닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

“ออยศรี” คิดไม่ถึง “ทนายตั้ม” จะยุ่งเงินคนอื่น ยันแม้เป็นคู่ปรับแต่จะไม่บลัฟ


วันที่ 5 พ.ย. 2567 ที่ กองปราบ ออยศรี แอดมินเพจชื่อดัง ออยศรีและผองเพื่อ เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เศรษฐินี มีปัญหาเงิน 71 ล้านบาทเงินจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง ว่า มาพูดคุยเรื่องของทนายตั้มเท่านั้นโดยไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ เพราะต้องรอทางเจ้าหน้าที่ถามคำถามมากับตนก่อน ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้ตนเผยข้อมูลของคนใกล้ตัวทนายตั้มที่ควรเรียกเข้าสอบถามเพิ่มเติม  

ออยศรี เผยว่า การที่ตนเป็นคู่ปรับกับทนายตั้มนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดีเพราะการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิ์ของตน การที่ออกมาให้การกับตำรวจต้องให้ไปตามความเป็นจริงโดยไม่มีการบลัฟแต่อย่างใด  ซึ่งพยานหลักฐานในวันนี้ที่ตนมีและเป็นประโยชน์ให้กับคดีและผู้เสียหายก็ยินดีให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้มีคนติดต่อเข้ามา เป็นจำนวนหนึ่งแต่อยู่ที่ว่าคนพวกนี้จะออกมาให้ดำเนินคดีหรือไม่ 

ส่วนที่ทนายตั้มให้สัมภาษณ์ว่า นางจตุพร เลิศอุบล หรือเจ๊อ้อย ให้เงินกดับทนายตั้มโดยเสน่หา ออยศรีมองว่าการให้โดยเสน่หาต้องไม่มีข้อแม้ตั้งแต่ต้น ถ้ามีข้อแม้ก็ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา ยิ่งถ้าเป็นการลงทุนทำธุรกิจร่วมกันก็ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา และที่ตนดูทนายตั้มให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าก็รู้สึกงงนิดหน่อยว่าทำไมทนายตั้มถึงแปลกใจว่าทำไมตนเองถึงโดนคดีฉ้อโกง ทั้ง ๆ ที่ต้องทำใบเสนอราคา ออยศรีมองว่าเมื่อมีการทำใบเสนอราคาก็หมายความว่ามีข้อแม้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา ซึ่งทนายตั้มต้องไปให้การในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าทนายตั้มจะมาถึงจุดนี้หรือไม่ ออยศรี บอกว่าคิดไม่ถึงว่าทนายตั้มจะไปยุ่งเกี่ยวกับเงินของคนอื่น เพราะทนายตั้มพูดเองว่าเป็นคนเอ่ยปากขอ ซึ่งตนไม่เคยเห็นทนายความแบบนี้ หน้าที่ของทนายความก็คือรับว่าความ ควรจะดูแลลูกความแค่นั้น ไม่ควรไปก้าวก่ายเงินของลูกความ ซึ่งเป็นสิ่งไม่เหมาะสม