닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---4

“อนุทิน” ลั่นเอาจริงคุมความมั่นคงเอง หลังเหตุใต้ปะทุต่อเนื่อง – จ่อบินด่วนลงพื้นที่ 11 ต.ค. วางแผนเชิงรุก ย้ำใครเฉื่อยงานเตรียมถูกปรับออก เผยตั้งประชุม ครม.เศรษฐกิจทุกบ่ายวันจันทร์ กลั่นกรองงานก่อนเข้า ครม.ชุดใหญ่ – ปัดตั้ง “ครม.คู่สมรส” ช่วงนี้ บอกขอเป็น “ครม.มู” ก่อน



วันที่ 9 ต.ค.68 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทวีความถี่ขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดและยิงถล่มเจ้าหน้าที่ในหลายจุด สร้างความสูญเสียแก่ทั้งฝ่ายความมั่นคงและประชาชนผู้บริสุทธิ์

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวให้ทราบเป็นระยะ ๆ โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะนี้กลายเป็นเรื่องปกติในพื้นที่

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันนี้ พลเอกที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แล้ว ขณะที่ตนเองจะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ เพื่อรับฟังข้อมูลสถานการณ์โดยตรงจากหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

“ผมต้องไปดูด้วยตาตัวเอง ต้องคุยกับผู้ว่าฯ และฝ่ายความมั่นคงโดยตรง ว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงไหน และต้องแก้อย่างไร จะได้วางแผนรับมือเชิงรุก ไม่ใช่เพียงรอแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อาจเป็น “การต้อนรับรัฐบาลใหม่” นายกรัฐมนตรีตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งว่า “ผมไม่ให้ความสำคัญกับการตีความเช่นนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือรับมือให้ได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม”

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าขณะนี้มีเสียงจับตาอย่างใกล้ชิดต่อบทบาทของนายอนุทินเอง ในฐานะที่ควบคุมดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยตรง นายกรัฐมนตรีได้เพียง “พยักหน้ารับ” พร้อมกล่าวว่า การทำงานเรื่องนี้ต้องใช้ทั้งความเข้าใจ ความเด็ดขาด และการบูรณาการระหว่างทุกหน่วยงาน

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ในปัจจุบันมีความชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งในด้านการรักษาความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง “แผนดีแค่ไหน ถ้าคนทำไม่ตั้งใจ ก็ไม่มีทางสำเร็จ” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี ระบุชัดว่า หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ใส่ใจในหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย หรือขาดความกระตือรือร้นในการดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน รัฐบาลจะไม่ลังเลที่จะพิจารณาปรับเปลี่ยนทันที

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของชีวิตคน เราไม่สามารถปล่อยให้ใครทำงานแบบขอไปทีได้ ถ้าใครไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ก็ต้องเปลี่ยน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงกับการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ถูกจับตามองอย่างมากในเชิงสัญลักษณ์ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัฐบาลคนใหม่จะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบันในการเข้ามาควบคุมสถานการณ์และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ที่รอคอยสันติภาพมาอย่างยาวนาน

ส่วนการจัดตั้งและการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจขึ้นเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มประชุมอย่างเป็นทางการทุกบ่ายวันจันทร์ของสัปดาห์

นายอนุทิน ระบุว่า จุดประสงค์ของการตั้ง ครม.เศรษฐกิจ คือเพื่อใช้เป็นเวทีกลั่นกรองและพิจารณาเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจในเบื้องต้น ก่อนที่จะนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในวันอังคาร เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบมากขึ้น

“การประชุม ครม.เศรษฐกิจ จะช่วยให้เรามีเวลาเตรียมการล่วงหน้า ทำความเข้าใจในเนื้อหานโยบาย และตรวจสอบผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างละเอียดก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ครม.หลัก เพราะในทีมเศรษฐกิจก็มีรัฐมนตรีหลายคนที่เป็น ครม.อยู่แล้ว จึงสามารถเชื่อมโยงการทำงานได้ต่อเนื่อง” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ การจัดประชุมในช่วงบ่ายวันจันทร์ ถือเป็นแนวทางใหม่ของรัฐบาล เพื่อให้วันอังคารสามารถใช้เป็นวันพิจารณาใน ครม.ชุดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ต้องการให้การบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเกิดผลเป็นรูปธรรมและตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของรัฐบาลนี้ จะมีการจัดตั้ง “คณะรัฐมนตรีคู่สมรส” หรือ “ครม.คู่สมรส” เพื่อทำงานสนับสนุนภารกิจของคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกับในอดีตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เรื่องนั้นไว้หลังการเลือกตั้งก่อน ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแบบนั้น ตอนนี้มีแต่ ‘ครม.มู’”

คำตอบของนายกรัฐมนตรีสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในหมู่สื่อมวลชน โดย “ครม.มู” ที่นายอนุทินกล่าวถึง หมายถึงคณะรัฐมนตรีที่หลายคนมีความเชื่อด้านสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการเสริมดวงตามแนวความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

ภายหลังให้สัมภาษณ์ นายอนุทินยังได้เดินขึ้นไปด้านบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อสักการะองค์ “พระนรสิงห์จำลอง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร โดยถือเป็นธรรมเนียมที่นายกรัฐมนตรีหลายคนมักกระทำเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเริ่มภารกิจสำคัญของวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจที่จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีรัฐมนตรีจากกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงคมนาคม เข้าร่วม เพื่อวางกรอบการทำงานเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งในประเด็นการลดค่าครองชีพ การดึงดูดการลงทุน และมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ-เกษตรกรให้สอดคล้องกับนโยบาย “เศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อประชาชน” ของรัฐบาล