“อนุทิน” จ่อดำเนินคดีคนปล่อยข่าวปลอม ปม ตำหนิรองแม่ทัพภาค 2
โพสต์เมื่อ : 13 ต.ค 2568 เวลา 17:54 น.
“อนุทิน” จ่อดำเนินคดีคนปล่อยข่าวปลอม ปม ตำหนิรองแม่ทัพภาค 2 - ย้ำมาตรการชายแดนไทย–กัมพูชาเป็นไปตามหลักสากล - เผย เดินหน้าแก้ รธน. ตาม MOA แม้ใช้เวลานาน ถือว่าวางรากฐานไว้
วันที่ 13 ต.ค. 68 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่านายกรัฐมนตรีตำหนิการทำงานของรองแม่ทัพภาคที่ 2 ว่า ไม่เป็นความจริง และถือเป็นการนำเสนอข่าวที่มีความประสงค์ร้าย พร้อมยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับรองแม่ทัพภาคที่ 2 แต่อย่างใด ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะนี้อีก
สำหรับกรณีมาตรการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของกองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลให้สามารถตัดสินใจและเจรจาได้เต็มที่ โดยย้ำว่าทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทยและกติกาสากล เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบ และยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
ส่วนประเด็นการทำประชามติ ยกเลิก MOU 43-44 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการทั้งสองสภา ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ประเทศเสียประโยชน์ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการและนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
นายกรัฐมนตรี เผย ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ ยืนยันเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ตามข้อตกลงทางการเมือง วางรากฐานที่ดีให้กับประเทศ ยืนยันจะทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างถึงที่สุด
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายอนุทิน เผยว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ตามที่ได้ตกลงไว้ในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOA ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคประชาชน โดยจะหารือร่วมกันอีกครั้งในการประชุมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการของรัฐสภา ซึ่งต้องอาศัยเวลาในการดำเนินงาน และเชื่อว่าการเริ่มต้นในช่วงเวลานี้ถือเป็นก้าวสำคัญ แม้อาจใช้เวลานานกว่าจะแล้วเสร็จ แต่จะเป็นการวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศ
นายอนุทิน ย้ำว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ระบุชัดว่า จะไม่แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนหมวดอื่น ๆ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และดำเนินการตามกลไกรัฐสภาอย่างโปร่งใส ซึ่งการผลักดันให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พรรคประชาชนสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลทุกพรรคจะร่วมมือกัน เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างถึงที่สุด
z-z1603487247937.jpg)