닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyึคตจ

“อนุทิน” แจง “สุริยะ” ไม่อยู่ในวง แต่ไม่ขอเถียง บอกไม่กังวลกระทบคะแนนเสียง

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาบอกว่าเรื่องที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เกี่ยวกับการทำงานไม่เกี่ยวกับกรณีการให้สัญชาติ นายเบน สมิธ ว่านายสุริยะ เวลานั่งรถไปด้วยกันก็ชื่นชมตน ตนเชื่อว่าลึกๆนายสุริยะก็ทราบว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร ตนเคารพนายสุริยะ ไม่เคยมีปัญหากันเจอเมื่อไหร่ก็ชื่นชมตนว่าเป็นนักการเมืองที่เติบโตเร็ว ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน และนายสุริยะ กับนายศึกษิษฏ์ ไม่ได้อยู่ในวงสนทนา การสนทนาของตนเป็นการสนทนากับระดับสูงขึ้นไปทั้งสองท่านคงไม่รู้เรื่องอะไร ตนจะไปเถียงทำไมตนเคารพท่านสุริยะ เมื่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าทำไมภาพถึงออกมาช่วงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่าตนไม่ได้มองเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับตน เรื่องที่มีสาระคือการเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชน วันนี้มาที่ภาคอีสานดูเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา อีกวันสองวันก็ไปภาคใต้ดูแลเรื่องน้ำท่วม เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชนและเขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเรา 


เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวไม่กังวลว่าจะกระทบกับคะแนนเสียง นายอนุทิน กล่าวว่าไม่กังวล การรู้จักใครถ่ายภาพกับใคร วันนี้ถ้าไปกินข้าวแล้วเก็บเงินคนละ 20 บาทกินฟรีหลายมื้อเลย ดีใจคนเข้ามาถ่ายภาพด้วยเพราะเขาเห็นเราเป็นผู้นำและเขาก็ต้องถ่ายภาพกับเขาเพราะเป็นประชาชนของเรา กรณีปรากฎภาพตนกับนายเบน สมิธ กับผู้ใหญ่หลายคนตนว่าภาพนั้นปี 57-58 และตอนนั้นตนไม่ได้เป็นอะไรเลย และตอนนั้นสแกมเมอร์ก็ยังไม่มี วันนี้การขยายผลตนบอกแล้วว่าถึงใครก็ต้องดำเนินการ ต่อให้ถ่ายภพากับใครถ้าอีกวันมีเงินจีนเทาเข้ามาก็บอกว่าโชคดีอยากกินอะไรจะไปเยี่ยม ภาพที่เกิดขึ้นเป็นการเจอกันครั้งแรกไม่รู้ว่าเขาทำธุรกิจอะไรข้างหน้าข้างหลัง ส่วนต้องกังวลหรือไม่สำหรับการถ่ายภาพก็อยู่ที่เจตนาถ้าเกิดเขาไปทำผิดก็ต้องดำเนินการ และการดีสเครดิตเกิดขึ้นทุกเวลาตอนนี้การเมืองเป็นเช่นนี้ แต่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทำนี้ พวกตนโดนมาไม่รู้เท่าไหร่แต่พรรคโตขึ้นทุกครั้งที่เลือกตั้งตนอยู่กับประชาชนไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดกับบ้านเมืองแบบนี้ เมื่อสื่อถามว่าเข็มขัดนิรภัยยังปลอดภัยใช่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่าถามอะไรก็ไม่รู้แล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์