닫기

ะัีะัีีรีัร

“อนุทิน” ประกาศขอสู้ในชั้นศาล ไม่หวั่นกกต.ออกหมายเรียกล็อตสาม ท้าขบวนการล้มภท.เปิดชื่อออกมา ภูมิใจไทยเจอมีดปักหลังคดียุบพรรค ปมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง 




เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้ายื่นหนังสือต่อกกต.พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคภูมิใจไทย(ภท.) โดยระบุตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา92 (2) เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของพรรคภท.เข้าองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ส่วนพยานหลักฐาน เป็นข้อเท็จจริงเป็นเชิงประจักษ์ กรมสอบส่วนคดีพิเศษหรือดีเอสไอและกกต.ตรวจสอบมีการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนว่า การได้มาซึ่งสว. ไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่มิชอบ เป็นปฏิปักษ์ 


"ณฐพร" ยัน สว. 138 คน และสำรองอีก 40 คน เป็นคนของ "ภูมิใจไทย"

นายณฐพรกล่าวว่า ที่มาของเอกสารในคดีนี้เป็นหลักฐานทางราชการ ทั้งดีเอสไอ ประกอบกับดีเอสไอ และกกต. ยืนยันสว.ชุดนี้กระทำผิดตามกฎหมายเลือกสว. โดยมาตรา 67 ระบุชัดเจนพรรคการเมืองกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งสว.ถือว่าเป็นความผิด และมาตรา 22 กฎหมายพรรคการเมืองก็กำหนดไว้ในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นที่มายื่นวันนี้เพราะมีข้อมูลสว. 138 คน และสำรองอีกประมาณ 40 คน เป็นคนของพรรคภท. ตรงนี้ทำให้มั่นใจในทางการสอบสวนไม่น่ามีปัญหา เมื่อถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังตรวจสอบคดีฮั้วสว.ไม่จบ แต่มายื่นยุบพรรคภท.เหมือนเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ นายณฐพรตอบว่า เป็นกรณีเร่งด่วน โดยหลักสว.ควรสำนึกตัวเอง ไม่พิจารณากรรมการองค์กรอิสระที่จะเข้าที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 30 พ.ค. เพื่อความโปร่งใส สง่างาม ควรรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนว่าผิดหรือไม่ และตลอดการทำงาน1ปีที่ผ่านมาก็ไม่ให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระที่ผ่านการคณะกรรมการสรรหาด้วยคะแนนที่สูง และยังยึดอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆ ทำให้การทำงานง่อยเปลี้ยเสียขา

 
ซัด "อนุทิน" เป็นนักเลงหัวไม้ พอตรวจสอบหน่อยก็จะฟ้องท่าเดียว

เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภท. เตรียมฟ้องคนที่ทำให้พรรคภท.เสียหาย นายณฐพรตอบว่า นายอนุทินควรรับฟังข้อกล่าวหาจของประชาชน ควรรอให้คดียุติก่อน ถ้าเป็นเท็จก็ควรดำเนินการ ไม่ใช่พอตรวจสอบก็ไปฟ้อง เป็นลักษณะนักเลงหัวไม้มากกว่า ทั้งนี้มีรายชื่อ รายละเอียดทั้งหมดว่าใครเป็นเจ๊ใหญ่ ใครเป็นผู้ยิ่งใหญ่ รับเงินมาอย่างไร มีบรรดาหัวหน้าคนในจังหวัดต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย ใครอยากได้สว.เพิ่มจาก 2 คนก็จ่ายหัวละ 2-7 ล้านบาท ทั้งหมดปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ และกกต. โดยข้อมูลเส้นทางการเงินดีเอสไอมีหมด  แต่สิ่งที่ห่วงมากที่สุด กลัวอยู่ 2 คนทำให้กระบวนการยุติธรรมเปลี่ยน เป็นพล.อ. “ส” และเป็นนาย “ส.” ที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา ไม่นานเกินรอจะเปิดเผยว่า มนุษย์ 2 คนนี้เป็นใคร กระบวนการยุติธรรมที่ร้องไป ไม่เป็นผลเพราะเกิดจากคน 2 คนนี้ ถึงเวลาทำให้ประเทศชาติปราศจากนักการเมืองชั่วๆนักลงทุนชั่วๆที่มีบทบาทตั้งแต่หลังรัฐประหาร


"อนุทิน" สวนกลับ ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ถ้ามีหลักฐานใหม่ก็ให้ไปพิสูจน์ที่ศาล

ก่อนหน้านั้นเวลา 12.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า เราต้องไม่โต้ตอบ หากโต้ตอบก็ไม่จบเสียที  หากใครสงสัย ไม่พอใจ หรือคิดว่าเราทำผิดกฎหมาย ช่องทางที่ดีที่สุดคือ กระบวนการยุติธรรม ไปร้องเรียนหรือฟ้องร้อง เราสามารถไปแก้ต่างหรือไปต่อสู้ หากพิสูจน์ออกมาไม่จริง เราต้องใช้สิทธิแสวงหาความยุติธรรม 

เมื่อถามว่า ผู้ร้องยุบพรรคภท.อ้างมีหลักฐานเป็นคลิป นายอนุทินตอบว่า ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล และจะไม่มีคลิปที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสว.แน่นอน หากมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก็ให้ไปพิสูจน์ที่ศาล เมื่อถาม ถึงกรณีว่ากกต. จะออกหมายเรียกรอบสาม โดยระบุว่าจะเป็นคีย์แมนคนสำคัญของพรรคภท. นายอนุทินตอบว่า จริงๆ เขาก็เปิดไปแล้ว ไม่ต้องไปรอเปิดเผยล็อตไหน เรื่องออกมาไม่รู้กี่เดือนแล้ว ยืนยันไม่มีปัญหา ทุกคนเป็นบุคคลสาธารณะ ใครมาตรวจสอบหรือร้องเรียนอะไรได้หมด เพราะหากไม่เป็นความจริงคนที่ทำก็ต้องรับผิดชอบ กล้ารับโทษในสิ่งที่เราจะแสวงหาความยุติธรรม

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์อีกครั้งระหว่างการลงพื้นที่อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ถึงกรณีมีบุคคลยื่นยุบพรรคภท. โดยอ้างหามี 2 ส. ที่คุมองค์กรอิสระอยู่ทำให้ไม่สามารถยุบพรรคภท.ได้ว่า ตอนนี้มีเพียง “อ”เดียวที่ทำให้พรรคเจริญก้าวหน้าหรือตกต่ำ ที่ระบุว่ามีหลักฐานเด็ดก็เปิดออกมาเลย มีทีเด็ดเก็บไว้หาอะไร เรื่องชื่อ เมื่อไปศาลต้องเปิดเผยออกมาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ ที่บอกว่าเป็น “ส.”กลัวเป็น “ส”ที่เผยผลักดันเขาหรือไม่ ลองไปเช็คดูว่าถูกใครไล่ออกจากที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย "คนเรามีโลภ โกรธ หลง ส่วนเป็นความแค้นส่วนตัวหรือไม่ ก็คิดว่าเช่นนั้น สงสัยว่าตอนนี้ศีลธรรมคนมันต่ำลง ก็อยากให้อยู่ใกล้กับคำว่าคุณธรรมมากขึ้น ที่วุ่นวายกันเพราะเดือดร้อนเรื่องส่วนตัวกันทั้งนั้น ขอให้ไปคิดดีทำดีเถิด" 


"เด็กภูมิใจไทย" ไม่ให้ราคา หลัง "กุสุมาลวตี" ยื่น กกต. ยุบพรรค 

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ร่วมเสวนาเชิงวิชาการ หัวข้อ การเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนสาธารณะภัยในระดับพื้้นที่ ที่จ.พระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวว่า ตนเป็นตัวตั้งตัวดีให้คนในพรรคภท.ตื่นตัวในความไม่ปกติของธรรมชาติ อยากให้ประชาชนตื่นตัวรับมือภัยธรรมชาติ ลานีญามาเร็วกว่าที่คิดถึง 10 ปี เห็นชัดเรื่อยไปจนถึงกลางปี 69 ทั้งนี้ในช่วงปิดสมัยประชุมสภายังได้เดินลงพื้นที่แต่ละจังหวัด พูดคุยกับประชาชน แลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์สภาพอากาศที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ อยากให้เปิดใจรับฟังธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติเตือนเราเสมออย่างเป็นสเต็ป จึงอยากให้เตรียมตัวดูสถานการณ์รับมือน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งนี้เมื่อจบการเสวนา ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีนาง กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว. สำรอง ยื่นเรื่องต่อกกต.พิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมมนูญเพื่อยุบพรรคภท.ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสว. โดยถามถึง 2 ครั้ง  นายไชชนกตอบสั้นว่า ไม่ให้ราคา น้ำจะท่วมอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่ามาถาม ไม่มีเวลาให้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รรมว.แรงงาน แกนนำพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีการระบุอักษรย่อคนชื่อพ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสว.ว่า ขอให้ระบุชื่อจริงให้ชัดเจนก่อน ต้องรอจนกว่ากกต.เชิญเข้าไปให้ข้อมูล เมื่อถามว่า มีการอ้างถึงเรื่องเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงไปถึงพรรคภท. นายพิพัฒน์ตอบว่า  มีหลักฐานหรือไม่ คำว่า เส้นเงินที่ผ่านมามีการพูดถึงตลอด แต่พรรคภท.ยังไม่เห็นข้อเท็จจริง มาตัดสินได้อย่างไรว่า เป็นเรื่องของพรรคภท. ในเมื่อพรรคการเมืองไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกสว.ได้  เป็นข้อห้ามชัดเจน ดังนั้นการพูดว่าพรรคอยู่เบื้องหลังการเลือกสว.สีน้ำเงิน เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา บังเอิญว่าสีน้ำเงินสอดคล้องกับพรรคภท.   


ฟาด "ณฐพร" มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์กับ ภท.มาตลอด

นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.)  กล่าวถึงกรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องต่อกกต.ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสว.เกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกสว. โดยเนื้อหาในคำร้องดังกล่าวพาดพิงถึงพรรคภท.ว่า ข้อความดังกล่าวมีลักษณะใส่ร้ายด้วยความเท็จต่อพรรคภท. นายณฐพรรู้ดีว่าพรรคภท.โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภท.  หรือบุคคลใดในพรรคไม่ได้ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกสว.มาตั้งแต่ต้น เมื่อมีวุฒิสภาก็ปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่อำนาจ พรรคภท.ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงการ การกระทำของนายณฐพรมีวาระซ่อนเร้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคภท. ที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์กับพรรคภท.มาตลอด การยื่นคำร้องนี้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตด้วยมือที่ไม่สะอาด มุ่งหมายทำลายพรรคภท. ส่วนกรณีนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อกกต.พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภท.นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่มีอยู่จริง ดังนั้นพรรคภท.จะดำเนินคดี และดำเนินการต่อบุคคลที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมุ่งทำร้ายทางการเมืองในครั้งนี้ด้วย

นางสุขสมรวย วันทนียกุล  สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อกกต.พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภท. โดยระบุเส้นทางการเงินของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภท.ว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีความผิดปกติ กระทบถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เดิมนางกุสุมาลวตีแจ้งความในคดีอั้งยี่ต่อการเลือกสว.ในจ.มหาสารคามช่วงเม.ย.68 โดยไม่ปรากฏการอ้างข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.68 กลับอ้างมีหลักฐานเส้นทางการเงินของนายไชยชนก ขอตั้งข้อสังเกตไปยังนางกุสุมาลวตีและดีเอสไอว่า นางกุสุมาลวตี มีอำนาจหน้าที่ใดไปเอาข้อมูลมาจากธนาคาร หากอ้างว่าได้รับข้อมูลมาจากบางหน่วยงานหรือมาจากผู้หวังดี แต่ตามหลักแล้ว หน่วยงานใดที่จะมีข้อมูลนี้ สามารถเอาข้อมูลออกมาให้นางกุสุมาลวตีได้หรือไม่ และเมื่อดีเอสไอใช้อำนาจพิเศษตรวจสอบข้อมูลการเงินแล้ว อาจรั่วไหลไปสู่คนอื่นจนนำมาสู่การดิสเครดิตบุคคลหรือพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ความเชื่อมั่นของประชาชนอยู่ที่ไหนต่อกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่ควรเป็นกลาง รัดกุม เป็นที่พึ่งของประชาชนทุกคน


ถาม "กุสุมาลวตี" ท่านเสียผลประโยชน์อะไรหรือไม่  ทำไมอยู่ดีๆจึงฟาดงวงฟาดงา

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท และนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้ยุบพรรคภูมิใจไทยว่า เราโดนใส่ร้าย พูดพาดพิงเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา แต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เอ่ยชื่อโดยตรง พร้อมชื่อบุคคลของพรรคภท.ดังนั้นต้องใช้สิทธิ์ทางกฎหมายปกป้อง ไม่ว่าใครที่มาพาดพิงว่าเป็นพรรคสีน้ำเงิน สุดท้าย เอ่ยชื่อคนและพรรคภท.ต้องไปย้อนดูว่า ท่านเสียผลประโยชน์อะไรหรือไม่  ทำไมอยู่ดีๆจึงฟาดงวงฟาดงาใส่แบบมาเอาเป็นเอาตายกันขนาดนี้ ถ้ามีก็เปิดมาเลย พรรคพร้อมสู้ ถ้าทำให้เราเสียหาย ก็ต้องฟ้อง  

ทางด้านสว.ล็อตแรกที่ถูกคณะกรรมการสืบสวนและไต่ส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เป็นกรรมการอยู่ด้วย ออกมาเรียก ปรากฏว่ายังมีสว.ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่กกต.เป็นระยะๆ แต่ในวันที่ 21 พ.ค. ช่วงเช้า 08.30 น. พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร  พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายกอบ อัจนากิตติ นายอลงกต วรกี ส. เดินทางมายื่นร้องเรียนต่อกกต. ถึงกรณีคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ทำตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด เกี่ยวกับการรักษาความลับของทางราชการ ที่มีการปิดหมายโดยไม่ชอบ อีกทั้งยังมีข้อสังเกตว่าคณะกรรมการชุดนี้มีเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ 3 คน ที่เป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรมว.ยุติธรรม อาจเข้าใจได้ว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้รมว.ยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในส่วนที่กำกับดูแลดีเอสไอไปแล้ว ดังนั้นขอเรียกร้องต่อกกต. ให้คณะกรรมการชุดนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนกระบวนการที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสตรวจสอบ เข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ตั้งข้อกล่าวหา เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตัวเองได้อย่างเหมาะสม.