닫기

ปกข่าวเว็บใหม่4

“อภิสิทธิ์” นำทัพ ปชป. ลงพื้นที่หาเสียงตลาดรวมทรัพย์ มั่นใจ คะแนนเสียงภาคใต้ ชี้ ลั่น ถ้าเสียงกรี๊ด-การกอด เป็นคะแนนก็มั่นใจแล้ว หลัง เขตพื้นที่ กทม. เริ่มหันมาให้ความสนใจ ปชป. โว สมัยเป็นนายกฯ ให้กองทัพจัดการปัญหาชายแดนเต็มที่ ยัน มีแผนชัดเจนปัญหาชายแดนภาคใต้ 


วันที่ 13 ม.ค. 69 ที่ตลาดรวมทรัพย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาเสียงตลาดรวมทรัพย์ อโศกมนตรี พร้อมด้วย นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 คลองเตย-วัฒนาขอคะแนนเสียงประชาชน

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลนิด้าโพลบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ สส.40 ที่นั่งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ เพราะเราติดตามเฉพาะคะแนนรวม การได้กี่ที่นั่งขึ้นอยู่กับการกระจายคะแนนเสียง ก็ต้องให้เขาวิเคราะห์ แต่อยากให้คะแนนเสียงความนิยมความนิยมที่ตอนนี้เราสัมผัสได้กลายมาเป็นจำนวน สส.ในเขตเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่กับกระแสตอบรับที่ได้มากกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ที่เราตั้งเป้าไว้มีแค่ สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งตอนนี้น่าจะเป็นไปตามที่เราเคยคาดหวัง แต่ต้องทำให้ได้มากกว่านี้ ส่วนเขตเลือกตั้งที่มีความมั่นใจคือในส่วนของภาคใต้ เนื่องจากคะแนนเสียงพรรคมากพอที่จะดึงเรื่องของเขตเลือกตั้งมาได้แล้ว ส่วนพื้นที่อื่นๆยังคงทำงานกันหนักอยู่

ในส่วนของกรุงเทพมหานครได้รับการตอบรับอย่างไร เพราะแต่ก่อนไม่มองประชาธิปัตย์ แต่ว่าตอนนี้พอมีนายอภิสิทธิ์กลับมาก็เหมือนเริ่มกลับมามองแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ถ้าเสียงกรี๊ดและการกอดกลายเป็นคะแนนหมด ผมก็มั่นใจแล้วครับ”

เมื่อถามว่าตอนนี้กระแสชาตินิยมกำลังมา และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ว่าหากอยากให้ปลอดภัยต้องเลือกนายอนุทินกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ประเมินว่าจะมีผลกระทบกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสำหรับประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา สมัยตนเรื่องกัมพูชาก็ให้กองทัพจัดการเต็มที่ 12 วัน ให้กองทัพจัดการให้เต็มที่ เรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้เราก็มีแผนที่ชัดเจนที่สุด

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาเชียร์ไม่ให้เลือกนายอนุทินแต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดสงครามนั้น ส่วนนี้ก็ต้องไปวิเคราะห์ให้ดี เพราะที่ตนเคยได้ฟังฮุนเซนเคยบอกว่าตนเองเป็นนายกฯ ที่ไปรุกรานเขา ส่วนการพูดแบบนี้เป็นการหาเสียงให้อีกฝ่ายหนึ่งหรือไม่ อาจจะกลัวตนก็ได้เลยไม่เอ่ยชื่อตน

เมื่อถามว่ากรณีกรณีที่ กกต. ขอนแก่นตัดสิทธิ์ผู้สมัครสอสอพรรคประชาธิปัตย์เหตุเป็นบุคคลล้มละลาย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เช้าที่ผ่านมาได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะให้ทุกขั้นตอนตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ แล้วสั่งให้รายงานมาตัวเองมาภายใน 15 วัน 

ส่วนมีกระแสข่าวว่าหลายพรรคจับขั้วกันแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดชัดไปหมดแล้วและสิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับประชาชนคือหากเรามีมากพอและเข้าไปอยู่ในรัฐบาลเราจะเป็นหลักประกันว่ารัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง ปราบทุนเทาและไม่สร้างประเด็นที่เกิดความขัดแย้ง หรือคอรัปชั่น

ส่วนเรื่องการทำประชามติพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องรัฐธรรมนูญเรามีนโยบายชัดเจนว่าเรื่องการจัดทำทั้งฉบับแม้จะผ่านประชามติก็ยังติดขัดเรื่องของมาตรา 256 ซึ่งที่ผ่านมาข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน สุดท้ายก็ไม่ผ่านซึ่งเราก็เสียดายที่ผ่านมาการทำมาตรา 256 ก็เหมือนสภาตกผลึกแล้วว่าไม่แก้ไขหมวดหนึ่งหมวดสอง วันนี้ที่ประชาชนมีความลังเลที่จะเห็นชอบ คือติดขัดเรื่องนี้ จึงแปลกใจรัฐบาลที่เป็นการเลือกคำถามทำไมไม่เจาะจงลงไปว่าการทำฉบับใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขหมวดหนึ่งหมวดสอง 

อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์จะดูแลไม่ให้มีการแก้ไขหมวดหนึ่งหมวดสอง และอยากจะเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่มีการตกลงกันไว้แล้วในสภาฯ เรียกร้องแบบเดียวกัน หากเป็นอย่างนี้ทุกคนก็จะสบายใจในการลงมติเห็นชอบ