“อ.วิศกรรม เชียงราย” มอง ฤดูฝุ่นเป็น ภัยพิบัติที่คาดการณ์ได้
โพสต์เมื่อ : 10 ม.ค 2568 เวลา 18:13 น.
“อ.วิศกรรม เชียงราย” มอง ฤดูฝุ่นเป็น ภัยพิบัติที่คาดการณ์ได้ หวังผู้มีอำนาจแก้ไขจากต้นตอสร้างความตระหนักรู้ในเด็ก
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.68 ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิอร สิริมงคลเลิศกุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตเชียงราย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือว่า มีงานวินัยว่าเกิดจากกิจกรรมทางการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่คือการเผาในที่โล่ง แต่ก็ยังไม่สาใารถระบุได้ขัดเจนว่าเป็นภายในประเทศกี่เปอร์เซ็นต์และในนอกพื้นที่กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะการเผาที่เหมือนกันคือจะมีจุดความร้อนในเดือนธันวาคมในพื้นที่ราบและจะขึ้นไปจนถึงในพืนที่สูง คล้ายวัฒนธรรมการเกษตรที่เหมือนกัน กรณีความชัดเจนเรื่องหมอกควันข้ามพรมแดนเกิดชัดเจนในอ.แม่สาย จ.เชียงราย เพราะเป็นพื้นที่เมือง ซึ่ง ถูกรายล้อมไปด้วย อำเภอเองจากประเทศเครื่องเคียง รวมถึง ภูมิประเทศก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ได้รับผลกระทบเพราะมีการกระจายของมลพิษได้ช้า ประกอบกับภูมิอาการที่มีภาวะลมเบาความกดอากาศสูงและอากาศปิด เหมือนมีฝาชีคลอบลงมาทำให้ไม่มีการระบายอากาศ ซึ่งหากเราไม่มีการลดแหล่งกำเนิดหรือแก้เที่ต้นเหตุก็จะสะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเปลี่ยนภูมิประเทศไม่ได้แต่แก้ที่แหล่งกำเนิดได้ จึงเกิดคำถามว่าหรือแท้จริงเราไม่ได้มีความพยายามในการแก้ไขต้นตอของปัญหา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมตัวหากรู้ล่วงหน้าว่าจะถึงฤดูฝุ่นนั้น เป็นอย่างไร อาจารย์นิอรเผยว่าปัญหา ไฟป่าหมอกควันเป็นภัยพิบัติอย่างหนึ่งและมีส่วนจากภาวะโลกรวนด้วย การรับมือจะต้องปรับไม่เหมือนเดิม มองเป็นความท้าทายของผู้บริหารประเทศที่รู้เวลารู้เหตุจะเกิดแต่ไม่สามารถป้องกันได้ ตนคิดว่าการรับมือจะต้องเปลี่ยนแปลงออกไป การลดจุดความร้อนที่เผยว่าจะมีการร่วมกันลดนั้นบางจังหวัดที่ลดได้นั้นได้รับการเชิดชูหรือไม่เพราะในการทำงานมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านทำงานร่วมกัน ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นมาตรการที่มีโทษ เพื่อให้จำกัดพื้นที่แหล่งกำเนิด จึงมองว่าเป็นวังวนซ้ำๆไปเรื่อยไม่มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จึงต้องมีการสร้างความรับรู้ให้เด็กในชุมชนถึงอันตรายจากควันไฟ
“ ถ้าไม่อย่างนั้นเด็กโตมาก็จะคุ้นชินเหมือนกับหลายหลายคนคุ้นชินว่าฝุ่นควันเป็นฤดูกาลหนาวแล้วเดี๋ยวก็มีฝุ่นเดี๋ยวก็มีควัน” อาจารย์นิอรกล่าว
อาจารย์นิอร ยังกล่าวอีกว่าสถานการณ์ฝุ่นที่เชียงรายเริ่มมีผลต่อระดับสุขภาพเพราะปีนี้อากาศเย็นดังนั้นจึงไม่ต่างกับที่สถานการณ์จากกรุงเทพรวมถึงมีความกดอากาศเข้ามาด้วยทำให้ฝุ่นจากภาคกลางและทุกภูมิภาคลอยมารวมกันที่ภาคเหนือ ประกอบกับมีจุดความร้อนในภาคเหนือค่อนข้างเห็นได้ชัดก็ทำให้ความเข้มข้นของมลพิษเพิ่มขึ้น
z-z1603487247937.jpg)