“อนุทิน” เร่งจัดโครงสร้างนโยบายรัฐบาล เดินสายคุยพรรคร่วมครบทุกคิว “กล้าธรรม” ยังไม่หลุดสมการพรรคร่วม
“อนุทิน” เร่งจัดโครงสร้างนโยบายรัฐบาล เดินสายคุยพรรคร่วมครบทุกคิว “กล้าธรรม” ยังไม่หลุดสมการ หยอดแรง 14 ก.พ.แค่วันวาเลนไทน์ ตั้งรัฐบาลต้องคุยทีละพรรค ก่อนแถลงนโยบายใหญ่
วันที่ 13 ก.พ. 69 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทีมเศรษฐกิจของพรรคว่า จะเป็นการนำนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนมาจัดลำดับทางโครงสร้าง เพราะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้รับเรื่องไปดูว่า จะต้องเพิ่มหรือขยายความอย่างไร เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน พร้อมกับยอมรับว่าได้เชิญสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเข้ามา เพื่อตรวจยกร่างนโยบายให้เป็นเค้าโครง
เมื่อถามว่า ได้วันที่จะเชิญพรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเชิญเป็นลำดับไป เมื่อถามย้ำว่า จะเชิญเข้ามาในวันที่ 14 ก.พ. เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ. เป็นวันวาเลนไทน์
เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์ว่าสมการการตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
เมื่อถามว่า ขั้นตอนการทาบทามพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์นี้จะจบเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ไล่ไปแต่ละพรรค ซึ่งเหลืออีกไม่กี่พรรคและพรรคกล้าธรรมก็อยู่ในคิว เมื่อถามว่า พรรคที่เชิญมาไม่จำเป็นจะต้องมาร่วมรัฐบาลเสมอไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า เราก็ต้องคุยกับทุกพรรค
“อนุทิน” ชี้ ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ หลังนักร้องยื่นศาล รธน. ตีความ ปมบัตรเลือกตั้ง มี QR code ส่อโมฆะหรือไม่
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแถลงเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มี QR code และต้นขั้วสามารถระบุตัวตนการลงคะแนนเสียงได้ และทำให้การเลือกตั้งมีความเสี่ยงอาจเป็นโมฆะว่า อยู่ที่ กกต. เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง และตนไม่ทราบรายละเอียดว่ามีต้นขั้วอะไรอย่างไร สุดท้ายก็ต้องไปจบที่ศาล
เมื่อถามว่า แสดงว่าหากต้องการความชัดเจนจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มองเพราะไม่ทราบเรื่อง และไม่ทราบรายละเอียดเพราะยุ่งทั้งวัน
เมื่อถามต่อว่า แต่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไปแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เหรอ ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ดีที่สุดคือมีระบบยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลให้ความร่วมมือเต็มที่ในการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งในส่วนวิธีการแนวทางในการเลือกตั้งไม่มีส่วนใดที่รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องได้เลย อย่างไรก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
วันที่ 13 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคได้มีการประเมินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าจะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้รวมเสียง โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง ยกเว้น พรรคไทยภักดี 1 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 5 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) 2 เสียง ทำให้มีเสียงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล 27 เสียง แต่ปรากฏว่าทางพรรคภูมิใจไทย ต้องการให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การผลิตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ไปในทิศทางเดียวกัน จำเป็นต้องให้กระทรวงเกษตรฯ ที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม รับผิดชอบอยู่ มาอยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทย แต่ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ยอม ต้องการยึดโควตาเดิม ทำให้พรรคภูมิใจไทย จำเป็นต้องเปิดตัวพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อให้พรรคกล้าธรรม ยอมคลายเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล อีกทั้งหลาย ๆ กลุ่มในพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ค่อยพอใจพรรคกล้าธรรม ที่เดินเกมการเมืองเจาะฐานของพรรคภูมิใจไทย ในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายชาดา ไทยเศรษฐ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเชิญเข้าร่วมหรือไม่ ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน รักษาการหัวหน้าพรรคพปชร.ที่ได้เดินทางมาพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยไปก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ยื่นเงื่อนไขขอนั่งกระทรวงเดิม
z-z1603487247937.jpg)