닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy266

“อรรถกร” ย้ำ กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด ไม่นั่งในห้องแอร์  บอก นโยบายไม่หวือหวา เชื่อมั่นว่าทำได้ เมิน กระแสพรรคอื่นไม่จับมือ โวเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาตลอด 



วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ ผู้สมัคร สส. ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของพรรคกล้าธรรมขณะนี้ ว่า พรรคกล้าธรรมชัดเจนมาโดยตลอดตั้งแต่แรก มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร สิ่งที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม ทำและพูดมาโดยตลอด คือเราไม่ได้นั่งในห้องแอร์เยอะ เราใช้การเดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทำงานตามภารกิจในปัญหาที่เราเจอโดยเป็นแบบนี้มาตลอด 

" การหาเสียงของพรรคกล้าธรรมเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเรา เน้นในการทำมากกว่าพูด อย่างท่านธรรมนัสหรือว่าผมอาจจะเป็นเคสพิเศษ ทำก็เยอะพูดก็เยอะ เราเชื่อมั่นในส่วนของความจริงใจในการทำงานการแก้ปัญหาซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในหลายครั้ง " นายอรรถกรกล่าว

นายอรรถกร ยังกล่าวว่า การหาเสียงโดยเฉพาะการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคกล้าธรรมที่จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตนได้หยิบยกประเด็นที่ชัดเจนที่สุด ว่าทำไมเราถึงมั่นใจจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศ เช่น กรณีหาดใหญ่ร้อยเอกธรรมนัส ก็ลงไปแก้ไขปัญหาอยู่กับชาวบ้านช่วยเหลือการอพยพ

ในส่วนบรรยากาศการหาเสียงโดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ก็ได้ยืนยันกับชาวบ้านว่าตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ทำงานการเมืองมา โอกาสที่ได้รับจากประชาชนทั้ง 5 อำเภอ 15 ปีที่แล้วเป็นอย่างไรวันนี้ยังมีเจตนารมณ์ที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้มาเฉพาะตอนเลือกตั้งเวลาปกติก็มีการไปร่วมงาน เรายังทำแบบนั้นอยู่ ส่วนตัวตนหาเสียงแบบออแกนิค การเข้าไปพบปะพูดคุยและให้ความมั่นใจว่าเราจะสามารถทำงานได้ด้วยประสบการณ์และพรรคการเมืองที่สามารถสนับสนุนการทำงานได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราทั้งคุณภาพชีวิตการเกษตร ยืนยันว่านโยบายของพรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้หวือหวา แต่เป็นนโยบายที่เราเชื่อมั่นว่าทำได้ หลายส่วนเราทำมาแล้วและยินดีที่จะผลักดันต่อไปให้เกิดผลที่มากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อถามว่าหลายพรรคประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมทำให้เสียกำลังใจหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ในกลุ่มการเมืองของร้อยเอกธรรมนัส ก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศมาตั้งแต่ปี 2562 ก็มีเราอยู่ในนั้นเสมอ บริหารหรือผู้เลือกว่าจะเอาใครทำงานด้วยหรือไม่ทำงานด้วยเขาเห็นถึงศักยภาพทางด้านการเมืองและการทำงานอย่างถึงลูกถึงคน สุดท้ายวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ทุกอย่างก็จะชัดเจน แต่ทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคกล้าธรรมพร้อม ร่วมงานกับทุกพรรคที่เห็นว่าเราสามารถ ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้โดยมีเงื่อนไขไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 หรืออะไรที่ทำให้สถาบันสั่นคลอน

ส่วนไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลยังมั่นใจว่าพรรคกล้าธรรมเป็นตัวแปรสำคัญในการเข้าไปเป็นพรรคร่วมใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรามั่นใจในศักยภาพของเราและเชื่อว่าเราสามารถทำงาน ในการเป็นพรรคร่วมที่ดีได้มาโดยตลอด

เมื่อถามว่าตัวเลขที่ร้อยเอกธรรมนัสตั้งเป้าไว้ 70 ที่นั่ง ตอนนี้แนวโน้มเป็นอย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า ที่คุยล่าสุดก็ยังเป็นแบบนั้น ใกล้เคียง ซึ่งเป็นการประเมินของผู้ใหญ่ในพรรคส่วนตนเองรับผิดชอบในเขตของตัวเองแต่ก็เชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้



“อรรถกร” เผย งบแข่งกีฬาระดับนานาชาติ ไม่เพียงพอ  หลังถูกตัดงบ จาก 2,000 กว่าล้าน เหลือ 1,200 ล้านบาท - ลั่น พร้อมแก้ไขจัดงบส่งตรงถึงมือนักกีฬา โดยไม่ผ่านสมาคม หวังแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วานนี้ (2 ก.พ.69) มีตัวแทนจากโอลิมปิกมาบอกกับตนว่ามีการตัดงบประมาณ ซึ่งตนได้เตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อเตรียมชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬาหากต้องการสอบถามในประเด็นดังกล่าว และวานนี้ได้มีการออกข่าว ตนจึงไม่สบายใจและเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพและทำงานร่วมกับท่านมาหลายเดือน ซึ่งท่านบอกว่ามีการตัดงบประมาณในส่วนของการสนับสนุนนักกีฬาให้ไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ จาก 2,000 กว่าล้านบาท เหลือ 1,200 ล้านบาท 

ทั้งนี้ เอกสารที่ตนมีนั้น มีการวางแผนและมีกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนก่อน โดยคณะกรรมการได้วางกรอบไว้ในปี 2569 ประมาณ 4,100 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะมี 12 แผนงาน และ 1 ในแผนงานนั้นคือ ประเด็น 1,200 ล้านบาทในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาต่างๆ ฉะนั้นช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมามีการประชุม และขณะนั้นตนอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลายเดือนกันยายน 2568 มีการตอบรับจากกระทรวงการคลังว่า เห็นชอบกับสิ่งที่คณะกรรมการได้นำเสนอไป 

ดังนั้น กรอบที่ตัดออกไป ตนยืนยันว่าเท่าเดิม ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตนได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยมาโดยตลอดและยืนยันว่าพวกเราจำเป็นจะต้องแก้ไข แล้วต้องหาทางทำให้ประเทศไทยโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนสามารถส่งนักกีฬาไปแข่งได้ด้วยจำนวนเงินที่สมเหตุสมผล ย้ำว่าไม่มีปัญหาอะไรและต้องขอบคุณโอลิมปิกที่เป็นห่วง ซึ่งทางโอลิมปิกก็เป็นหนึ่งในกรรมการในคณะที่เสนอ 1,200 ล้านด้วย 

ทั้งนี้ เมื่อตนเข้ามาอะไรที่สามารถแก้ไขทำให้ดีขึ้นได้ตนก็ยินดี นอกจากนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตนเป็นตัวแทนรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานในการประชุมบอร์ดกองทุนกีฬาในการมีความเห็นขอให้เราทำนำร่องการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเพราะที่ผ่านมานั้นมีปัญหามาโดยตลอด เช่น กรณีที่นักกีฬาออกมาร้องเรียนว่าเงินช้าได้เงินไม่ถึง จึงอยากให้ดำเนินการจ่ายตรงไปที่นักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคม และเรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ และอาจจะเป็นแนวทางที่หลายคนไม่คุ้นเคยแต่สุดท้ายแนวทางดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไปได้ และขอเชิญชวนผู้บริหารโอลิมปิกมาร่วมทำงานกันเพราะเราเชื่อว่าความโปร่งใสในการดูแลนักกีฬาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด

นายอรรถกร เผยอีกว่า ตนทำงานตามกรอบในเอกสารที่ตนมาสานงานต่อ ซึ่งวันที่ตนเข้ามารับในกรอบแผนงานดังกล่าวถูกอนุมัติมา 1,200 ล้านบาท แต่ความต้องการขณะนั้นขอมากว่า 10,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาและการกลั่นกรองต่างๆที่ส่งไปยังกระทรวงการคลังอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท 

เมื่อถามว่าจะเพียงพอต่อการส่งนักกีฬาไปแข่งเอเชียนเกมส์หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าหากพูดตามตรงก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตนที่ยังรักษาการอยู่ที่จะหาทางทำให้ประเทศไทยสามารถส่งไปได้เพียงพอและมีความเหมาะสม