“อนุทิน” บินอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
“อนุทิน” บินอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์-เตรียมความพร้อม ดูแลแนวหลัง ปชช. ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบสิ่งของให้กำลังใจทหารแนวหน้าก่อนถก ผู้ว่าฯ 7 จังหวัด 11 มิ.ย.
วันที่ 8 มิ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ลงพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
โดยจุดแรกไปที่ศูนย์พัฒนาเขตพื้นที่ชายแดน บ้านทุ่งสมเด็จ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อมอบสิ่งของให้ทหารแนวหน้า และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กองอาสารักษาดินแดน (อส.) และหน่วยงานฝ่ายปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จากนั้น จะไปยังหลุมหลบภัยโรงเรียนบ้านแปดอุ้ม และหลุมหลบภัยวัดบ้านค้อ เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงมาติดตามสถานการณ์ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ตราด จันทบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ในวันที่ 11 มิ.ย. ที่จ.อุบลราชธานี เพื่อให้เกิดความมั่นใจสำหรับแนวทางในการดูแลพี่น้องประชาชนและเป็นแนวหลังสนับสนุนการทำงานของทหาร
โดยนายอนุทินเน้นย้ำให้พี่น้องฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ นั่งตากฝนตั้งวงกินข้าวกล่องกับชาวบ้านที่วัดบ้านค้อ ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากพูดคุยสอบถามความรู้สึกต่อสถานการณ์ จะให้ความมั่นใจเพื่อไม่ให้เกิดความกลัว นอกจากนี้ยังได้ตรวจดูความพร้อมของบังเกอร์หลบภัย และเข้าไปนั่งในหลุมหลบภัยด้วย
จากนั้นนายอนุทินได้เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านแปดอุ้ม ร่วมการซ้อมเสมือนจริงของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เมื่อเปิดเสียงสัญญาณเตือนภัยเด็กๆจะวิ่งเข้าหลุมหลบภัย พร้อมกับคุณครูและชรบ. ที่คอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งนายอนุทินได้เข้าไปนั่งในหลุมหลบภัย ักับเด็กๆด้วย ซึ่งโรงเรียนนี้มีบังเกอร์เดิมอยู่แล้ว 2 จุด และมีการ ขนทรายเข้ามาเพิ่ม เพื่อทำเป็นบังเกอร์
นายอนุทิน สอบถามนักเรียน ว่าหวาดกลัวหรือไม่ ซึ่งเด็กๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงว่าไม่กลัว จากนั้นนายอนุทิน ย้ำกับเด็กๆว่าไม่ต้องกลัวมีคุณครูและเจ้าหน้าที่ คอยช่วย ซึ่งสถานการณ์ จะไม่รุนแรงก่อนที่นายอนุทินจะร่วมร้องเต้นเพลงไก่ย่างกับเพลงฮิปโป กับเด็กๆอย่างสนุกสนาน
นายอนุทิน ยังได้แจกสิ่งของและ และให้ค่าขนมเด็กๆ จำนวน 185 คน คนละ 200 บาท จากนั้นได้เข้าไปตรวจเยี่ยมนักเรียนตามห้องเรียนต่างๆซึ่งนักเรียนได้บอกทำความเคารพคุณครู และนักเรียนในห้องก็พูดพร้อมเพรียงกันว่าสวัสดีครับ/ สวัสดีค่ะคุณครู ทำให้ นายอนุทินที่ได้ยินถึงกับหัวเราะและหันมายิ้มกับสื่อ และบอกว่าเด็กๆอวยพรดี เด็กยังรู้ อวยพรดีเดี๋ยวเป็นจริงนะ โอ้ย ขนลุกเลย ท่ามกลางกระแสข่าวจะไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงจะรับหรือไม่รับแต่นายอนุทินไม่ได้ตอบ
นายอนุทิน บอกกับเด็กๆให้ตั้งใจเรียน โตขึ้นไปจะได้ช่วยกันดูแลประเทศ
นายอนุทินให้สัมภาษณ์สื่ออีกครั้งว่าเราไม่ประมาท สถานการณ์ความตึงเครียดทางการทหารน่าจะตรึงสถานการณ์ไว้ได้ ตามแนวชายแดน มั่นใจว่าเข้ามาไม่ถึงจุดโรงเรียน เป็นไปไม่ได้ไม่มีใครยอม แต่การซักซ้อมเด็กนักเรียนก็เพื่อให้ตื่นตัวกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จึงต้องให้รับรู้รับทราบเอาไว้ ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายยิ่งเร็วก็ยิ่งดี ทั้งการเจรจา เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เด็กๆต้องไม่เป็นอะไรถ้าเด็กเป็นอะไรแม้แต่คนเดียว อธิบายใครก็ไม่ได้ ชีวิตลูกๆหลานๆต้องลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แมวขีดข่วนก็ไม่ได้ ซึ่งตนให้ความสนใจตรงนี้ คำย้ำกับผอโรงเรียนว่าหากขาดเหลืออะไรให้ประสานทางนายอำเภอ หรือส่วนราชการได้เลยเพราะตนก็กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการด้วย
นายอนุทิน ได้ประชุมวงเล็กกับผู้ว่า 7 จังหวัด ที่มีชายแดนติดกับกัมพูชา ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง และส่วนราชการ ที่อบต. โดมประดิษฐ์ โดยย้ำว่าต้องทำศูนย์อพยพให้เป็นโรงแรม 3 ดาว ทำให้ที่อยู่เป็นเหมือนบ้าน และส่วนตัวอยากเน้นย้ำเรื่องสุขอนามัย ห้องน้ำต้องสะอาด รวมถึงเรื่องของอาหาร ที่ต้องเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ ไม่จำเจซ้ำซาก ทำอาหารให้เหมือนกับที่ตัวเองกิน ยกตัวอย่างมื้อกลางวัน เป็นคะน้าปลาเค็มไข่ดาวมื้อเย็นก็ต้องเป็นหมูทอดกระเทียม
นายอนุทิน ยังเน้นย้ำว่าสถานการณ์นี้ ต้องให้ความสำคัญเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นายอนุทินยังกำชับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้อยู่ในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางเข้าไปปฏิบัติราชการในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อดูแลประชาชนอย่างดี ซึ่งอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ โดยจะให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นประสานติดต่อ หากมีความจำเป็น ผู้ว่าราชการมีอำนาจประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติและอนุมัติงบประมาณ ในกรอบ20 ล้านบาทได้
z-z1603487247937.jpg)