่มีปัญหา เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่ากัมพูชา พร้อมเสริมกำลังประชิดแนวชายแดน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “อุ้ย มันเป็นหลักเกณฑ์ของแต่ละประเทศอยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องที่หนักขึ้นหรือต่อสู้กันมากขึ้นทั้งสองประเทศก็ต้องเสริมกำลังอยู่แล้ว ไม่มีใครปล่อยให้เกิดเรื่อง” เมื่อถามย้ำว่าไทยก็เช่นเดียวกันใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าแน่นอนคะ ถ้าเกิดเรื่องที่มันรุนแรงขึ้นก็ต้องเสริมกำลัง ถ้าไม่มีเราพร้อมจบอยู่แล้วพร้อมให้มันสงบอยู่แล้ว เพราะต้องปกป้องคนของเราด้วย เมื่อถามว่าอยากสื่อสารอะไรไปถึงทหารที่ดูแลพื้นที่ชายแดน อยากส่งกำลังใจหรือมอบนโยบายอะไรไปถึงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราไม่อยากให้เกิดปัญหาระหว่างชายแดน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามก็ขอส่งกำลังใจก่อนว่าตรงนั้นเดียวทางผบ.ก็จะไปคุยในรายละเอียดให้คลี่คลายเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ณ ที่ตรงนั้นก็ขอให้ใจเย็นนิดนึงแล้วไปคุยกันว่ามีอะไรที่ตกลงกันได้ก็ขอให้คุยกันด้วยสันติภาพ เมื่อถามอีกว่าอยากจะบอกอะไรไปถึงประชาชนที่อยู่แนวชายแดน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร อยากให้คนในพื้นที่เข้าใจว่าเกิดอะไร ที่สื่อถามก็ขอบคุณเพราะทำให้คนในพื้นที่ที่รับฟังข่าวได้เข้าใจว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แต่ที่คุยกันไม่มีปัญหาอะไร 

ส่วนกรณีศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐสั่งระงับการขึ้นภาษีศุลกากรกับประเทศที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่าเกินอำนาจประธานาธิบดี ว่าตนเห็นข่าวดังกล่าวแล้ว เมื่อถามว่าจะมีผลอย่างไรกับประเทศไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราให้เป็นกระบวนการฝั่งนั้นไปว่าสุดท้ายผลจะมีผลอย่างไร แต่ในส่วนของเราก็ต้องทำต่อ ต้องเตรียมความพร้อมต่อจะหยุดชะงักไม่ได้ และตอนที่อยู่ประเทศมาเลเซียระหว่างประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ได้คุยกับทุกประเทศเรื่องของภาษีของสหรัฐ ทุกคนพูดตรงกันว่าตอนนี้ทุกประเทศอยู่ในระดับเดียวกับประเทศไทย และเราก็ส่งข้อเสนอไปและรอคำตอบว่าจะได้นัดพูดคุยเมื่อใด ยืนยันเราไม่ได้ช้าไปเพราะอยู่ระหว่างการรอวันพูดคุยเหมือนกันซึ่งอยู่ในกรอบ 90 วัน เพราะฉะนั้นก็สะบายใจได้ เมื่อถามว่ากรอบ 90 วันที่เราส่งข้อเสนอไปได้วันที่จะนัดพูดคุยหรือยัง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่ายังคะ วันยังไม่ได้ต้องรอทางสหรัฐนัดมา แต่จริงๆแล้วในทีมทำงานที่ไม่เป็นทางการยังติดต่อได้อยู่ เมื่อถามว่าตอนนี้ถือเป็นสัญญาณบวกใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นสัญญาณบวกไม่มีเรื่องลบว่าเขาไม่คุยแล้วไม่มีและคนเคยโดนถามเรื่องวีซ่าเข้าสหรัฐก็ไม่มีอะไรเข้าใจกันได้