“อภิสิทธิ์” รุดฟังปัญหาการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาส ในจ.นนท์ ย้ำปัญหาอื้อ ทั้งเด็กเรียนน้อยลง -เรียนฟรีไม่จริง
“อภิสิทธิ์” รุดฟังปัญหาการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาส ในจ.นนท์ ย้ำปัญหาอื้อ ทั้งเด็กเรียนน้อยลง -เรียนฟรีไม่จริง- ค่าอาหารกลางวันไม่พอ-ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า กัญชาระบาด ขณะเด็กม.1 แซวรู้จัก "นายกฯเก่า" เจ้าตัวบอก "อาจจะเป็นนายกฯใหม่ก็ได้" เด็กไหวพริบดีขานรับ "ก็เป็นไปได้"
เมื่อเวลา08.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2569 ที่จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่1 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)พร้อมนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคกลาง และนายเอิบ พงบุหงอ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต3 พรรคปชป. เบอร์9 ร่วมลงพื้นที่รับฟังอุปสรรคระบบการศึกษา และการเรียนการสอนจากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต จ.นนทบุรี โดยจากการหารือในเบื้องต้นมีการสะท้อนปัญหาเรื่องงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และจำนวนนักเรียน เช่น เด็กต่ำกว่า 40 คน จะได้อุดหนุนค่าอาหารกลางวันรายหัว/วัน จะได้ 36 บาท แต่ถ้าหากมีเด็กนักเรียนมากกว่า 40 คนจะได้ค่าอาหารลดเหลือเพียง 22 บาท/หัว/วัน ซึ่งไม่เพียงพอ ทางโรงเรียนจึงฝากให้พรรคประชาธิปัตย์ช่วยผลักดันแก้ไขในเรื่องนี้ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเพราะกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติ
จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ์ได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนที่ทำกิจกรรมอยู่ที่บริเวณ ลานสนามหน้าเสาธง โดยได้พูดคุยนักเรียนชั้นม.1ว่า รู้จักหรือไม่ว่าเป็นใคร เด็กชั้นม.1 จึงตอบว่า รู้จักเป็นนายกฯเก่าของประเทศไทย" อภิสิทธิ์ จึงกล่าวว่า "แน่ใจนะ อาจจะเป็นนายกฯใหม่ก็ได้" เด็กนักเรียนจึงได้กล่าวต่อว่า "ก็เป็นไปได้"
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนตั้งใจมาโรงเรียนขยายโอกาส เนื่องจากโรงเรียนมีหลายรูปแบบและมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโรงเรียนขยายโอกาส มีขนาดใกล้เคียงกับโรงเรียนขนาดเล็ก และมีการเรียนการสอนถึงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เด็กส่วนใหญ่จะไปต่อสายอาชีพ ซึ่งพบว่าพื้นที่อื่นๆเริ่มมีปัญหาจำนวนเด็กที่เรียนต่อลดลง วันนี้มาติดตามนโยบายหลายเรื่องที่พรรคปชป.เคยทำไว้ เช่น การเรียนฟรี ซึ่งปัจจุบันยังมีปัญหาไม่ฟรีจริง ยังมีการติดขัดด้านงบประมาณต่างๆ จึงมีการจ้างบุคลากรเพิ่มเติม ซึ่งโรงเรียนนี้โชคดีที่มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ให้การสนับสนุน ซึ่งน่าจะเป็นจังหวัดเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น และจากนี้จะเห็นปัญหาในเชิงโครงสร้างการเชื่อมโยงแม้กระทั่งความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น เรื่องการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา(กยศ.) รวมไปถึงปัญหาสังคมที่ทำให้การจัดการศึกษานั้นยากขึ้น รวมไปถึงเด็กสมาธิสั้นลง อีกทั้งมีเรื่องยาเสพติดในชุมชน บุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่7 ม.ค. ที่ผ่านมา ก็พบว่ามีสะท้อนปัญหาเรื่องกัญชาเข้ามามากในหมู่นักเรียนและเยาวชน
“มาร์ค” ย้ำต้องทำงานหนักอีก หวัง สส.เขต ชี้ได้สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ แค่ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า พี่น้องให้การต้อนรับดีมาก หลายคนมาบอกว่า 2-3 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เลือก แต่เที่ยวนี้ตั้งใจเลือกประชาธิปัตย์ ถือเป็นกำลังใจ ส่วนการตั้งเป้าจะได้สส.ในภาคใต้เพิ่มหรือไม่นั้น เราต้องทำงานอีกอย่างหนัก เราต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าการเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพราะอยากให้ไปเป็นรัฐบาล ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวระบบบัญชีรายชื่อมี สส.น้อยมาก เช่น ถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เราจะมี สส. เพียงแค่ 12 คน ที่เชียร์ไปเป็นนายกรัฐมนตรี มี12 คนไม่ได้เป็นนายกฯ แค่ได้ไปนั่งกินกาแฟในสภาฯ เท่านั้นเอง ดังนั้นต้องบอกว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมืองในการตั้งรัฐบาลด้วย ทั้งนี้เชื่อว่ากระแสพรรคทั้ง กทม. และภาคใต้ หลังปีใหม่ดีขึ้นแล้ว หลังตรุษจีนก็ต้องดีขึ้นอีก
เมื่อถามย้ำว่าจะได้ สส. เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้นับเป็นเขตแน่นอน แต่ที่ยืนยันแน่นอนคือระบบบัญชีรายชื่อ จะเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วนสส.เขต ต้องยอมรับว่าเราเริ่มจากฐานที่ต่ำมาก ดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก เมื่อถามอีกว่า เตรียมลงพื้นที่ย่านเยาวราชที่จะดึงคะแนนเสียงกลับมาให้พรรคปชป.ได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ไปพบปะประชาชนที่เยาวราชมาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งเราพยามเดินเข้าหาทุกคนให้มากที่สุด ส่วนการหาเสียงในภูมิภาคอื่น ก็เพิ่งส่งกำหนดการปราศรัยเพื่อขออนุญาต กกต. จะไปให้ครบทุกภาค ที่อีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี ,ภาคเหนือที่จังหวัดสุโขทัย , ภาคกลางจะมีทั้งที่จังหวัดระยอง และอยุธยา เป็นต้น / ส่วนภาคใต้จะปราศรัยที่จ.สุราษฎร์ธานี ,นครศรีธรรมราช และสงขลาโดยในที่ 11 ม.ค.นี้จะไปที่จังหวัดภูเก็ต
z-z1603487247937.jpg)