“อภิสิทธิ์-สาทิตย์” เดินสายทัวร์ตรัง ท้าชนอำนาจเงินปลุกคนใต้กู้ศักดิ์ศรีสู้ ลั่นส่งเสียงถึงบุรีรัมย์
“อภิสิทธิ์-สาทิตย์” เดินสายทัวร์ตรัง ท้าชนอำนาจเงินปลุกคนใต้กู้ศักดิ์ศรีสู้ ลั่นส่งเสียงถึงบุรีรัมย์ มั่นใจ “ปชป. คัมแบ็ก” สาวตรังควักเงิน3 พัน สมทบพรรค หนุน"การเมืองสุจริต" ชาวปะเหลียนปิดถนนทุ่งยาว แห่รับ "มาร์ค" หาเสียงช่วย "ฤตย์อิชย์" สู้ศึกสายเลือด ย้ำ วันที่ 8 ก.พ. ร่วมไล่นักการเมืองทุจริต-ทุนเทา
วันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ลานอเนกประสงค์ ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ อ.กันตัง จ.ตรัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)พร้อมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป.ร่วมหาเสียงช่วยนายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 4 เบอร์ 2 ที่ลานเทศบาลเมืองกันตรัง โดยมีพี่น้องประชาชนแห่มาฟังการปราศรัยย่อยและขอเซลฟีคล้องพวงมาลัยดาวเรือง มอบดอกกุหลาบแดง และผูกผ้าขอม้าหลากสีที่เอวให้จำนวนมาก โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค กล่าวสัพยอกนายอภิสิทธิ์ว่า มาหาเสียงเที่ยวนี้ไม่ต้องเดินเองแล้ว เพราะชาวบ้านรุน(ดัน)มาเองตลอดทาง ไหนขอเสียงพี่น้องชาวกันตังส่งเสียงดังๆ ไปให้ถึง จ.บุรีรัมย์ ให้ไปถึงเชียงใหม่เลย“
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ขึ้นปราศรัยย่อยตอนหนึ่งว่า ขอให้พี่น้องช่วยทำการเมืองสุจริตเพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต้องเริ่มจากกระบวนการเลือกตั้ง ที่จะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำต่อสู้กับพี่น้องชาวตรังมาโดยตลอด เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องของเงินเทามาครอบงำทางการเมืองแล้วบ้านเมืองจะมีปัญหาแบบที่เป็นอยู่ วันนี้จึงต้องลงมาเชิญชวนเองเพราะหลาย 10 ปีที่ตนเองอยู่การเมือง ประชาชนเคียงข้างกับประชาธิปัตย์ในการต่อสู้เรื่องพวกนี้มาโดยตลอด ครั้งนี้เราต่อสู้เพื่อให้กลับมาสู่บ้านเมืองสุจริตที่มีคนทำงานไม่มีผลประโยชน์ ไม่แอบคุยต่อรอง ขอเป็นคนทำงานที่ทุ่มเทให้กับประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ ราคายาง ราคาปาล์ม พืชผลทางการเกษตรและประมง ต้องฟื้นกลับมาให้ได้ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้ว ยางพาราเกิน 100 บาท/กิโลกรัม(กก.)
“นอกจากโครงการประกันรายได้ ผมจะเดินหน้าชวนคนมาลงทุน การแปรรูปยางพาราจะเพิ่มมูลค่าใหัสูงขึ้น มั่นใจว่ายางพาราเกิน กก.ละ 80 บาทแน่ และพร้อมจะต่อยอดนโยบายที่เคยริเริ่มทำมาเพื่อให้ดีขึ้น เช่น นมโรงเรียน อาหารกลางวันจองลูกหลาน เรียนฟรีจริงไม่มีเก็บแอบแฝง ,เงินทุน กยศ. และเบี้ยผู้สูงอายุ1,000 บาทถ้วนหน้า รวมถึงกองทุนสวัสดิการเพื่อ อสม. ถ้าเราไม่มีปัญหาเงินสีเทา การทุจริตที่ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยน่ากลัว การท่องเที่ยวความวางใจก็จะกลับมาเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันทำเพื่อให้เศรษฐกิจดี แต่ต้องใช้เวลา ประชาธิปัตย์ เราไม่หลอก เราพูดของจริง หลังพูดจบมีประชาชนมาขอถ่ายรูป พร้อมนำเสื้อแจ็กเก็ตปักคำว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” มาขอลายเซ็นนายอภิสิทธิ์ เช่นเดียวกับผู้หญิงรายหนึ่งได้มอบเงินบริจาค 3,000 บาท เพื่อช่วยพรรคประชาธิปัตย์หาเสียงด้วย
จากนั้นคณะนายอภิสิทธิ์เดินทางไปต่อที่ อบต.ทุ่งยาว อ.ปะเหลียนเพื่อช่วยนาย ก็ฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส.เขต3 เบอร์5 ตรัง พรรคปชป. ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีตสส.ตรัง ที่เพิ่งให้บุตรสาวคือ น.ส. สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ อดีตสส. ตรัง ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หาเสียงที่หน้าตลาด อบต.ทุ่งยาว มีประชาชนมาต้อนรับมากจนต้องปิดถนน1เลน เพื่อมารอฟังปราศรัยย่อยของนายอภิสิทธิ์ โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวแซวประชาชนที่มารอต้อนรับตอนหนึ่งว่า มีพี่น้องมอบทั้งดอกไม้และเอาผ้าขาวม้ามาคล้องคอและมัดเอวให้ผม พอเอาดอกไม้มาให้ก็ไม่ยอมปล่อยมือ พอเอาผ้าขาวม้ามามัดเอวให้ ก็กอดไม่ยอมปล่อย พอเอาผ้าขาวม้ามาคล้องคอก็โน้มคอไปจะหอมให้ได้เรียกเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ถูกใจ และยังมีประชาชนที่มาฟังปราศรัยได้นำรูปนายอภิสิทธิ์ เมื่อ พ.ศ.2535-2537 มาให้เซ็นต์อีกด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ใครที่เคยสบประมาทประชาธิปัตย์ ให้มาดูพี่น้องที่นี่ก่อน ที่เป็นกำลังใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะช่วยให้บ้านเมืองไทยไม่ทุจริตคอรัปชั่นอีกต่อไป
วันนี้เรามาตั้งหลักกันใหม่ เพราะอยากให้เศรษฐกิจดี ค้าขายดี มีโครงการดี ๆ มาให้ประชาชน ต้องเอาการเมืองสุจริตกลับมา ซึ่งการเมืองสุจริตที่จะกลับมา คือ การเมืองที่คนตรังชื่อ นายชวน หลีกภัย ต่อสู้มาโดยตลอด การเมืองสุจริต คือ การเมืองที่จะทำให้เราได้นักการเมืองที่ไม่เพียงแต่สุจริต แต่เมื่อไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงก็จะทำสิ่งดี ๆ โครงการดี ๆ ให้กับประชาชนได้ วันนี้ขออาสาเข้ามาทำเรื่องนี้ ที่เน้นที่นี่เพราะว่าพี่น้องชาวใต้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กันมานานหลาย 10 ปี วันเรานัดกัน8 ก.พ. นี้ เรามาร่วมกันขับไล่นักการเมืองซื้อสิทธิขายเสียงออกจากตรัง ออกจากภาคใต้ ให้หมด
“อภิสิทธิ์” ปลุก“ชาวย่านตาขาว-ตรัง“ ต้านทุนเทาครอบงำการเมือง ลั่น! ซื้อตัว สส.ย้ายพรรค หัวละ30-50-70 ล้าน เปรียบซื้อยกพรรค 400 คน เอาเงินมากจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินโกง -เงินผิดกฎหมาย ขอพลังชาวใต้ ล้มล้างทุนเทา เดินหน้าการเมืองสุจริตเพื่อคนไทยทุกคน
ต่อมาเวลา11.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 2569 คณะของนายอภิสิทธิ์เดินทางมาที่ตลาดย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พร้อมด้วย นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 2 นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 เบอร์ 5 พบปะปราศรัยทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอบคุณที่มาต้อนรับกันล้นหลาม เพราะประชาชนอาจอึดอัดกับการเมือง ที่บางพรรคการเมืองมีทุน มีผลประโยชน์ และมีอำนาจยึดเป็นเรื่องใหญ่ ตนยังย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมือง เพราะทุนเทา ได้เงินมาจากการทุจริตคอรัปชั่น และเงินผิดกฎหมาย และครั้งนี้สังคมต่างสงสัยกันมากว่า ทุนเทากำลังจะมาครอบงำการเมือง เพราะช่วงที่ตนกลับเข้ามาการเมืองใหม่ๆ เขาบอกว่ามันมีตัวเลขน่ากลัวมาก เวลาย้ายพรรคเขาบอกว่ามีตัวเลข 30 , 50 , 70 ซึ่งไม่ใช่ 30, 50,หรือ70บาท แต่เขาพูดกัน 30 , 50, 70 ล้านบาท ลองนึกภาพดู ถ้า สส.1 คนมีราคา 50 ล้านบาท สส.400 คน เฉพาะพรรคเดียว ถ้า 2 พรรค 3 พรรค เขาไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินไปจากพี่น้องประชาชน เราจะทนต่อไปหรือไม่ต้องทน นี่คือเหตุผลที่เราต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อพี่น้องทุกคน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนมีความตั้งใจเที่ยวนี้ กลับมามีเวลาน้อยมาก แต่เร่งคิดนโยบายและสิ่งที่อยากจะทำให้กับพี่น้องประชาชนว่า เราจะช่วยเกษตรกรอย่างไร ช่วยพ่อค้าแม่ขายอย่างไร ปล่อยเศรษฐกิจเป็นแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ก่อนปีใหม่เดินเข้าไปในตลาด พี่น้องจะบอกว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่บ้างเพราะมีโครงการคนละครึ่งพลัส ตอนนั้นทุกคนก็พึงพอใจ แต่หลังจากปีใหม่พอโครงการหมด กลับไปตลาดเดิมเงียบสนิท แสดงว่าเราใช้วิธีแบบนี้ไปเรื่อยๆต่อไปไม่ได้ แต่สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือพี่น้องกลับมามีรายได้ดีขึ้น ช่วงที่ตนเป็นนายกฯยางพารา ราคาดี เศรษฐกิจดี มีรายได้ดี เราต้องเอาสิ่งนั้นกลับมา เราไม่ควรมี นักการเมืองที่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ต้องมีนักการเมืองต้องคิดผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราสร้างการเมืองสุจริต เศรษฐกิจจะโตได้อย่างแน่นอน เหลือเวลาอีก 5 วัน เสียงของพี่น้องประชาชนจะแผ่วลงหรือไม่ เพราะอิทธิฤทธิ์ทุนเทา ที่แปลงเป็นแบงค์เทา ขอส่งเสียงยืนยันว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครของพรรคเรา เพื่อนำการเมืองสุจริตกลับมาให้ได้เลือกเบอร์ 27 และเลือกสส.เขตประชาธิปัตย์ทั้งภาคใต้ให้เรา จากนั้นจึงเดินทางต่อไปที่ตลาดสุทธินนท์ อ.นาโยง และที่ตลาดห้วยยอด อ.ห้วยยอดต่อไป
“มาร์ค” ชู “นายหัวชวน” ต้นแบบต่อสู้ธุรกิจการเมือง ถูกเหน็บ แผ่นเสียงตกร่อง แต่คือความจริง ลั่น เลิกทนการเมืองทุนเทา ขอแรงช่วยล้างฟื้น ศก.ไทย
ต่อมาเวลา 14.30น. วันเดียวกัน คณะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางมาที่ตลาดศรีอุบล อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อช่วยน.ส.ดวงฤทัย บัวแก้ว ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 2เบอร์ 1 หาเสียงโดยนายอภิสิทธิ์ นั่งรถตุ๊กๆหัวกบสีเขียวสัญลักษณ์ของเมืองตรัง มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค เป็นคนขับรถ สร้างความสนใจและสีสันให้ชาวบ้านที่มารอรับ ต่างพากันรุมมอบดอกไม้และให้กำลังใจ ผูกผ้าขาวม้าให้จำนวนมาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยย่อยที่หน้าตลาดตอนหนึ่ง ว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คนที่ต่อสู้เรื่องนี้การซื้อเสียงด้วยธนกิุรการเมืองคือ นายชวน หลีกภัย หลายครั้งนายชวนถูกกระแนะกระแหน ว่าเป็นแผ่นเสียงตกร่อง แต่ท่านเป็นผู้ที่เตือนมานานถึงความอันตรายเรื่องธุรกิจการเมืองว่าเป็นเรื่องที่อันตรายจริงๆ ก่อนการยุบสภาเล็กน้อย องค์กรธุรกิจชั้นนำทั้งหมด อย่างสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า มายื่นหนังสือบอกว่า ต่อไปนี้เราจะต้องไม่ทนการคอรัปชั่นต่อไป เพราะธุรกิจเดินหน้าไม่ได้ หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตน้อยมาก ทำมาค้าขายกันด้วยความยากลำบากมาโดยตลอด เราอยู่กันแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องกลับไปสู่การทำการเมืองให้สุจริต มีมืออาชีพมาบริหารฟื้นเศรษฐกิจให้โตด้วยตัวเอง และครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจจะทำให้เศรษฐกิจโตแบบยั่งยืนจึงต้องขอใใแรงให้พี่น้องประชาชนช่วยกันทุกคน จากนั้น นายอภิสิทธิ์ และคณะเดินทางต่อไปปราศรัยที่จังหวัดพัทลุงและจะย้อนกลับมาขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดตรังในช่วงค่ำ
"อภิสิทธิ์" รุก “เมืองลุง” ชูโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์-ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ย้ำจุดยืน “การเมืองสุจริต” ลั่น เปลี่ยน "พัทลุง" จากเมืองมรดกโลก สู่เศรษฐกิจสีเขียว กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เลิกจัดแค่ "อีเวนท์"
วันที่ 3 ก.พ. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนสาธารณะเทศบาลเมือง จังหวัดพัทลุง ที่พรรคจัดเวทีปราศรัยใหญ่ เปิดวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เน้นดึงศักยภาพทางวัฒนธรรมและธรรมชาติสร้างรายได้ยั่งยืน พร้อมประกาศขอโอกาสนำพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพื่อสร้างการเมืองที่โปร่งใส โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พัทลุงมีต้นทุนทางสังคมและธรรมชาติที่ล้ำค่า ไม่ใช่ภาพจำแบบเดิมๆ แต่คือเมืองที่มีมรดกโลกและเศรษฐกิจที่ทันสมัย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์โลกในปัจจุบัน พัทลุงมีพื้นที่ลุ่มน้ำและธรรมชาติที่งดงาม หน้าที่ของเราคือการรักษาและนำมาสร้างรายได้โดยไม่ทำลายให้เสื่อมโทรมเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่น ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวพัทลุง
“การทำงานด้านท่องเที่ยวในอดีต ทำได้เพียงการจัดกิจกรรมชั่วคราว พร้อมเสนอแนวทางใหม่โดยการ คืนอำนาจให้ท้องถิ่น เพื่อให้คนในพื้นที่ที่มีความเข้าใจจุดเด่นและจุดอ่อนของตนเองมากที่สุด เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวแทนการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังเตรียมนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสื่อสาร เพื่อผลักดันให้จังหวัดรองอย่างพัทลุง กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกเคียงคู่กับเชียงใหม่ หรือภูเก็ต ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเน้นย้ำว่า นโยบายทั้งหมดจะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการมี "การเมืองที่สุจริต" เพราะหากนักการเมืองมุ่งแต่ผลประโยชน์จากงบประมาณ โครงการต่างๆ ก็จะไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง จึงต้องขอโอกาสพี่น้องชาวพีทลุงให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เติบโต ควบคู่ไปกับความมั่นคงของชีวิตประชาชนและการเมืองที่ใสสะอาด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“จุรี” ย้ำหน้าที่ “คนตรัง” ต้องรักษาเมืองหลวงประชาธิปัตย์“ อย่าให้ใครตีแตกอีก เชื่อ ใบเทาเงินเทาซื้อจิตวิญญาณเธอ-คนใต้ ไม่ได้
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์เปิดปราศัยใหญ่ “คนตรัง ไม่ทน ทุนเท่า” นำโดยนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ,นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ,นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัครสส.เขต2 สงขลา ,นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯดูแลภาคใต้และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคร่วมปราศรัย โดยมีผู้สมัคร สส.ตรังพรรคปชป. ทั้ง 4 เขต ร่วมมีพี่น้องประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่1.4 หมื่นเก้าอี้พรรคจัดไว้ 14,000 ตัว และยังมีประชาชนที่นั่งฟังอยู่รอบข้างพื้นที่จนเต็มล้นบริเวณ
โดยนายจุรี กล่าวปราศรัยท่ามกลางประชาชนนับหมื่นคนที่มาให้กำลังใจและฟังการปราศรัย ว่า ตรังคือเมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนี้ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้เมืองหลวงประชาธิปัตย์แตก พี่น้องต้องช่วยปกป้องยุทธภูมิแห่งนี้ไว้ อย่าให้ใครมาชิงไปได้ าเพราะพรรคนี้คือสมบัติของพ่อเฒ่า(ปู่หรือทวด) ถ้าเป็นสวนยาง สวนปาล์ม เอาไปได้ แต่นี่คือพรรคของพ่อเฒ่าที่ท่านสืบทอดเจตนารมย์มา เลือกตั้งครั้งนี้พรรคมีนโยบายเบี้ยคนชราถ้วนหน้าเดือนละ 1,000 บาท และมีนโยบายที่กระตุ้นให้ประชากรเพิ่มขึ้น เมื่อคลอดบุตร รัฐบาลมีเงินสนับสนุน ใบเกิดเอาไปแลกเป็นเบี้ยได้ 5,000 บาท หลังจากแม่คลอดบุตรแล้วยังได้รับอีกเดือนละ 5,000 ทุกเดือนจนครบ 65,000 บาท และยังมีนโยบายดูแลสวัสดิการชีวิตอีกมากมายที่จะดูแลชีวิตประชาชนทุกคน
“แต่สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าท้ายที่สุด พี่น้องถูกใบ 1,000 กลบไม่ออกมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ พี่น้องที่ใส่แมส ใส่หมวกใส่แว่นตาดำไปรับมาแล้วคนละ 1,000 ใช่หรือไม่ ฉันสงสัยว่าเบี้ย 1,000 ที่ไปรับมา มันซื้อข้าวสารใส่หม้อได้กี่วัน มันเสียค่ากับข้าว ค่าหวยได้ แต่มันจะได้สักกี่วัน แต่ฉันมองตาเธอแล้วคิดว่ามันซื้อจิตวิญญาณเธอไม่ได้ พี่น้องอย่าให้การเลือกตั้งมันเป็นการประมูล แล้วจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต ถ้าคนมีเงินมากที่สุดสามารถซื้ออะไรได้ทุกอย่าง แม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยังไปทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่จะจัดการนักการเมืองได้คือพี่น้องเอง กินเหยื่อไม่กินเบ็ด พี่น้องต้องช่วยกัน ใครมีพี่น้องอยู่เขตไหนช่วยบอกให้เลือกประชาธิปัตย์ ทั้งพรรคทั้งคนให้ได้ สส.ทั้ง 4 เขตของจ.ตรัง อย่าให้ระบบประมูลซื้อขายคนได้ผล ขอให้เสียงนี้สะเทือนไปทั้งประเทศไทย ว่าพี่น้องรับเงินคนซื้อเสียงได้แต่อย่าไปเลือกมัน ให้เลือกสีฟ้าพรรคประชาธิปัตย์เอานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี การเมืองสุจริตในสภาฯพร้อมนายชวน หลีกภัย ขอให้ยึดเมืองหลวงของประชาธิปัตย์ในจังหวัดตรังทั้ง 4 เขตกลับมาให้ได้” นายจูรี กล่าว
///
z-z1603487247937.jpg)