닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---4

“อดิศร” ลั่นคดีฮั้ว สว. ร้ายแรงและน่ากลัว ชี้หลักฐานแน่นมั่นใจมีความผิดล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่ไว้ใจให้บริหารราชการแผ่นดินแม้แต่ 1 นาที ถาม “อนุทิน” ที่เป็นนายกฯ กับอนุทินที่อยู่ในรายชื่อลำดับที่ 187 ของ ดีเอสคนเดียวกันหรือไม่



วันที่ 29 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา นายอดิศร  เพียงเกษ  สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา  นายอดิศรกล่าวว่า  สิ่งที่ตนจะพูดต่อไปนี้ไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้น  แต่โดยหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีการพูดจากัน แต่การอภิปรายอาจจะกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อสมาชิกรัฐสภา จึงอยากจะขอความกรุณาให้นายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมลงจากบัลลังก์ก่อน  เพราะเรื่องที่จะอภิปรายมีข้อสงสัยว่าบุคลากรตั้งแต่นายกรัฐมนตรี เป็นต้นไปที่นั่งเรียงลำดับอยู่บนบัลลังก์ข้างบนจะประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมระบบนิติรัฐนิติธรรมให้แก่ชาติบ้านเมืองได้อย่างไร 

เรื่องฮั้วสว. ไม่พูดไม่ได้เพราะที่นี่คือรัฐสภา ที่มาต้องชอบต้องสุจริตไม่ว่าจะสส. หรือ สว. แต่เรื่องฮั้ว สว. ร้ายแรงและน่ากลัวกว่าที่เราได้ยินข่าว  ตนได้รับข้อมูลแล้วตนรู้สึกกลัว เพราะสมาชิกวุฒิสภามีอำนาจกลั่นกรองกฎหมาย มีอำนาจคัดเลือกบุคลากรองค์กรอิสระ มีอำนาจที่สามและที่สี่  ถ้าไม่ได้คนสุจริตเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญปี60 ก็ถือว่าผิดพลาด ยกตัวอย่าง สว. ของท่าน เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทั้งชีวิตกลับได้รับเลือกแต่กลับไปเลือกอธิบดีกรมทางหลวงมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ขณะที่ กกต.ก็ได้แจ้งความต่อท่าน 229 คน เป็นพรรคการเมืองใหญ่ซึ่งทำคลอดจากพรรคฝ่ายค้านมาเป็นนายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหามีสมาชิก 140 คนที่อยู่ตรงนี้ถูกกล่าวหาจากกรรมการยุติธรรมตนไม่เคยเห็นว่ามีคณะกรรมการคดีใดจะมากขนาดและสามัคคีกันตั้งแต่กกต. ดีเอสไอ อัยการ และพนักงานสอบสวน สี่คนสี่องค์กร จับมือกันสืบสวนสอบสวน ขณะที่นักวิชาการบอกว่า ถ้าเป๊ะๆแบบนี้ไม่ใช่บังเอิญแต่เป็นการจัดตั้งเป็นโพยเลือกตั้งซื้อลอตเตอรี่ก็ไม่ขนาดนี้

นายอดิศร กล่าวต่อว่า  ตนมีบันทึก การแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหา มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่พรรคการเมืองใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นเสนอแผน  การประชุมใหญ่นัดแนะกันจนได้สว. ซึ่งในมือตนมีเอกสารทั้งหมด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง 

“ รายชื่อทั้งหมดที่ท่านนั่งสลอนอยู่ข้างหน้าเป็นผู้ถูกกล่าวหาทั้งนั้น นายกรัฐมนตรีชื่อเดียวกันกับผู้ถูกกล่าวหาในลำดับที่ 187 อนุทิน  ชาญวีรกูล ตนจึงอยากถามนายกรัฐมนตรี  ว่าอนุทินที่อยู่ในลำดับที่ 187 เป็นอนุทินเดียวกันกับนายกรัฐมนตรีคนนี้หรือไม่ ถ้าเป็นตนจะไว้วางใจได้อย่างไรว่าท่านจะไม่แทรกแซง สี่เดือนที่ท่านเข้ามาไม่ใช่ยุบสภาแต่ตนเข้าใจของตนว่าท่านจะมายุบคดีนี้ เพราะหากผลปรากฎตามแนวทางสืบสวนสอบสวนโดยละเอียดจะต้องถูกยุบพรรค กรรมการบริหารคณะรัฐมนตรีต้องถูกตัดสิทธิ์ไป ”

ซึ่งระหว่างนี้นายพิสิษฐ์  อภิวัฒนาพงศ์ สว.ได้ลุกขึ้นประท้วง  ทำให้นายมงคลที่ทำหน้าที่ประธานขอให้นายอดิศรรีบสรุปจบการอภิปราย 

นายอดิศรจึงอภิปรายต่อว่า นโยบายตนทราบว่ายังไม่ทำแต่ที่เขียนในนโยบายว่าจะยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตนไม่เชื่อเพราะอำนาจวุฒิสภาท่านปล้นมา  แต่ประธานก็ตัดบทขอให้นายอดิศรสรุปว่าอยากจะให้รัฐบาลทำอะไรนายอดิศร จึงสวนทันทีว่า ท่านฟังก่อนตนว่าท่านไม่ควรมานั่งเป็นประธาน เพราะท่านปล้นเขามา  แล้วก็เป็นนายกรัฐมนตรี 

นายอดิศรกล่าวต่อว่าขอให้นายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาพูดเลยว่าจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นกกต. ดีเอสไอ อัยการ  หรือ ศาลฎีกาที่จะตัดสิน  และต้องบอกนายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีว่าอย่ามายุ่ง  รวมถึงรัฐมนตรีอุตสาหกรรมจากบุรีรัมย์ก็อย่ามายุ่งเรื่องนี้ 

ทำให้มี พลตำรวจโทบุญจันทร์  นวลสาย  ส.ว. ลุกขึ้นประท้วง ว่าที่บอกว่าอำนาจวุฒิสภาปล้นมาถือว่าพูดเกินไปขอให้ประธานสั่งถอนคำพูดแต่หากไม่ถอนก็เจอกันข้างนอก

ทำให้นายมงคลถึงกับหัวเราะก่อนจะบอกว่าต่างคนต่างถอนได้หรือไม่ ซึ่งทั้งสองคนยอมถอนคำพูดว่า ปล้นมา และเจอกันข้างนอก

ขณะที่นายณัฐวุฒิ  บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน  การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของประธาน ยืนยันว่าเนื้อหาที่ไหนอดิศรกำลังอภิปรายอยู่นั้นไม่ได้ซ้ำ แต่มีเพื่อนสมาชิกบางรายใช้เทคนิควิธีการประท้วงเพื่อขัดจังหวะทำให้การทำหน้าที่ในการตั้งคำถามต่อรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง จึงขอให้ประธานใช้อำนาจกับคนที่ ทำให้กระบวนการอภิปรายตั้งคำถามกับรัฐบาลไม่สามารถเดินต่อได้ ขอให้เด็ดขาดกับคนที่กำลังก่อกวนการทำหน้าที่ของพวกเรา

จากนั้นประธานจึงให้นายอดิศรอภิปรายสรุปให้จบ โดยนายอดิศรย้ำว่าตนสงสัยนายกอนุทินกับนายอนุทินที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของดีเอสไอลำดับที่ 187  และยังมีชื่อหลายคนที่ตนไม่อยากเอ่ยเพราะหากเอ่ยชื่อไฟลุกทั้งสภาและไฟลุกทั้งคอ ตนจึงไม่ไว้ใจไปบริหารราชการแผ่นดินแม้แต่ 1 นาที  ความยุติธรรมและอำนาจของสว. ยิ่งใหญ่ท่านได้สมคบคิดและสำเร็จกันไปแล้วตนเชื่อมั่นว่าคดีนี้ท่านมีความผิด 1,000,000% เพราะหลักฐานแน่นจริงๆ เพราะแม้แต่ชื่อของประธานมงคลก็อยู่ในอันดับ 3  ตนเห็นแล้วไม่ได้ให้อยู่หนึ่งวันก็ไม่ได้ไว้วางใจ  ไม่ได้สุจริต  ศรัทธาระบอบประชาธิปไตย   สำหรับตนไม่มี   แต่ก็ดีใจที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสักสองสามวันก็ยังดีหนูเอ่ย พฤติกรรมฮั้ว ส.ว. หลักฐานรอพิพากษามุบมิบอำนาจวุฒิสภา  อนุทิน ชาญวีรกูล  หวย 187