“อนุทิน” ปัดตอบคุยบ้านใหญ่ตรัง “โล่สถาพรพิพิธ” ขออย่าใช้คำแรงเขมรขัดขวางกู้ระเบิด มั่นใจกองทัพรู้วิธีป้องกันประเทศ
โพสต์เมื่อ : 3 พ.ย 2568 เวลา 6:59 น.
“อนุทิน” ปัดตอบคุยบ้านใหญ่ตรัง “โล่สถาพรพิพิธ” ขออย่าใช้คำแรงเขมรขัดขวางกู้ระเบิด มั่นใจกองทัพรู้วิธีป้องกันประเทศ
วันที่ 3 พ.ย. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีรายงานข่าวว่าทางกัมพูชาขัดขวาง ไม่ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนหรือ AOT เข้าสังเกตการณ์การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ว่า อย่าเพิ่งไปใช้คำว่าขัดขวาง เขาประชุมกันตลอด ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส.เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(วันที่ 3 พ.ย.) ว่ายังดำเนินการอยู่ เรื่องการถอนกำลังและการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ยังมีการพูดคุยกันต่อไป แม้อาจจะไม่ราบรื่น แต่เป้าหมายต้องชัดเจน ไม่ใช่ว่าขัดขวางแล้วฝ่ายไทยจะยอม เราก็ไม่ยอมถ้าจะให้เรานำไปสู่สันติภาพและสันติสุข ยังคงย้ำในเงื่อนไข 4 ข้ออยู่ คือการถอนอาวุธ เก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามสแกมเมอร์อละการแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ ทั้ง 4 ข้อจะต้องได้รับการตอบสนอง ฝ่ายทหารและกองทัพของเราจึงดำเนินการในเรื่องเชลยศึก การปักปันเขตแดนและการพูดคุยเรื่องอื่นๆต่อไป ยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกัมพูชาเมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าทางกัมพูชาได้ขนอาวุธหนักกลับมาในพื้นที่ชายแดน นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันว่าต่างฝ่ายต่างถอยออกไป ก่อนย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ไม่มี เพราะข้อตกลงที่ทำไว้คือต่างคนต่างถอนอาวุธ ถ้าเข้ามาคือการฉีกข้อตกลง และจะถือว่าไม่มีข้อตกลง และสามารถทำตามที่เราเห็นว่าเหมาะสม เมื่อถามว่ามีแนวคิดที่จะลงพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ามีความจำเป็น หรือถึงจุดที่เราจะต้องไป เพื่อดูว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงหรือเปล่า ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการถอนอาวุธของไทย ที่อาจกลับไม่ทันหากทางกัมพูชา ไม่ทำตามข้อตกลง นายอนุทิน กล่าวว่า ถามผบ.ทสส.และพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ. ทบ. เขาต้องรู้ว่าเขาต้องปกป้องประเทศอย่างไร ขอให้เชื่อมั่นในกองทัพ เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร นายกรัฐมนตรียังคงย้ำว่า ขอให้มั่นใจในกองทัพ
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า เป็นการติดตามว่าปปง. ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรบ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในยุคที่สแกมเมอร์ถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะภายในประเทศ ถ้าเราไม่สร้างความมั่นใจในเรื่องการปราบปรามผู้กระทำความผิด โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการฟอกเงิน ก็จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติ ไม่เป็นผลดีจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ มีอยู่ทางเดียวปปง. ต้องดำเนินงานอย่างเต็มที่ไม่ให้มีเงินดำหรือเงินเทาเข้ามาอยู่ในระบบ เมื่อถามต่อว่าที่ทางปปง. ขอให้ซัพพอร์ตเรื่องเอไอ มาช่วยเรื่องแก้ปัญหาอาชญากรรมรัฐบาลจะซัพพอร์ตอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ก็ให้นำเสนอขึ้นมา เรื่องที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ถ้านำเสนอขึ้นมาต้องใช้งบกลางก็ต้องใช้
เมื่อถามอีกว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านพยายามเชื่อมโยงสแกมเมอร์ อยากให้นายกฯ จัดการจะดูแลอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯไม่ต้องจัดการ เรามี ปปง.จัดการ ได้หารือกับ นายฉัตรชัย ที่เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอว่า จะเร่งทำบันทึกความร่วมมือ เพราะเป็นวาระแห่งชาติเอา 4 หน่วยงานหลัก คือ 1.ปปง. 2.กระทรวงมหาดไทย 3.ตำรวจ และ 4.ดีเอสไอ มาทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน เพื่อปราบปรามเรื่องการฟอกเงิน การใช้ระบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเรื่องสแกมเมอร์ก็จะลงไปในระดับปฏิบัติ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย เรื่องปราบสแกมเมอร์เรารีบอยู่แล้ว ขณะนี้วงเงินยายัดไป 2 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว และทยอยยื่นฟ้อง บางครั้งเรื่องพวกนี้พูดไม่ได้ คนจึงนึกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่ของพวกนี้ต้องใช้การข่าว มันต้องไปสืบ ไปเจาะ เมื่อมีหลักฐานครบถ้วนแล้วก็ดำเนินการ ไม่ใช่เฉพาะของปปง. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) รายงานตนทุกวันว่าไปอายัดเงิน และอายัดทรัพย์ ผู้กระทำผิดเหล่านี้ รวมถึงเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน ค้ามนุษย์ด้วย
เมื่อถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าสแกมเมอร์เหล่านี้มาปักหลักในไทยเพิ่มมากขึ้น นายอนุทินกล่าวว่า ตนพูดแล้วว่าอย่าไปสนใจฝั่งตรงข้ามที่อยู่นอกบ้านมากนักเลย ยังบอกเลขาธิการปปง.อยู่เลยว่าเดี๋ยวพาไปเดิน ถ้าไปเดินอยู่แถวไหน รับรองเห็นรังสีอำมหิตแน่นอน เราจะรู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีอะไรที่มันไม่ถูกต้อง ตนได้แต่บอกว่าต้องเร่งดำเนินการ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชนและเราถูกกดดันจากประชาคมโลกด้วย ตนไปประชุมอาเซียน และประชุมเอเปคกลับมา ก็มีเรื่องเหล่านี้เป็นวาระสำคัญ
เมื่อถามถึงกรณีเดินทางไปจังหวัดตรังเพื่อเปิดว่าที่ สส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย โดยมีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือ โกหน่อ อดีต สส.ตรัง และบิดาของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.เขต 3 จ.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์มารอต้อนรับ โดยนายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว วันนี้มาที่ ปปง. และใส่ชุดข้าราชการอยู่
z-z1603487247937.jpg)