“อนุสรณ์” ปราม สว.สีน้ำเงิน ไม่ต้องกลัวเพราะความกลัวทำให้เสื่อม ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
โพสต์เมื่อ : 22 ก.พ 2568 เวลา 8:48 น.
“อนุสรณ์” ปราม สว.สีน้ำเงิน ไม่ต้องกลัวเพราะความกลัวทำให้เสื่อม ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ด้าน “สุทิน” บอกไม่เกี่ยวแก้รธน. ชี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนที่พลาดการเป็นสว. ก็อาจจะเห็นความไม่ชอบมาพากลก็ร้อง เป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้ง ถ้าไม่เป็นอย่างที่เขาร้องก็ไม่ต้องกังวล
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำทีม สว.สายสีน้ำเงิน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จ่อนำคดีโพยฮั้วเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ ว่า ความกลัวทำให้เสื่อม ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการที่มีคนสมัครเป็นสว.เกือบ 50,000 คน ผ่านระบบการเลือกกันเอง เพื่อให้ได้สว.จำนวนทั้งสิ้น 200 คนนั้น มีคนเข้าร่วมและเห็นกระบวนการได้มาซึ่งสว.จำนวนมาก การร้องทุกข์กล่าวโทษว่าการเลือกสว.ในบางส่วนอาจมีการทำโพยฮั้วกันหรือไม่ ถือเป็นสิทธิมีการตั้งข้อสังเกตว่าขบวนการจัดตั้งการฮั้วสว.อาจมีจำนวนผู้สมัครที่อยู่ในขบวนการประมาณ 1,200 คน มีการพักที่เดียวกัน แจกเสื้อสีเดียวกัน อำนวยความสะดวกในการจัดหารถตู้โดยสารส่งผู้สมัคร ทำกันเป็นขบวนการ ส่วนจะตรวจสอบสว.หรือตัวสำรองคนใดก็ต้องให้ผู้รับผิดชอบได้ทำงาน เรื่องนี้จึงไม่ใช่เกมการเมืองบั่นทอนวุฒิสภา เพราะมีสว.ที่ไม่ได้เดือดร้อนจากการตรวจสอบครั้งนี้อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด จะสว.สายสีน้ำเงินหรือสีไหน ก็เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อะไรที่คลุมเครือ ที่สังคมกังขา ก็ทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรต้องกลัว
ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องของนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะ ถ้าสังคมสงสัยหรือติดใจ การทำหน้าที่หรือที่มา ก็มีองค์กรที่เขาต้องตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องปกติเป็นระบบที่ดีของประเทศ ส่วนว่าการตรวจสอบแล้วจะไม่พอใจตรวจสอบคืน สว.ต้องตั้งหลักคิดดีว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ไม่เช่นนั้นสังคมอาจมองว่าเป็นบุคคลสาธารณะที่ไม่พร้อมให้สังคมตรวจสอบ เช่นเดียวกับสส.ที่ต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบ ไม่ควรใช่ท่าทีที่เป็นลักษณะการใช้อารมณ์ เมื่อถามว่าสว.ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องการเมือง นายสุทิน กล่าวว่า สว.อาจคิดได้แต่ต้องดูที่เหตุ ถ้าไม่สมควรแก่เหตุอาจมองว่าเป็นเรื่องการเมืองเรื่องกลั่นแกล้งได้ แต่ถ้ามีเหตุอันสมควรให้ตรวจสอบก็อย่าไปมองว่าเป็นการเมืองหรือการกลั่นแกล้ง ถ้าเราบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเสียหายตามที่สังคมสงสัยก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปวิตกกังวล เมื่อถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่าไม่เกี่ยวการแก้รัฐธรรมนูญมีวิถีทางของมันอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนที่พลาดการเป็นสว. ก็อาจจะเห็นความไม่ชอบมาพากลก็ร้อง เป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้ง ถ้าไม่เป็นอย่างที่เขาร้องก็ไม่ต้องกังวล
z-z1603487247937.jpg)