“อธิการบดีรามฯ” ยันรื้อ “สอบแทน” ไม่เกี่ยวการเมืองในมอ
โพสต์เมื่อ : 4 พ.ย 2567 เวลา 14:43 น.
อธิบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยัน รื้อสอบแทน ไม่ได้มีปัญหาการเมืองในมหาวิทยาลัย ด้าน ทนายสามารถ ยันไม่ได้ส่งคนเข้าสอบแทน ผิดหวังมารอดูหลักฐานเด็ดไม่เปิด
วันที่ 4 พ.ย. 2567 ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แถลงข่าวกรณีกระแสข่าวว่านักศึกษารายหนึ่งได้กระทำการทุจริตการสอบพร้อมทั้งยังมีอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยออกมาแจ้งความกล่าวหาที่กองปราบ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 67 เพื่อการปกป้องชื่อเสียงขอมหาวิทยาลัยนั้น มหาวิทยาลัยเผยว่ามีการยุติการดำเนินงานกับทางมหาวิทยาลัยจริงในสมัยที่ ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ซึ่งได้ส่งเรื่องรายงานผลการสอบวินัยนักศึกษาคณะกรรมการบริหารงานมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.ร.) และจึงมีมติให้ยุติเรื่องเมื่อ 8 มิ.ย. 65 ซึ่งเป็นการยุติโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ทราบสาเหตุการยุติเรื่องของ ก.บ.ม.ร. ส่วนตัวมองว่าฟังไม่ขึ้น เนื่องจากคนที่ไปสอบแทนอ้างว่าได้มาเข้าสอบในวันดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่การสอบแทนนักการเมืองรายดังกล่าว แต่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดแรกมีหลักฐานชัดเจน เป็นรูปถ่ายแต่ไม่ขอเปิดเผยให้สื่อมวลชนดู
“ปัจจุบันที่ตนกลับมารับตำแหน่งอธิการบดี จะสั่งให้มีการตรวจสอบการสั่งยุติสอบเรื่องดังกล่าวว่าเป็นยุติเรื่องโดยชอบหรือไม่ หากยุติเรื่องมิชอบจะส่งให้ที่ประชุมผู้บริหารพิจารณาดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าการรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองในมหาวิทยาลัย ตนยังมีความรักความผูกพันกับอดีตอธิการบดี แม้จะมีเรื่องฟ้องร้องกันไปมาหลายเรื่อง เรื่องการกลั่นแกล้ง ไม่มีอยู่ในใจผมเลย” ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
ต่อมา นายธีรศานต์ แก้วสง ทนายความของ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย ซึ่งภายหลังฟังการแถลงข่าวจบ ทนายความให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยืนยันว่า นายสามารถ ไม่เคยใช้ใครให้ไปเรียนหรือสอบแทน การเรียนดังกล่าวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาเอก แต่เป็นการเรียนในสถาบันภาษา เพื่อให้ได้ประกาศนียบัตร ต้องใช้ในการรับรองการจบปริญญาเอกตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
ส่วนตัวยอมรับว่า ในช่วงเวลาที่มีการสอบสวน นายสามารถ จ่ายเงินเพื่อเข้าอบรมภาษา แต่ไม่ได้เข้าเรียนและเข้าสอบ เนื่องจากติดภารกิจ ต่อมาก็ลงเรียนครั้งที่ 2 ซึ่งรอบนี้มาเรียนจริงจนได้ประกาศนียบัตรมายื่นต่อมหาวิทยาลัย
ส่วนที่รักษาการอธิการบดี บอกว่ามีหลักฐานชัดว่ามีคนอื่นเข้ามาสอบและเซ็นชื่อแทนนายสามารถนั้น ขอยืนยันว่า นายสามารถ ไม่รู้จักบุคคลดังกล่าว และไม่ได้ใช้ให้ไปสอบแทน และการที่บุคคลดังกล่าวเข้าไปสอบ ได้เซ็นต์ชื่อแทนนายสามารถหรือไม่ ก็เป็นเรื่องภายในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการลงชื่อแทนนั้น บุคคลดังกล่าวได้ประโยชน์อะไร ตนก็ไม่รู้
นายธีรศานต์ เผยอีกว่า การมาในวันนี้เพื่อมารับฟังว่ามหาวิทยาลัยจะเปิดหลักฐานอะไร เพราะตอนแรกบอกว่ามีหลักฐานเด็ด แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นมีหลักฐานอะไร ซึ่งหากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ตนเองเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับทางมหาวิทยาลัย เพราะมองว่าไม่มีอำนาจในการรื้อเรื่องที่จบไปแล้วขึ้นมาใหม่
z-z1603487247937.jpg)