“อังคณา” ฟาด รพ.ตำรวจ หยุดอ้างสิทธิส่วนบุคคล ปมเผยข้อมูล ‘ทักษิณ’
“อังคณา” ฟาด รพ.ตำรวจ หยุดอ้างสิทธิส่วนบุคคล ปมเผยข้อมูล ‘ทักษิณ’ มอง สังคมสงสัย เข้าเรือนจำแต่ไม่นอนคุก
เมื่อนที่ 29 ม.ค. 2568 ที่รัฐสภา นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะประธานคณะกมธ.การพัฒนาการเมือง ฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ได้มีการยื่นหนังสือเพื่อขอหลักฐานจาก รพ.ตำรวจ ชั้น 14 มองเรื่องนี้อย่างไรบ้างในการดำเนินในเรื่องนี้ นางอังคณา กล่าวว่า เรื่องของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ควรมาเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งในความเห็นส่วนตัวมองว่า นายทักษิณเป็นผู้ใหญ่ และการเจ็บป่วยของบุคคลสาธารณะไม่ควรต้องมีการปิดบัง ถ้าไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่สังคมจะมีการวิพากษ์วิจารณ์
นางอังคณา กล่าวอีก ซึ่งสิ่งที่อยากพูดถึงมาโดยตลอดคือ ที่ผ่านมาทั้ง รมว.ยุติธรรม และ ผู้อำนวยการ รพ.ตำรวจ ที่มีการออกมาพูดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ตนมองว่าสิทธิส่วนบุคคลได้รับความเคารพ ขณะที่สิทธิส่วนบุคคลต้องมีการชั่งน้ำหนักกับประโยชน์สาธารณะ ซึ่งบุคคลสาธารณะอาจจะต้องยอมละสิทธิส่วนบุคคลบางประการ เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
นางอังคณา กล่าวต่อว่า ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรก็ไม่มีอะไรที่ควรปิดบัง ด้านนายทักษิณเองในฐานะที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นบุคคลสาธารณะคนหนึ่ง ควรจะมีในเรื่องของการเสียสละและเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลบางประการเพื่อให้มีความโปร่งใสและไม่มีข้อกังขาต่อสังคม
เมื่อถามต่อว่าหลังจากนี้ทางคณะกรรมาธิการจะมีความเคลื่อนไหวในเรื่องของนายทักษิณหรือไม่ เพราะนายทักษิณก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของประเทศเช่นกัน นางอังคณา กล่าวว่า ทางกรรมาธิการของ สส. มีการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และโดยส่วนตัวมองว่าหากให้มีการตรวจสอบจะเป็นเรื่องที่เสียเวลามาก แต่ตนอยากจะเรียนให้นายทักษิณทราบว่า ในเมื่อกระแสสังคมมีการพูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด นายทักษิณในฐานะที่เป็นอดีตผู้นำและเป็นบุคคลสาธารณะ หากมีการออกมาเปิดเผยข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเรื่องที่สง่างามต่อตนเอง
“สิ่งที่ประชาชนสงสัยก็คือนายทักษิณ เข้าเรือนจำ แต่ไม่ได้นอนในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว ซึ่งหากเป็นบุคคลทั่วไปต้องมีการตรวจสอบหลายอย่าง แต่นายทักษิณคงจะมีการตรวจสอบไม่เหมือนคนอื่น ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ สิ่งที่สำคัญเมื่อพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก็ไม่มีใครทราบ แต่พอครบกำหนดการพักโทษ ก็มีการออกจากโรงพยาบาลและทำตัวเหมือนคนธรรมดาซึ่งดูไม่เหมือนคนที่เคยเจ็บป่วยร้ายแรง” นางอังคณา กล่าว
นางอังคณา กล่าวย้ำว่า ทั้งนี้ในเรื่องของประโยชน์สาธารณะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกรมการแพทย์หรือรพ.ตำรวจก็ควรที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลของนายทักษิณโดยหยุดอ้างสิทธิความเป็นส่วนตัวเพราะสิทธิความเป็นส่วนตัวเมื่อเทียบกับการปกป้องประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์สาธารณะต้องมาก่อน เพราะประโยชน์สาธารณะ เกี่ยวข้องกับการไม่เลือกปฏิบัติ
z-z1603487247937.jpg)